สังโยชน์ 10 รั้งรักให้มั่นคง

ตอนที่ 2 / 46

ตอนที่ 2 — เมื่อกิเลสคุกคามความรัก

แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านโปร่งเข้ามาในห้องนั่งเล่น ปลุกภาคให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ เขาพบว่าตัวเองเผลอหลับไปบนโซฟาหลังจากที่อ่านหนังสือ “สังโยชน์ 10 รั้งรักให้มั่นคง” ไปจนเกือบเช้า แสงแดดยามเช้าที่เคยอบอุ่น บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเย็นเยียบ เมื่อนึกถึงบทสนทนาเมื่อคืนที่จบลงด้วยน้ำตาและความห่างเหิน เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ยืดเส้นยืดสาย พลางกวาดสายตามองไปรอบห้อง ผ้าม่านยังคงเปิดอยู่เช่นเดิม บ่งบอกว่าพิมพ์ยังคงอยู่ในห้องนอนของเธอ เขาเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนของพิมพ์ ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเคาะประตู “พิมพ์…พิมพ์อยู่ไหม” ไม่มีเสียงตอบรับจากภายใน พิมพ์ยังคงเงียบเหมือนเดิม ภาคยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินกลับไปที่โซฟาอีกครั้ง หยิบหนังสือเล่มเดิมขึ้นมาเปิดอ่าน เขาต้องการความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อที่จะสามารถอธิบายให้พิมพ์ฟังได้ เขาพลิกหน้าหนังสือไปเรื่อยๆ สังโยชน์ 10 ประการถูกอธิบายไว้อย่างละเอียด แต่ละข้อล้วนเป็นอุปสรรคที่บั่นทอนความสัมพันธ์ของคู่รัก การยึดมั่นในตัวตน การยึดติดในความสุข ความหวาดระแวง ความโกรธ ความไม่พอใจ ความทะยานอยาก ความเย่อหยิ่ง การไม่รู้จักปล่อยวาง และการหลงผิด ภาคครุ่นคิด เขาเริ่มเห็นภาพสะท้อนของตนเองและพิมพ์ในคำอธิบายเหล่านั้น ความหึงหวงของพิมพ์อาจเกิดจากความกลัวที่จะสูญเสียเขา ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของความยึดติดและความไม่มั่นคงในจิตใจ ส่วนความเหนื่อยหน่ายที่เขาแสดงออกไป ก็อาจเป็นผลมาจากความยึดมั่นในความคิดของตนเอง การไม่เข้าใจและไม่พยายามปรับความเข้าใจกับพิมพ์อย่างแท้จริง “สังโยชน์ คือเครื่องผูกรัดดวงจิต… ทำให้ติดข้องในวัฏสงสาร” ภาคพึมพำกับตัวเอง เขาไม่เคยคิดว่าหลักธรรมทางศาสนาจะสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตคู่ได้เช่นนี้ ทันใดนั้น เสียงถอนหายใจเบาๆ ก็ดังมาจากในห้องนอน พิมพ์เปิดประตูห้องออกมา ใบหน้าของเธอซีดเซียว ดวงตายังคงมีร่องรอยของน้ำตาเมื่อคืน แต่แววตาดูสงบขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย “พี่ภาค…” น้ำเสียงของพิมพ์แผ่วเบา “ยังไม่ออกจากห้องอีกเหรอคะ” “พี่อ่านหนังสือ” ภาคชูหนังสือขึ้นเล็กน้อย “พี่อยากทำความเข้าใจ” พิมพ์มองหนังสือในมือภาค