ตอนที่ 1 — ลมพายุในใจที่เริ่มก่อตัว
สายลมยามเย็นพัดเอื่อยๆ มาตามระเบียงบ้านชั้นสองของ “ณิชา” กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกแก้วที่ปลูกริมรั้วลอยมาแตะจมูก ชวนให้ใจที่ระอุกรุ่นค่อยๆ เย็นลงบ้าง เธอยกแก้วชาคาโมมายล์ขึ้นจิบ มองออกไปยังท้องฟ้าสีส้มอมชมพูที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า เบื้องล่างคือภาพของสวนหย่อมเล็กๆ ที่เธอทุ่มเทเวลาดูแลด้วยตัวเอง ทุกอย่างดูสวยงาม สงบ และสมบูรณ์แบบ หากแต่ภายในใจของณิชา กลับตรงกันข้าม มันกำลังเต็มไปด้วยม่านหมอกแห่งความไม่สบายใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างหนาทึบ
ชีวิตคู่ของเธอและ “ภาคภูมิ” เป็นเหมือนภาพวาดที่ใครเห็นก็ต้องอิจฉา หนุ่มสาวที่พบรักกันตั้งแต่สมัยเรียน มั่นคงในรักจนเข้าสู่ประตูวิวา สานต่อความสัมพันธ์อันงดงามมานานกว่าห้าปี บนฐานของความเชื่อใจและความผูกพัน แต่ช่วงหลังมานี้ ภาคภูมิเปลี่ยนไป เขาดูเงียบขรึม เก็บตัวมากขึ้น เวลาที่ใช้ร่วมกันน้อยลง และบ่อยครั้งที่สายตาของเขาดูเลื่อนลอยเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างกำลังบั่นทอนจิตใจเขาอยู่ ณิชาพยายามสอบถาม ถามไถ่ด้วยความห่วงใย แต่คำตอบที่ได้กลับมีเพียงคำว่า "ไม่มีอะไร" หรือ "แค่เหนื่อยงาน" ซึ่งมันไม่เคยเพียงพอที่จะอธิบายความห่างเหินที่เธอสัมผัสได้
"พี่ภัทรคะ" เสียงหวานใสของ "พิมพ์ดาว" เลขาสาวคนสนิทของภาคภูมิ ดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆ ณิชาเบิกตากว้างเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ภาคภูมิไม่เคยบอกว่าเขาจะสนิทสนมกับเลขาถึงขั้นแลกเปลี่ยนเบอร์ส่วนตัวจนเรียกชื่อเล่นกันอย่างสนิทสนมเช่นนี้ หรือว่านี่เป็นเรื่องปกติของวงการทำงานที่เธอไม่เคยรับรู้? ความสงสัยปะทุขึ้นในอก แต่เธอก็พยายามสะกดอารมณ์เอาไว้
"นั่นใครคะ" เสียงที่ถามออกไปแหบพร่ากว่าที่ตั้งใจเอาไว้เล็กน้อย
ภาคภูมิที่กำลังจะวางโทรศัพท์ลง ชะงักไปเล็กน้อย เขาหันมามองณิชา ดวงตาฉายแววประหลาดใจระคนไม่สบายใจ "อ้อ เลขาผมเองครับ เขาคงมีเรื่องงานด่วนมั้ง" เขาตอบเสียงเรียบ ก่อนจะกดรับสาย
"ค่ะ พี่ภัทร มีอะไรคะ" เสียงพิมพ์ดาวดังลอดออกมาจากลำโพง มือของภาคภูมิขยับปิดลำโพงอย่างรวดเร็ว แต่ณิชาก็ได้ยินบางส่วน
"อ๋อค่ะ พอดีว่าพรุ่งนี้คุณภาคภูมิมีนัดทานอาหารกลางวันกับลูกค้าคนสำคัญ ดิฉันเลยอยากจะยืนยันเวลาและสถานที่ค่ะ"
"อืม… ว่าไงนะ นัดทานกลางวันที่ไหน… อ้อ ที่ร้านเดิมใช่ไหมครับ ได้ๆ งั้นเดี๋ยวผมรีบกลับไปดูเอกสารก่อนนะ" ภาคภูมิพูดต่ออีกเล็กน้อยก่อนจะวางสาย สีหน้าเขาดูเคร่งเครียดขึ้นกว่าเดิม
ณิชาเฝ้าสังเกตอาการของสามี เธอรู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างกำลังปิดบังเธออยู่ การที่ภาคภูมิปิดเสียงโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว และการที่เขาดูอึดอัดเมื่อเธอถามถึง ก็ยิ่งทำให้ความสงสัยของเธอทวีคูณ
"คุณภาคภูมิคะ… คือ… เมื่อกี้ใครโทรมาคะ" ณิชาพยายามถามอีกครั้ง คราวนี้พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด
ภาคภูมิถอนหายใจยาว "ก็บอกแล้วไงครับ ว่าเลขาผม มีเรื่องงานด่วน" เขาตอบเสียงห้วนกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ก็พยายามไม่ให้อาการออกนอกหน้า
"อ๋อค่ะ… คือ… พี่ภัทรคะ… ทำไมคุณพิมพ์ดาวถึงรู้เบอร์มือถือส่วนตัวของพี่คะ แล้วทำไมถึงเรียกชื่อเล่นด้วย" ณิชาเอ่ยถามตรงๆ ด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ
ภาคภูมิอึ้งไปชั่วขณะ เขาหันมาสบตากับณิชา แววตาของเขามีความลังเล "ก็… บางทีเลขาเขาก็ต้องติดต่อเรื่องงานเร่งด่วนบ้างน่ะครับ เขาเป็นคนเก่งและรอบคอบมาก ผมเลยไว้ใจให้เขาช่วยดูแลเรื่องงานบางส่วน"
"แต่… ถึงจะเรื่องงาน พี่ว่ามันก็ดูสนิทสนมเกินไปนะคะ" ณิชาพูดเสียงเบาลง เธอกำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงความไม่พอใจออกมา แต่ความรู้สึกถูกบั่นทอนมันรุนแรงเหลือเกิน
"ณิชา… ผมขอโทษนะ ถ้าทำให้คุณไม่สบายใจ แต่ผมยืนยันได้ว่าไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่าเรื่องงานจริงๆ" ภาคภูมิเดินเข้ามาใกล้ ใช้มือใหญ่ลูบแขนของเธอเบาๆ "ผมรักคุณคนเดียว เข้าใจไหม"
คำพูดนั้นควรจะทำให้เธอใจเย็นลง แต่ทำไมมันกลับยิ่งทำให้เธอรู้สึกเย็นเยือกมากกว่าเดิม? ความรักที่เขาบอก มันยังคงอยู่จริงหรือ? หรือเป็นเพียงคำพูดที่ใช้ปลอบประโลมในเวลาที่เขากำลังจะปิดบังอะไรบางอย่าง? ณิชาได้แต่นิ่งเงียบ มองใบหน้าของสามีด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ปะปนไปด้วยความรัก ความหวัง และความหวาดระแวงที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเหมือนเมฆฝนที่เริ่มก่อตัวในท้องฟ้า
"คือ… พี่ภัทรคะ" ณิชาสูดลมหายใจลึก "มีเรื่องหนึ่งที่ณิชาอยากจะคุยกับพี่ภัทรมาสักพักแล้วค่ะ"
ภาคภูมิขมวดคิ้วเล็กน้อย "เรื่องอะไรเหรอครับ"
"คือ… เรื่องที่เรามีลูกด้วยกันค่ะ" ณิชาเอ่ย เสียงของเธอแผ่วเบาลงเมื่อพูดถึงประเด็นที่ละเอียดอ่อนนี้ "ณิชา… รู้สึกว่าพี่ภัทรดูไม่ค่อยอยากมีลูกเลยนะคะ"
คำพูดของณิชาทำให้ภาคภูมิเงียบไป เขาหันหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่าง ท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขายิ่งตอกย้ำความรู้สึกของณิชา "ผม… ก็ไม่ได้ไม่อยากมีนะณิชา แต่… ตอนนี้มันอาจจะยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสมหรือเปล่า เรายังมีภาระเรื่องงาน เรื่องการเงินอีกหลายอย่าง"
