สังโยชน์ 10 รั้งรักให้มั่นคง

ตอนที่ 28 / 46

ตอนที่ 28 — การจัดการความห่างไกลด้วยสติ

“ไม่ต้องห่วงผมนะครับพิมพ์” ภาคกล่าว ขณะที่เขากำลังจัดของใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ มือเรียวกร้านวางมือลงบนแก้มเนียนนุ่มของพิมพ์ ดวงตาคู่คมฉายแววอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก “เรามีเครื่องมือที่ดีที่สุดในการจัดการกับระยะทางแล้วนะ” พิมพ์มองเข้าไปในดวงตาของภาค เธอพยักหน้ารับอย่างช้าๆ แม้จะพยายามเก็บความรู้สึกหวั่นไหวไว้ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาคลอ “รู้ค่ะ แต่ก็อดใจหายไม่ได้จริงๆ ค่ะ” เธอเอ่ยเสียงแผ่วเบา “การอยู่ใกล้ๆ กันมาตลอด พอต้องมาห่างกันแบบนี้ มันรู้สึกเหมือนมีบางอย่างขาดหายไป” ภาคดึงพิมพ์เข้ามากอดแน่น ซบหน้าลงบนผมยาวสลวยของเธอ “ผมรู้ครับ แต่นั่นแหละคือบททดสอบที่แท้จริงของเรา สังโยชน์ข้อที่ 5 คือ ‘อุทธัจจกุกกุจจะ’ ความฟุ้งซ่านและความรำคาญใจ ตอนนี้ความรู้สึกของเรามันกำลังถูกทดสอบ เราต้องใช้สติเข้ามาควบคุมมัน” “อุทธัจจะคือความฟุ้งซ่านใช่ไหมคะ” พิมพ์เงยหน้าขึ้นมองเขา “แล้วกุกกุจจะคือความกังวลใจ หรือความรู้สึกผิดที่ทำอะไรไปแล้ว หรืออยากจะกลับไปแก้ไขสิ่งที่เคยทำ” “ถูกต้องครับ” ภาคผงกศีรษะเห็นด้วย “ในสถานการณ์นี้ อุทธัจจะอาจจะมาในรูปแบบของความคิดที่ฟุ้งซ่านไปต่างๆ นานา คิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทำให้เรากังวลใจ หรืออาจจะมีความรู้สึกรำคาญใจที่ต้องแยกจากกัน ส่วนกุกกุจจะอาจจะมาในรูปแบบของความรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ใช้เวลาด้วยกันให้มากกว่านี้ หรือกังวลว่าเราจะปรับตัวไม่ได้” “แล้วเราจะจัดการกับมันได้อย่างไรคะ” พิมพ์ถามอย่างตั้งใจ เธอรู้ดีว่าคำตอบจะต้องเชื่อมโยงกับหลักธรรมที่พวกเขาศึกษามา “เราต้องฝึกการเจริญสติอย่างสม่ำเสมอ” ภาคกล่าวเน้น “เมื่อไหร่ก็ตามที่รู้สึกฟุ้งซ่าน กังวลใจ หรือรำคาญใจ ให้รู้ตัวทันที แล้วดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบัน หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ สังเกตลมหายใจที่เข้าออก” “เหมือนที่เราเคยฝึกกันเลยค่ะ” พิมพ์เริ่มคลายความกังวลลงเมื่อนึกถึงการฝึกสติที่ทำมาตลอด “การรับรู้ลมหายใจ ช่วยให้เราสงบลงได้จริงๆ” “ใช่ครับ” ภาคยิ้ม “และเราต้องไม่ลืมสังโยชน์ข้อที่ 6 คือ ‘อรูปราคะ’ ความยินดีในอรูปฌาน หรือความยินดีในสิ่งที่ละเอียดประณีต ในบริบทของเราตอนนี้ อาจจะหมายถึงความยินดีที่เคยมีเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกัน ความสุขที่ได้สัมผัสกัน