สังโยชน์ 10 รั้งรักให้มั่นคง

ตอนที่ 12 / 46

ตอนที่ 12 — อุทธัจจะ: จิตที่ว้าวุ่นบั่นทอนความรัก

ภาคพลิกหน้ากระดาษไปอย่างช้าๆ “เรามาถึงสังโยชน์ข้อที่ 8 แล้วนะพิมพ์” พิมพ์นั่งฟังอย่างตั้งใจ “สังโยชน์ข้อที่ 8 คืออะไรคะ?” “คือ ‘อุทธัจจะ’” ภาคตอบ “หมายถึงความฟุ้งซ่านแห่งจิต” “ฟุ้งซ่าน… หมายถึงใจไม่สงบ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยแบบนั้นใช่ไหมคะ?” พิมพ์ถาม “ใช่แล้ว” ภาคยืนยัน “อุทธัจจะ คือสภาวะที่จิตใจไม่สงบ ไม่ตั้งมั่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คิดเตลิดไปเรื่อย ไม่ว่าจะคิดเรื่องอดีต เรื่องอนาคต หรือเรื่องที่ไม่มีสาระ” “บางทีพิมพ์ก็เป็นแบบนั้นนะคะ” พิมพ์ยอมรับ “กำลังทำงานอยู่ดีๆ จู่ๆ ก็นึกถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน หรือไม่ก็กังวลไปกับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น” “นั่นแหละคืออุทธัจจะ” ภาคกล่าว “และความฟุ้งซ่านนี้ ก็เป็นอุปสรรคสำคัญต่อความสัมพันธ์ของเราเช่นกัน” “อุปสรรคยังไงเหรอคะ?” พิมพ์สงสัย “เมื่อจิตใจของเราฟุ้งซ่าน เราก็จะไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้าได้อย่างเต็มที่” ภาคอธิบาย “ในความสัมพันธ์ มันหมายถึงการที่เราไม่สามารถให้ความสนใจคู่รักของเราได้อย่างเต็มที่” “หมายความว่า… เราฟังเขาพูด แต่ใจเราลอยไปคิดเรื่องอื่น?” พิมพ์ถาม “ประมาณนั้นเลย” ภาคพยักหน้า “เวลาที่คู่รักของเรากำลังเล่าเรื่องสำคัญ หรือกำลังต้องการความใส่ใจจากเรา แต่เรากลับมีจิตใจที่ฟุ้งซ่าน คิดถึงเรื่องงาน เรื่องเพื่อน หรือเรื่องอื่นๆ อยู่ตลอดเวลา คู่รักของเราก็จะรู้สึกว่าเขาไม่ได้รับการใส่ใจ ไม่ได้รับการให้เกียรติ” “จริงค่ะ” พิมพ์นึกถึงตอนที่ภาคเคยบ่นว่าเวลาพิมพ์คุยโทรศัพท์กับเพื่อน แล้วดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับเพื่อนมากกว่า “ตอนนั้นพิมพ์ก็แค่คุยกับเพื่อน แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมองข้ามภาคจริงๆ นะคะ” “พี่เข้าใจ” ภาคกล่าว “แต่มันก็เป็นผลมาจากความฟุ้งซ่านของจิตนั่นแหละ เมื่อใจเราไปอยู่ที่อื่น เราก็จะแสดงอาการออกมาโดยไม่รู้ตัว” “แล้วมันมีผลเสียมากกว่านั้นอีกไหมคะ?” พิมพ์ถาม “มีแน่นอน” ภาคกล่าว “ความฟุ้งซ่านยังทำให้เรามองข้ามความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง และของคู่รัก” “มองข้ามความรู้สึก…?” “ใช่” ภาคขยายความ “เวลาที่เราฟุ้งซ่าน เราอาจจะไม่ได้สังเกตเห็นว่าคู่รักของเรากำลังรู้สึกอย่างไร สีหน้าท่าทางเป็นอย่างไร หรือกำลังต้องการอะไร เราอาจจะคิดไปเอง หรือตีความผิดไป เพราะใจเราไม่ได้อยู่กับปัจจุบันขณะ” “เหมือนตอนที่เราทะเลาะกันเรื่อง ‘ลืมวันครบรอบ’ ไงคะ” พิมพ์ยกตัวอย่าง “ตอนนั้นภาคอาจจะยุ่งกับงานจนลืมไปจริงๆ แต่พิมพ์ก็คิดเอาเองว่าเขาไม่รักแล้ว หรือไม่ใส่ใจแล้ว” “นั่นเป็นเพราะใจเราตอนนั้นมันฟุ้งซ่านไปด้วยความกังวล และความคาดหวัง” ภาคยอมรับ “พอเราไม่ได้สิ่งที่คาดหวัง เราก็ตีความไปในทางลบ” “แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ได้ยังไงคะ?” พิมพ์ถาม “การแก้ที่ตรงจุดที่สุด คือการ ‘ฝึกสมาธิ’” ภาคกล่าว “การทำสมาธิจะช่วยให้จิตใจเราสงบ ตั้งมั่น และจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานขึ้น” “ฝึกสมาธิ…” พิมพ์ทวนคำ “ใช่” ภาคพยักหน้า “เมื่อเราฝึกสมาธิเป็นประจำ เราจะค่อยๆ ฝึกให้จิตใจเรากลับมาอยู่ที่ปัจจุบัน ขณะที่กำลังทำกิจกรรมต่างๆ” “อย่างเช่น เวลาเราคุยกัน เราก็จะตั้งใจฟังอย่างเต็มที่ ไม่คิดฟุ้งซ่านไปเรื่องอื่น?” พิมพ์ถาม “ถูกต้อง” ภาคตอบ “และเมื่อเราสามารถจดจ่ออยู่กับปัจจุบันขณะได้ เราก็จะสามารถรับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายได้อย่างละเอียดอ่อน เราจะเข้าใจเขามากขึ้น และเราก็จะแสดงความรัก ความใส่ใจให้เขาได้อย่างเต็มที่” “แล้วถ้าไม่ได้ฝึกสมาธิเลยล่ะคะ?” พิมพ์ถาม “ถ้าไม่ได้ฝึกสมาธิ เราก็อาจจะใช้วิธีอื่นช่วยได้” ภาคกล่าว “อย่างแรก คือการ ‘มีสติ’ ในทุกการกระทำ” “มีสติ…” “ใช่” ภาคอธิบาย “ก่อนที่เราจะทำอะไร หรือพูดอะไร ให้ถามตัวเองก่อนว่า ‘เรากำลังทำอะไรอยู่’ ‘เรากำลังพูดอะไร’ ‘ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน’ การมีสติจะช่วยดึงจิตใจเรากลับมาจากความฟุ้งซ่านได้” “เหมือนกับการที่เราตั้งใจที่จะฟังภาคอย่างเต็มที่ เวลาที่เขาพูด” พิมพ์พยักหน้า “ใช่” ภาคยิ้ม “และอีกวิธีหนึ่ง คือการ ‘กำหนดรู้’ ลมหายใจ” “กำหนดรู้ลมหายใจ?” “เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกว่าจิตใจเริ่มฟุ้งซ่าน หรือกำลังจะหลงไปคิดเรื่องอื่น ให้ลองกลับมาอยู่ที่ลมหายใจของเรา” ภาคแนะนำ “หายใจเข้าก็รู้ หายใจออกก็รู้ การกลับมาอยู่กับลมหายใจ จะช่วยดึงสติเรากลับมาอยู่กับปัจจุบันได้” “มันเหมือนเป็นการ ‘ตั้งหลัก’ ให้กับจิตใจเราใช่ไหมคะ?” พิมพ์กล่าว “ถูกต้อง” ภาคพยักหน้า “เมื่อเรามีสติอยู่กับปัจจุบันขณะ เราก็จะสามารถใช้ชีวิตในความสัมพันธ์ได้อย่างมีความสุขมากขึ้น เราจะสามารถสื่อสารกันได้อย่างเข้าใจ รับฟังกันได้อย่างแท้จริง และแสดงความรักความใส่ใจให้กันได้อย่างเต็มเปี่ยม” “แล้วมันจะช่วยให้ความสัมพันธ์ของเรามั่นคงขึ้นได้ยังไงคะ?” พิมพ์ถาม “เมื่อเราไม่ปล่อยให้จิตใจฟุ้งซ่านไปกับเรื่องอื่นๆ เราก็จะให้ความสำคัญกับคู่รักของเราอย่างที่เขาควรจะได้รับ” ภาคอธิบาย “ความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนการให้ความสนใจซึ่งกันและกัน การรับฟังซึ่งกันและกัน และการเข้าใจซึ่งกันและกัน จะเป็นความสัมพันธ์ที่มั่นคงและแข็งแรง” “ดังนั้น ‘อุทธัจจะ’ หรือความฟุ้งซ่าน มันคือศัตรูของความใส่ใจ และความเข้าใจในความสัมพันธ์อย่างนั้นเหรอคะ?” พิมพ์สรุป “ใช่แล้ว” ภาคกล่าว “เมื่อเราลดความฟุ้งซ่านลงได้ เราก็จะสามารถมอบ ‘ปัจจุบันขณะ’ ที่มีคุณภาพให้กับคู่รักของเราได้ และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน” “ขอบคุณค่ะภาค” พิมพ์กล่าวด้วยรอยยิ้ม “รู้สึกว่าเราใกล้จะเข้าใจทุกอย่างแล้ว” “เราเหลืออีกสองสังโยชน์สุดท้าย” ภาคกล่าว “เป็นสองข้อที่อาจจะฟังดูยาก แต่ก็เป็นหัวใจสำคัญของการหลุดพ้น”

4,365 ตัวอักษร