สีหน้าของเธออ่อนลงเล็กน้อย “พี่…เข้าใจแล้วเหรอคะ” “ยังหรอก” ภาคส่ายหน้า “แต่มันก็ทำให้พี่มองอะไรได้กว้างขึ้น” เขาเดินเข้าไปหาพิมพ์ วางหนังสือลงบนโต๊ะ แล้วจับมือของพิมพ์ไว้ “พิมพ์…เมื่อคืนพี่พูดแรงไปนะ พี่ขอโทษจริงๆ พี่ไม่ได้เหนื่อยกับพิมพ์ พี่แค่…เหนื่อยกับปัญหานี้” พิมพ์มองหน้าภาค น้ำตาเริ่มคลออีกครั้ง “หนูก็ขอโทษค่ะพี่ภาค หนูอาจจะคิดมากไปหน่อย” “ไม่เป็นไร” ภาคบีบมือพิมพ์เบาๆ “แต่เราต้องมาคุยกันจริงๆ จังๆ นะ ว่าเราจะแก้ปัญหานี้ยังไง” “หนูไม่รู้จะเริ่มตรงไหนแล้วค่ะ” พิมพ์ถอนหายใจ “ทุกครั้งที่เรามีปัญหากัน มันก็วนลูปเดิมๆ” “พี่ก็เหมือนกัน” ภาคยอมรับ “แต่พี่ว่า… เราลองทำตามที่หนังสือเล่มนี้แนะนำดูไหม” พิมพ์เลิกคิ้ว “พี่ภาค…จะให้เราปฏิบัติธรรมแล้วเหรอคะ” “ไม่ใช่ขนาดนั้น” ภาคยิ้ม “แต่ลองศึกษาเรื่องสังโยชน์ 10 ข้อนี้ดู เรามาดูกันว่า ‘กามราคะ’ หรือความกำหนัดยินดีในกามคุณ มันมีผลต่อความสัมพันธ์ของเรายังไง” “กามราคะ…” พิมพ์ทวนคำ “หมายถึง…ความอยากได้ในสิ่งต่างๆ ที่ทำให้มีความสุข ใช่ไหมคะ” “ใช่” ภาคพยักหน้า “แล้วความอยากในที่นี้ มันก็ครอบคลุมถึงความอยากที่จะครอบครอง อยากจะให้คนรักเป็นของเราคนเดียว ไม่เผื่อแผ่ให้ใคร มันก็คือความหึงหวงนั่นแหละ” “แล้ว…ถ้าหนูหึงพี่ภาค… มันผิดเหรอคะ” พิมพ์ถามเสียงสั่น “ไม่ใช่ความผิด” ภาคอธิบาย “แต่มันคือ ‘สังโยชน์’ ข้อหนึ่ง ที่มันรั้งเราไว้ ทำให้เราไม่เป็นอิสระ ความหึงหวงมันเกิดจากความกลัวที่จะเสียไป ถ้าเรายึดติดกับความกลัวนั้น เราก็จะทุกข์” “แล้วเราจะทำยังไงให้ไม่หึงคะ” พิมพ์ถามอย่างจริงจัง “เราต้องฝึก ‘ปล่อยวาง’” ภาคกล่าว “ปล่อยวางความยึดติดในตัวตนของเราเอง และปล่อยวางความคาดหวังที่มีต่ออีกฝ่าย เราต้องเข้าใจว่าความรักที่แท้จริง มันไม่ใช่การครอบครอง แต่เป็นการให้เกียรติและเคารพในความเป็นอิสระของกันและกัน” “แต่…มันยากนะคะพี่ภาค” พิมพ์เอ่ยอย่างกังวล “การที่จะไม่รู้สึกอะไรเลยเวลาที่พี่ภาคไปสนิทสนมกับคนอื่น” “พี่เข้าใจว่ามันยาก” ภาคกอดพิมพ์เบาๆ “แต่เรามาลองฝึกไปด้วยกันนะ เริ่มจากสังโยชน์ข้อแรก คือ ‘กามราคะ’ ก่อน เรามาลองสังเกตความรู้สึกของตัวเองเวลาที่เกิดความหึงหวงขึ้นมา แทนที่จะปล่อยให้ความหึงหวงนั้นครอบงำ เรามาลองสังเกตมันดูว่ามันเกิดขึ้นจากอะไร แล้วเราก็พยายามไม่ไปปรุงแต่งต่อ” “สังเกต…แล้วไม่ปรุงแต่ง….” พิมพ์ทวนคำ “มันเหมือนกับ…เวลาที่เราเห็นก้อนเมฆลอยผ่านไป เราก็แค่เห็น แต่เราไม่พยายามจะจับมันไว้” “ใช่เลย!” ภาคอุทานด้วยความยินดี “พิมพ์เข้าใจเร็วมาก” “แล้ว…แล้วถ้าหนูอยากให้พี่ภาคอยู่กับหนูตลอดเวลาล่ะคะ” พิมพ์ถามต่อ “มันก็เป็นความอยากเหมือนกันใช่ไหมคะ” “ใช่” ภาคตอบ “มันคือความอยากที่จะครอบครอง ที่เราเรียกว่า ‘อุปาทาน’ เรายึดติดว่าเราต้องมีความสุขจากการมีเขาอยู่ข้างกายตลอดเวลา พอเขาไม่ได้อยู่กับเรา เราก็ทุกข์” “แล้วเราจะอยู่กันยังไงคะ ถ้าเราไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ตลอดเวลา” พิมพ์ถามด้วยความสงสัย “เราอยู่ด้วยกันใน ‘ปัจจุบันขณะ’ ” ภาคตอบ “เราให้คุณค่ากับเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกันจริงๆ โดยไม่เอาอดีตมาผูกมัด หรืออนาคตมาทำให้กังวล เมื่อเรามีความสุขกับปัจจุบันขณะ ความผูกพันของเราก็จะยิ่งแน่นแฟ้นขึ้น” “ปัจจุบันขณะ…” พิมพ์ทวนคำ “หนูต้องลองทำดูใช่ไหมคะ” “ใช่” ภาคพยักหน้า “แล้วเราก็มาดูสังโยชน์ข้อต่อไปกัน นั่นคือ ‘ปฏิฆะ’ หรือความขัดเคืองใจ ความโกรธ ความไม่พอใจ” “อันนี้หนูเข้าใจดีเลยค่ะ” พิมพ์หัวเราะเบาๆ “เวลาหนูหงุดหงิดพี่ภาค หนูจะรู้สึกเหมือนมีไฟลามทุ่งในอก” “นั่นแหละคือ ‘ปฏิฆะ’” ภาคกล่าว “มันคืออารมณ์ที่เราตอบสนองต่อสิ่งที่มากระทบแล้วทำให้เราไม่พอใจ เราต้องฝึกที่จะไม่ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งในการตัดสินใจ หรือในการตอบโต้” “แล้วถ้าพี่ภาคทำอะไรให้หนูไม่พอใจจริงๆ ล่ะคะ” พิมพ์ถาม “เราก็ต้องใช้ ‘ปัญญา’ ในการพิจารณา” ภาคอธิบาย “มองให้ออกว่าสิ่งนั้นมันมีผลเสียอย่างไรต่อความสัมพันธ์ของเรา แทนที่จะใช้อารมณ์ตอบโต้ เราก็มาหาทางแก้ไขอย่างมีสติ” บทสนทนาระหว่างพิมพ์กับภาคเริ่มเปลี่ยนไป จากการทะเลาะเบาะแว้ง กลายเป็นความเข้าใจและการหาทางออกร่วมกัน แสงแดดที่ส่องเข้ามาในห้องดูเหมือนจะให้ความอบอุ่นมากขึ้น บรรยากาศที่เคยหนาวเหน็บพลันเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวัง “หนูอยากลองทำดูค่ะพี่ภาค” พิมพ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น “หนูไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเราต้องจบลงเพราะเรื่องแค่นี้” “พี่ก็เหมือนกัน” ภาคดึงพิมพ์เข้ามาสวมกอด “เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะ” เขาปล่อยมือจากพิมพ์ หันไปหยิบหนังสือขึ้นมาอีกครั้ง “เอาล่ะ…วันนี้เรามาเริ่มที่ ‘กามราคะ’ และ ‘ปฏิฆะ’ กันก่อนนะ” พิมพ์พยักหน้า เธอเดินเข้าไปในครัว หยิบผลไม้ที่เตรียมไว้มาจัดใส่จานอย่างสวยงาม แล้วนำมาวางไว้บนโต๊ะกลางห้อง “งั้นเรามาทานผลไม้ไปด้วยกันนะคะพี่ภาค” ภาคยิ้ม เขารู้สึกดีใจที่พิมพ์พร้อมจะร่วมมือกับเขา “ดีเลย” ทั้งคู่เริ่มนั่งลงที่โต๊ะกลางห้อง ทานผลไม้ไปด้วยกัน พร้อมกับเปิดหนังสือ “สังโยชน์ 10 รั้งรักให้มั่นคง” เพื่อศึกษาหลักธรรมที่พวกเขาจะนำมาปรับใช้ในชีวิตคู่

5,696 ตัวอักษร