การที่ต้องห่างกันอาจจะทำให้เรารู้สึกสูญเสียความยินดีนี้ไป” “แล้วเราจะปรับเปลี่ยนความยินดีนั้นได้อย่างไรคะ” พิมพ์ถามอย่างสงสัย “เราต้องเข้าใจว่าความสุขที่แท้จริงนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีหรือไม่มีสิ่งใดสิ่งหนึ่ง” ภาคอธิบาย “ความสุขที่แท้จริงมาจากภายใน เมื่อเราสามารถสร้างความสงบและความพึงพอใจได้จากภายในตัวเอง เราก็จะสามารถมีความสุขได้ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลกันก็ตาม เราต้องฝึกมองหาความยินดีในสิ่งอื่นที่เราสามารถทำได้ เช่น การพัฒนาตนเอง การทำงาน การช่วยเหลือผู้อื่น หรือการติดต่อสื่อสารกันด้วยความเข้าใจ” “การติดต่อสื่อสารกันด้วยความเข้าใจ” พิมพ์ทวนคำ “นั่นเป็นสิ่งสำคัญมากนะคะ ภาค” “แน่นอนครับ” ภาคพยักหน้า “เราต้องสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมา บอกความรู้สึกของตัวเองให้กันและกันรับรู้ โดยไม่คาดหวังให้อีกฝ่ายต้องเป็นไปตามที่เราต้องการ เราต้องใช้การรับฟังอย่างตั้งใจ ฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดจริงๆ ไม่ใช่ฟังเพื่อจะตอบโต้” “ฉันกลัวค่ะ ภาค” พิมพ์ยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงของเธอออกมา “กลัวว่าระยะทางจะทำให้เราห่างเหินกัน กลัวว่าความคิดถึงจะแปรเปลี่ยนเป็นความไม่เข้าใจ กลัวว่าเราจะค่อยๆ ลดทอนความสำคัญของกันและกันไป” ภาคดึงมือของพิมพ์มากุมไว้แน่น “ผมเข้าใจความกลัวของคุณครับ และผมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน แต่นั่นคือความยึดติดในสิ่งที่เราเคยมี เราต้องปล่อยวางความกลัวนั้นเสีย” “ปล่อยวางความกลัวได้อย่างไรคะ” “เราต้องมองความสัมพันธ์ของเราในมุมที่กว้างขึ้น” ภาคอธิบาย “เราได้เรียนรู้หลักธรรมมามากพอที่จะเข้าใจว่า ความสัมพันธ์ที่แท้จริงนั้นคือการเกื้อกูลกัน การสนับสนุนกัน การเติบโตไปด้วยกัน ไม่ว่าเราจะอยู่ใกล้หรือไกลกันก็ตาม เรายังคงเป็นกำลังใจให้กันและกันได้เสมอ เรายังคงรักและห่วงใยกันได้เสมอ” “แล้วสังโยชน์ข้ออื่นล่ะคะ” พิมพ์ถาม “มีผลกระทบกับสถานการณ์นี้อีกไหม” “แน่นอนครับ” ภาคตอบ “สังโยชน์ข้อที่ 7 คือ ‘วิจิกิจฉา’ ความลังเลสงสัย ในสถานการณ์นี้ วิจิกิจฉาอาจจะเกิดขึ้นเมื่อเราเริ่มสงสัยในความสัมพันธ์ของเราเอง สงสัยในความรักของอีกฝ่าย หรือสงสัยว่าเราจะสามารถผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้หรือไม่” “แล้วเราจะขจัดความลังเลสงสัยนี้ได้อย่างไรคะ” “เราต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่ได้เรียนรู้มา” ภาคกล่าว “เชื่อมั่นในความรักของเรา เชื่อมั่นในตัวตนของเรา และเชื่อมั่นในศักยภาพของเราที่จะเติบโตไปด้วยกัน เมื่อเรามีสติและปัญญา เราจะสามารถมองเห็นความจริงได้ชัดเจนขึ้น