"แต่เราแต่งงานกันมาห้าปีแล้วนะคะพี่ภัทร ปีที่แล้วณิชาเคยบอกว่าอยากจะมีน้อง พี่ภัทรก็บอกว่ารอไปก่อน ปีนี้ณิชาก็ยังรออยู่… หรือว่าพี่ภัทร… ไม่อยากมีลูกกับณิชาจริงๆ" น้ำตาเริ่มคลอหน่วย ณิชาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามสิ่งที่อยู่ในใจมาตลอด
ภาคภูมิหันกลับมามองเธออย่างรวดเร็ว สีหน้าดูตกใจเล็กน้อย "ไม่ใช่แบบนั้นนะณิชา คุณอย่าคิดมากสิ" เขาเข้ามาประคองใบหน้าของเธอไว้ "ผมรักคุณนะ และผมก็อยากมีลูกกับคุณแน่นอน แต่… เรื่องนี้มันละเอียดอ่อน เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด"
"เตรียมตัว… หรือพี่ภัทรแค่ไม่อยากมีลูกกับณิชา" ณิชาเอ่ยถามซ้ำอย่างตัดพ้อ ความรู้สึกน้อยใจถาโถมเข้ามาจนเธอแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ "พี่ภัทรคะ… บางที… เรื่องที่เรามีลูกกัน… มันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่พี่ภัทรอยากให้เกิดขึ้นเลยก็ได้ใช่ไหมคะ"
ภาคภูมิอึ้งไป เขากลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ "คุณ… คิดอะไรอยู่ณิชา" เขาถามเสียงสั่น
"ณิชา… รู้สึกว่าพี่ภัทรพยายามหลีกเลี่ยงเรื่องการมีลูกมาตลอด… เหมือนกับที่พี่ภัทรพยายามหลีกเลี่ยงเรื่องอื่นๆ ที่ณิชาพยายามจะถามไถ่… บางที… บางทีพี่ภัทรอาจจะมีเหตุผลอื่น… ที่ไม่สามารถบอกณิชาได้ใช่ไหมคะ" ณิชาเอ่ยถามอย่างมีความหวังและสิ้นหวังปะปนกัน เธออยากให้เขายอมรับความจริง ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม
ภาคภูมิยืนนิ่ง ดวงตาของเขาฉายแววสับสนและอึดอัด เขาพยายามหาคำพูดที่จะอธิบาย แต่ก็คิดไม่ออก "ณิชา… เรื่องนี้มันซับซ้อนกว่าที่คุณคิดนะ"
"ซับซ้อน… หรือมันคือความลับคะ" ณิชาปล่อยมือออกจากใบหน้าของเขา ยืนหันหลังให้เขา มองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ ความมืดมิดที่ค่อยๆ กลืนกินแสงสุดท้ายของวัน ก็เหมือนกับความมืดมิดที่กำลังจะกลืนกินหัวใจของเธอ
"ผม… ขอโทษนะณิชา" ภาคภูมิพูดเสียงแผ่วเบา
"ไม่ต้องขอโทษค่ะ" ณิชาตอบเสียงเรียบ "ถ้าพี่ภัทรไม่พร้อมจะบอก… ณิชาก็คงไม่กดดันค่ะ"
เธอรู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน ความสัมพันธ์ที่เคยสวยงาม ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ยากจะประสาน เธอไม่รู้ว่าความลับที่ภาคภูมิเก็บซ่อนไว้คืออะไร แต่เธอรู้เพียงว่ามันกำลังกัดกินหัวใจของเธอไปทุกวันๆ และเธอก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ลมพายุแห่งความไม่เข้าใจนี้จะสงบลง
5,542 ตัวอักษร