ตอนที่ 17 — บทเรียนจากความผิดพลาด
วันเวลาผ่านไปอย่างราบรื่น ณิชาหมกมุ่นอยู่กับงานที่บ้านไร่ปลายฟ้า ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยกิจกรรม ตั้งแต่การดูแลแปลงผัก การแปรรูปผลผลิต การเข้าร่วมเวิร์คช็อปต่างๆ และการพบปะพูดคุยกับชาวบ้าน ความรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักกลับกลายเป็นความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่รัก และได้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เธอได้ค้นพบความหมายของชีวิตในรูปแบบใหม่ ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในเมืองใหญ่
โครงการแปรรูปผลผลิตของชุมชนประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง สินค้าจากบ้านไร่ปลายฟ้าเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อน และผ่านช่องทางออนไลน์ที่ณิชาและชาวบ้านช่วยกันสร้างขึ้นมา การที่เธอสามารถสร้างรายได้และอาชีพเสริมให้กับชาวบ้านได้ ทำให้หัวใจของเธอพองโตไปด้วยความภาคภูมิใจ
"ณิชาคะ เมื่อวานมีคนโทรมาสั่งชาสมุนไพรของเราเยอะเลยค่ะ" ป้าสมศรีบอกด้วยรอยยิ้มกว้าง "เขาบอกว่ารสชาติอร่อยและแพ็คเกจสวยงามมาก"
"จริงเหรอคะป้า" ณิชาดีใจ "ดีจังเลยค่ะ"
"ใช่แล้ว" ป้าสมศรียิ้ม "ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่นานเราก็จะมีเงินทุนไปปรับปรุงโรงแปรรูปของเราให้ใหญ่ขึ้นได้นะ"
"นั่นเป็นเป้าหมายของดิฉันเลยค่ะ" ณิชาตอบ "อยากให้ที่นี่เป็นแหล่งสร้างงานสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับทุกคนจริงๆ"
ช่วงบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ณิชากำลังช่วยชาวบ้านคัดแยกผลผลิตที่เก็บมาใหม่ เธอก็เห็นรถยนต์คันหนึ่งขับเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้านไร่ เธอแปลกใจเล็กน้อย เพราะไม่ค่อยมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญเข้ามาในช่วงนี้
เมื่อคนที่ลงจากรถเดินเข้ามา เธอก็จำได้ทันที เขาคือคุณสุรพล อดีตสามีของเธอ
"คุณสุรพล!" ณิชาอุทานด้วยความประหลาดใจระคนตกใจ "คุณมาทำอะไรที่นี่คะ"
คุณสุรพลดูท่าทางอิดโรย ใบหน้าซีดเซียว แววตาเต็มไปด้วยความสำนึกผิด "ณิชา... ผม... ผมมาขอโทษคุณ"
"ขอโทษเรื่องอะไรคะ" ณิชาถามเสียงเย็น เธอยังคงรู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องเจอหน้าเขา
"เรื่องทุกอย่างที่ผมเคยทำไว้กับคุณ" คุณสุรพลก้มหน้าลง "ผมรู้ว่าผมผิด ผมผิดไปมากจริงๆ ผม... ผมทำลายชีวิตคุณ"
ณิชาถอนหายใจยาว เธอเดินเข้าไปในตัวบ้านและนั่งลงบนโซฟา "คุณสุรพลคะ ดิฉันบอกคุณไปแล้วว่าทุกอย่างมันจบไปแล้ว"
"ผมรู้ครับ" คุณสุรพลเดินตามเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม "แต่ผมก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี ผม... ผมอยากจะเล่าให้คุณฟัง"
"คุณอยากจะเล่าอะไร" ณิชาถาม พลางมองหน้าเขาอย่างระแวดระวัง
"หลังจากที่คุณจากผมไป ผมก็พยายามหาคุณนะ แต่คุณก็หายไปเลย" คุณสุรพลเริ่มเล่า "ผมเสียใจมาก ผมรู้ว่าผมพลาดอะไรไป ผม... ผมเคยคิดว่าการมีเงินมีทองมากพอจะทำให้ผมมีความสุขได้ แต่ผมคิดผิด"
"แล้วตอนนี้คุณรู้แล้วเหรอคะ" ณิชาถามอย่างประชดประชัน
"ผมรู้แล้วครับ" คุณสุรพลตอบอย่างจริงจัง "ผมรู้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรักและความเข้าใจในครอบครัว แต่ผมกลับมองข้ามมันไป ผมหลงระเริงอยู่กับอำนาจและเงินทอง จนลืมคนข้างกายที่คอยอยู่เคียงข้างผมเสมอ"
"แล้วคุณไปไหนมาคะ" ณิชาถาม "ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้"