และความสงสัยก็จะคลายตัวลงไปเอง” “ฟังดูเหมือนจะง่าย แต่ในทางปฏิบัติก็ต้องใช้ความพยายามมากจริงๆ ค่ะ” พิมพ์ถอนหายใจเบาๆ “ใช่ครับ” ภาคเห็นด้วย “แต่เราไม่ได้อยู่คนเดียว เรามีกันและกัน เราจะช่วยกันเตือนสติกัน ช่วยกันประคับประคองกันไป” เขากอดพิมพ์แน่นขึ้น “คุณจำได้ไหมที่เราเคยพูดกันว่า ความรักที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่การครอบครอง แต่เป็นการเกื้อกูลและการส่งเสริมให้เติบโต” “จำได้ค่ะ” พิมพ์พยักหน้า เธอรู้สึกดีขึ้นมากเมื่อได้พูดคุยกับภาคในเรื่องนี้ “เมื่อคืนฉันฝันถึงเรื่องที่เราเคยทะเลาะกันบ่อยๆ เรื่องความหึงหวง ความไม่ไว้ใจ” “ผมก็ฝันถึง” ภาคตอบ “แต่ในฝันครั้งนี้ เราไม่ได้ทะเลาะกัน เรานั่งคุยกันด้วยเหตุผล และเข้าใจกันมากขึ้น” “นั่นเป็นสัญญาณที่ดีใช่ไหมคะ” พิมพ์ยิ้ม “เป็นสัญญาณที่ดีที่สุดเลยครับ” ภาคจูบหน้าผากของเธอ “นั่นหมายความว่า จิตใจของเรากำลังปรับตัว กำลังเรียนรู้ที่จะจัดการกับอุปสรรคต่างๆ ด้วยสติและปัญญา ไม่ใช่ด้วยกิเลส” “ฉันจะเข้มแข็งนะคะภาค” พิมพ์กล่าวอย่างมั่นใจ “ฉันจะใช้สติและการเจริญภาวนาเป็นเครื่องนำทาง” “ผมเชื่อในตัวคุณครับ” ภาคกุมมือพิมพ์อีกครั้ง “และผมจะคอยเป็นกำลังใจให้คุณเสมอ แม้จะอยู่ห่างไกลกันก็ตาม เราจะใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ สื่อสารกันบ่อยๆ เล่าเรื่องราวในแต่ละวันให้กันฟัง แบ่งปันความสุขและความทุกข์” “และเราจะตั้งเป้าหมายร่วมกัน” พิมพ์เสริม “เช่น การวางแผนกลับมาเจอกันอีกครั้ง การหาเวลากลับมาหาที่บ้าน หรือการหาโอกาสไปเที่ยวด้วยกัน” “ใช่ครับ” ภาคเห็นด้วย “การมีเป้าหมายที่ชัดเจน จะช่วยให้เรามีกำลังใจ และลดความรู้สึกเหงาลงไปได้มาก” “ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้วค่ะ” พิมพ์กล่าว “ขอบคุณนะคะภาค ที่ทำให้ฉันมองเห็นหนทาง” “เราจะผ่านมันไปด้วยกันครับพิมพ์” ภาคยิ้ม “เพราะเรามีหลักธรรมเป็นเครื่องนำทาง และเรามีกันและกันเป็นกำลังใจ” เขาหยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมา “ผมต้องไปสนามบินแล้วนะครับ” “เดินทางปลอดภัยนะคะ” พิมพ์กล่าว “ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ” “แล้วคุณก็ดูแลตัวเองเช่นกัน” ภาคกล่าว “คิดถึงผมเมื่อไหร่ ให้นึกถึงคำที่เราคุยกันวันนี้” “ค่ะ” พิมพ์พยักหน้ารับ เธอเดินไปส่งภาคที่หน้าประตู ยืนมองแผ่นหลังของเขาจนลับสายตาไป ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วหมุนตัวกลับเข้าบ้าน ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ว่า ความรักที่แท้จริงนั้น สามารถยืนหยัดผ่านพ้นทุกอุปสรรคไปได้เสมอ

5,661 ตัวอักษร