ตอนที่ 31 — การขอโทษด้วยใจที่สำนึกผิด
“ผมเข้าใจดีครับท่านเจ้าสำนัก” คุณสมชายตอบเสียงค่อยลงไปมาก แววตาที่เคยฉายแววไม่พอใจ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ผมยอมรับว่าผมมีส่วนผิดจริงๆ ในเรื่องนี้ การกระทำของผมมันประมาทเลินเล่อไปหน่อย ผมไม่ได้ตรวจสอบให้รอบคอบก่อนที่จะปล่อยข่าวออกไป”
ภาคินเหลือบมองคุณสมชายอีกครั้ง เขาเห็นความจริงใจในน้ำเสียงและแววตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่การเสแสร้ง หรือการแก้ตัวอีกต่อไป ท่านเจ้าสำนักเพียงพยักหน้าเบาๆ เป็นเชิงรับฟัง
“การยอมรับในข้อผิดพลาดของตนเอง เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของการแก้ไข” ท่านเจ้าสำนักกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เมื่อเรากล้าเผชิญหน้ากับความผิดพลาดของตนเอง เราก็จะเห็นหนทางที่จะก้าวข้ามมันไปได้”
คุณสมชายถอนหายใจยาว “ผมต้องขอโทษภาคินจริงๆ นะ ผมรู้ว่าคำขอโทษของผมมันอาจจะสายเกินไป และอาจจะไม่สามารถชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ แต่ผมอยากให้ภาคินรับรู้ว่า ผมเสียใจจริงๆ”
ภาคินยังคงนิ่งเงียบ เขาค่อยๆ ก้มหน้ามองมือตัวเองที่วางอยู่บนตัก สัมผัสได้ถึงความสั่นไหวเล็กน้อย เขาไม่ได้โกรธเคืองคุณสมชายอีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกที่เคยตีรวนอยู่ในอก มันค่อยๆ จางหายไป พร้อมกับคำพูดของคุณสมชายที่สะท้อนถึงความรู้สึกผิดอย่างแท้จริง
“ผม... ผมรับคำขอโทษของคุณสมชายครับ” ภาคินเอ่ยตอบ เสียงเบาแต่หนักแน่น “ผมเชื่อว่าคุณสมชายไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายผมโดยตรง”
คุณสมชายเงยหน้าขึ้นมองภาคินด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณมากนะภาคิน ที่เข้าใจผม”
“แต่ผมก็ยังคงยืนยันในจุดยืนเดิมของผมนะครับ” ภาคินกล่าวต่อ “ผมต้องการให้คุณสมชายแก้ไขข่าวที่เผยแพร่ออกไป และชี้แจงความจริงให้สังคมได้รับทราบ”
“แน่นอน ผมจะทำอย่างนั้น” คุณสมชายตอบทันที “ผมจะรีบจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมจะออกแถลงการณ์แก้ไขข้อมูล และจะแจ้งข่าวให้กับสื่อทุกแขนงที่ได้รับข้อมูลผิดๆ ไป ผมจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้กระทบต่อชื่อเสียงของภาคินไปมากกว่านี้อีกแล้ว”
ท่านเจ้าสำนักยิ้มบางๆ “ดีมาก การแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดไป คือการแสดงความรับผิดชอบที่น่าชื่นชม”
“ผมอยากจะขอโอกาสชดเชยให้กับภาคินด้วยครับ” คุณสมชายเสนอ “ผมอาจจะไม่สามารถชดเชยในเรื่องของเวลาและความรู้สึกที่เสียไปได้ทั้งหมด แต่ผมอยากจะมอบหมายงานบางอย่างให้กับภาคิน เพื่อเป็นการแสดงความจริงใจของผม”
ภาคินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “งานอะไรครับ”
“ผมต้องการจ้างภาคินให้มาช่วยออกแบบภาพประกอบสำหรับนิทรรศการใหญ่ที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า” คุณสมชายอธิบาย “เป็นนิทรรศการที่สำคัญมากของบริษัทผม และผมเชื่อมั่นในฝีมือของภาคินเสมอมา หากภาคินรับงานนี้ ผมยินดีที่จะจ่ายค่าตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าปกติ เพื่อเป็นการชดเชยในสิ่งที่เกิดขึ้น”