"ผม... หลังจากคุณไป ผมก็พยายามกลับไปแก้ไขทุกอย่าง" คุณสุรพลเล่า "ผมพยายามจะอธิบายให้คุณฟัง แต่คุณก็ไม่ยอมรับฟัง ผมเลยต้องยอมรับความจริงว่าคุณคงไม่กลับมาแล้ว"
"แล้วคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง" ณิชาถามซ้ำ
"ผมได้ยินข่าวจากเพื่อนคนหนึ่งว่าคุณมาอยู่ที่นี่" คุณสุรพลอธิบาย "เขาส่งข่าวคราวของคุณมาให้ผม ผมก็เลยตัดสินใจมาหาคุณ"
"มาเพื่อจะบอกว่าคุณสำนึกผิดแล้วใช่ไหมคะ" ณิชาถาม น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย
"ครับ" คุณสุรพลตอบ "ผม... ผมอยากจะขอโอกาสที่จะแก้ไขความผิดพลาดของผม"
"โอกาสที่จะแก้ไขอะไรคะ" ณิชาถาม "คุณจะกลับไปขอให้ฉันกลับไปอยู่กับคุณเหรอคะ"
"ไม่ครับ" คุณสุรพลส่ายหน้า "ผมรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้แล้ว ผม... ผมแค่อยากจะขอโทษคุณ และอยากจะขอโอกาสที่จะช่วยคุณ"
"ช่วยดิฉัน?" ณิชาเลิกคิ้ว
"ใช่ครับ" คุณสุรพลพยักหน้า "ผมเห็นว่าโครงการของคุณประสบความสำเร็จมาก ผมมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจ ผมอยากจะขอใช้ประสบการณ์ของผมช่วยเหลือโครงการของคุณให้เติบโตยิ่งขึ้นไปอีก"
ณิชานิ่งไป เธอไม่เคยคิดว่าคุณสุรพลจะมาขอเสนอความช่วยเหลือเช่นนี้ ความรู้สึกของเธอสับสนไปหมด ด้านหนึ่ง เธออยากจะปฏิเสธเขาอย่างสิ้นเชิง เพราะเธอไม่ไว้ใจเขาอีกต่อไป แต่ในอีกด้านหนึ่ง เธอก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าความช่วยเหลือของเขาสามารถทำให้โครงการของเธอเติบโตขึ้นไปอีก ก็อาจจะเป็นประโยชน์ต่อชาวบ้านในชุมชน
"คุณสุรพลคะ" ณิชาพูดอย่างใจเย็น "ดิฉันซาบซึ้งในความตั้งใจของคุณค่ะ แต่ดิฉันคิดว่าดิฉันสามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง"
"ผมรู้ว่าคุณเก่ง" คุณสุรพลกล่าว "แต่บางครั้ง การมีคนช่วยก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหายนะครับ"
"ดิฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณค่ะ" ณิชาตอบหนักแน่น "ดิฉันได้เริ่มต้นชีวิตใหม่แล้ว และดิฉันก็มีความสุขกับชีวิตของดิฉันในตอนนี้"
"ณิชา..." คุณสุรพลพยายามจะพูดต่อ
"พอแล้วค่ะคุณสุรพล" ณิชาขัดจังหวะ "ดิฉันขอร้องให้คุณกลับไปนะคะ"
คุณสุรพลมองหน้าเธอด้วยแววตาผิดหวัง แต่เขาก็เข้าใจว่า ณิชาไม่ต้องการเขาอีกต่อไป เขาจึงลุกขึ้นยืน
"ถ้าคุณเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ บอกผมได้นะครับ" คุณสุรพลกล่าว "เบอร์โทรศัพท์ของผมยังเป็นเบอร์เดิม"
พูดจบ เขาก็เดินออกจากบ้านไป ทิ้งให้ณิชานั่งนิ่งอยู่คนเดียว ความรู้สึกสับสนยังคงค้างอยู่ในใจ เธอไม่แน่ใจว่าการตัดสินใจของเธอถูกต้องหรือไม่ แต่เธอก็เชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเอง
หลังจากนั้นไม่นาน คุณป้าสมศรีก็เดินเข้ามาในห้อง
"เมื่อกี้คุณสุรพลมาเหรอคะ" ป้าสมศรีถาม
"ค่ะป้า" ณิชาตอบ
"เขามาขอโทษเรานะ" ป้าสมศรีกล่าว "ดูเขาก็สำนึกผิดจริงๆ นะ"
"ดิฉันไม่แน่ใจค่ะป้า" ณิชาตอบ "แต่ดิฉันเลือกแล้วที่จะเดินหน้าต่อไปด้วยตัวเอง"
"ดีแล้วค่ะ" ป้าสมศรีพยักหน้า "บางทีอดีตก็เป็นบทเรียนให้เราได้ แต่เราก็ไม่ควรจะปล่อยให้อดีตกลับมาทำลายปัจจุบันของเราได้"
ณิชายิ้มให้ป้าสมศรี เธอรู้สึกขอบคุณสำหรับคำพูดปลอบใจ เธอรู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับอดีตนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เธอก็ได้เรียนรู้ที่จะเข้มแข็งขึ้น และได้เข้าใจถึงความหมายของการให้อภัยและการปล่อยวาง.
4,751 ตัวอักษร