ภาคินนิ่งคิด เขารู้ว่านี่เป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับเขา นิทรรศการระดับบริษัทของคุณสมชายย่อมเป็นที่จับตามองของวงการศิลปะ และจะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่จะช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงและรายได้ให้กับเขาอย่างมาก
“ภาคินควรจะพิจารณาให้ดี” ท่านเจ้าสำนักกล่าวอย่างใจเย็น “โอกาสมาถึงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันมาพร้อมกับบทเรียนที่เราได้เรียนรู้ร่วมกัน”
ภาคินมองหน้าท่านเจ้าสำนัก แล้วหันกลับมามองคุณสมชาย “ผมขอปรึกษาท่านเจ้าสำนักสักครู่ได้ไหมครับ”
คุณสมชายพยักหน้า “ตามสบายเลย”
ภาคินหันไปมองท่านเจ้าสำนัก “ท่านเจ้าสำนักคิดว่าอย่างไรครับ”
ท่านเจ้าสำนักมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นธารน้ำใสที่ไหลเอื่อยอยู่เบื้องล่าง “ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นไปตามเหตุปัจจัย ภาคิน” ท่านกล่าว “หากเรามองเห็นโอกาสในวิกฤต เราก็จะสามารถเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้ การรับงานนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การทำงานหาเงิน แต่เป็นการสร้างสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ที่เราอาจจะเคยมีรอยร้าว”
“แต่ผมก็ยังกังวลเรื่องความยึดติดในผลงานของผมอยู่ครับ” ภาคินเอ่ยด้วยความกังวล “ผมกลัวว่าการทำงานนี้ จะทำให้ผมกลับไปยึดติดกับคำชื่นชม หรือเงินทองอีกครั้ง”
“นั่นคือสิ่งที่ภาคินต้องใช้สติปัญญาและความเข้าใจที่ได้จากการปฏิบัติธรรม มาเป็นเครื่องนำทาง” ท่านเจ้าสำนักกล่าว “เมื่อเราทำงานด้วยความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงาม โดยไม่ยึดติดกับผลลัพธ์จนเกินไป นั่นคือการทำงานที่แท้จริง เราทำในสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุด แล้วปล่อยวางส่วนที่เหลือ ไม่ว่าผลตอบรับจะเป็นอย่างไร เราก็ได้ทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่แล้ว”
ภาคินพยักหน้าช้าๆ เขาเริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้น เขามองเห็นว่านี่ไม่ใช่แค่โอกาสในการทำงาน แต่เป็นการทดสอบบทเรียนที่เขาได้รับมาตลอดระยะเวลาที่สำนักปฏิบัติธรรม
“ผมจะรับงานนี้ครับ” ภาคินตัดสินใจ “ผมจะตั้งใจทำผลงานให้ออกมาดีที่สุดครับ”
คุณสมชายยิ้มอย่างโล่งอก “ขอบคุณภาคินมากจริงๆ ผมจะไม่ทำให้ภาคินผิดหวัง”
“ผมหวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของเราทั้งสองคนนะครับ” ภาคินกล่าว “และผมขอขอบคุณท่านเจ้าสำนักอีกครั้ง ที่มาเป็นพยาน และช่วยไกล่เกลี่ยในครั้งนี้”
“การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน” ท่านเจ้าสำนักตอบ “เมื่อเราสามารถคืนความสงบสุขให้กับผู้อื่นได้ เราก็จะได้ความสงบสุขกลับคืนมาสู่ใจของเราเอง”
บทสนทนาจบลงด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายลงมาก ความตึงเครียดที่เคยมีในห้องทำงานของคุณสมชาย ได้ถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจและการให้อภัย ภาคินรู้สึกเบาใจอย่างบอกไม่ถูก เขาได้บทเรียนอันล้ำค่าจากการเผชิญหน้าในครั้งนี้ และเขาก็พร้อมที่จะก้าวต่อไปด้วยใจที่เข้มแข็งกว่าเดิม
4,270 ตัวอักษร