อุเบกขา..เมื่อรักต้องเดินจาก

ตอนที่ 26 / 43

ตอนที่ 26 — ความจริงที่ต้องยอมรับ

ณิชานั่งนิ่งอยู่ที่ระเบียงบ้าน มองออกไปยังไร่ส้มที่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีความหมายใดๆ อีกต่อไปแล้ว น้ำตาที่เคยไหลรินก่อนหน้านี้ ได้แห้งเหือดไปแล้ว เหลือเพียงแต่ความว่างเปล่าและความเหนื่อยล้าที่เข้าครอบงำ การค้นพบความจริงเกี่ยวกับการแท้งลูกของเธอ เป็นเหมือนการเปิดบาดแผลเก่าที่เคยปิดสนิทให้ปริออกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูก แต่ยังมีความรู้สึกของการถูกทรยศและถูกหลอกลวงจากคนที่เธอเคยรักมากที่สุด เธอจำได้ถึงวันนั้น วันที่หมอบอกข่าวร้าย และเอกก็อยู่ตรงนั้นข้างๆ เธอ เขากอดเธอไว้แน่น แต่สัมผัสของเขาในตอนนั้นกลับดูเย็นชา ราวกับเขากำลังทำตามหน้าที่บางอย่าง มากกว่าที่จะแสดงความเสียใจอย่างแท้จริง เธอเคยคิดว่าเขาคงเสียใจมาก จนไม่สามารถแสดงออกได้ แต่ตอนนี้ เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนั้น "เอก... เขาบอกว่าเขาไม่มีทางเลือก" คำพูดของต้นยังคงดังก้องอยู่ในหูของณิชา "คุณแม่เป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมด... ลูกในท้องของเธอ... เป็นอุปสรรคต่อการหมั้นหมายของเขากับ... ลูกสาวของนักธุรกิจใหญ่คนหนึ่ง" ความจริงที่โหดร้ายนี้มันหนักอึ้งเกินกว่าที่เธอจะแบกรับได้ เธอเคยคิดว่าเอกรักเธอ และความสัมพันธ์ของพวกเขามีปัญหาเพราะความไม่เข้าใจเพียงเล็กน้อย แต่เธอคิดผิด ความสัมพันธ์ของเธอไม่ได้มีปัญหาเพียงเล็กน้อย แต่มันคือการหลอกลวงครั้งใหญ่ เอกยอมให้แม่ของเขากำจัดลูกของเธอ เพื่อผลประโยชน์ทางสังคมและการแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ณิชาลุกขึ้นเดินไปมาอย่างกระวนกระวาย เธอพยายามหาเหตุผลที่จะปฏิเสธสิ่งที่ได้ยิน แต่หลักฐานทุกอย่างมันชัดเจนเกินไป เอกไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของต้น เขาเพียงแค่บอกว่าเขาทำอะไรไม่ได้ นั่นหมายความว่าเขารู้เรื่องทั้งหมด และเขาเลือกที่จะยอมจำนนต่อคำสั่งของแม่ "ทำไม... ทำไมเอกถึงทำแบบนี้" ณิชาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแหบพร่า "ทำไมไม่เคยบอกฉันเลย" เธอรู้สึกถึงความโกรธที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาในใจ ความโกรธที่ถูกปิดบังไว้ด้วยความเศร้าและความเจ็บปวดมานานหลายปี เธอโกรธเอกที่ทำให้เธอต้องแบกรับความเจ็บปวดนี้เพียงลำพัง โกรธที่เขาหลอกลวงเธอ โกรธที่เขาปล่อยให้เธอจมปลักอยู่กับความผิดหวังมาตลอด "มานีคะ" ณิชาตะโกนเรียก พยายามกลั้นน้ำตา "ช่วยเอาน้ำมาให้ฉันหน่อยค่ะ" ไม่นานมานีก็เดินเข้ามาพร้อมกับแก้วน้ำเย็น เธอส่งให้ณิชาด้วยสีหน้าเป็นห่วง "คุณณิชาเป็นอะไรไปคะ หน้าซีดมากเลย" ณิชารับแก้วน้ำมาถือไว้ มือของเธอสั่นเล็กน้อย "ฉัน... ฉันแค่รู้สึกไม่ค่อยสบายค่ะ" เธอพยายามยิ้มให้มานี แต่รอยยิ้มนั้นก็ดูฝืนๆ "คุณณิชาไม่สบายหรือคะ จะให้ฉันไปตามคุณหมอไหมคะ" มานีถามด้วยความเป็นห่วง "ไม่เป็นไรค่ะ" ณิชาโบกมือปฏิเสธ "แค่นั่งพักสักครู่ก็คงจะดีขึ้น" มานีมองเธอด้วยความไม่แน่ใจ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรอีก "ถ้าต้องการอะไร บอกได้เลยนะคะ" เธอเดินจากไป ทิ้งให้ณิชาอยู่กับความสับสนและความเศร้าอีกครั้ง ณิชานั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง จิบน้ำเย็นๆ ลงคอ เธอรู้ดีว่าเธอต้องเผชิญหน้ากับความจริงนี้ ไม่ว่าจะเจ็บปวดเพียงใดก็ตาม การที่ต้นเข้ามาบอกเรื่องนี้ อาจจะเป็นสัญญาณเตือนให้เธอได้รู้ว่า อดีตที่เคยทำร้ายเธอ กำลังจะกลับมาตามหลอกหลอนเธออีกครั้ง เธอตัดสินใจว่าเธอต้องกลับไปกรุงเทพฯ เธออยู่ที่นี่ไม่ได้อีกต่อไป ความสงบสุขที่เธอเพิ่งจะค้นพบ กำลังจะถูกคุกคามด้วยอดีตที่ตามติดเธอมา "ฉันต้องไปกรุงเทพฯ" ณิชาพูดกับตัวเองเสียงเบา "ฉันต้องไปจัดการเรื่องนี้ให้จบ" เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เธอเลื่อนหารายชื่อของทนายความที่เธอเคยปรึกษาเรื่องการหย่า เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดโทรออก "สวัสดีค่ะคุณณิชา" เสียงทนายความดังขึ้นอย่างเป็นมิตร "มีอะไรให้ดิฉันช่วยเหลือคะ" "สวัสดีค่ะคุณ... ดิฉันมีเรื่องสำคัญที่ต้องปรึกษาค่ะ" ณิชาพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น "เกี่ยวกับ... เรื่องอดีตค่ะ" เธออธิบายเรื่องราวทั้งหมดที่ต้นได้บอกให้ทนายความฟังอย่างละเอียด เธอเล่าถึงความเจ็บปวดที่เธอต้องเผชิญ และความจริงที่เธอเพิ่งค้นพบ "คุณณิชาคะ จากข้อมูลที่คุณเล่ามา มันอาจจะเป็นคดีที่ซับซ้อนพอสมควรค่ะ" ทนายความกล่าว "การที่คุณหญิงรัชนีมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ อาจจะทำให้เราต้องรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม" "ดิฉันเข้าใจค่ะ" ณิชาตอบ "แต่ดิฉันอยากจะดำเนินการให้ถึงที่สุดค่ะ" "เอาล่ะค่ะ" ทนายความถอนหายใจ "ดิฉันจะช่วยคุณณิชาอย่างเต็มที่ค่ะ รบกวนคุณณิชาเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการแต่งงานและการหย่าของคุณกับคุณเอกมาให้ดิฉันด้วยนะคะ ส่วนเรื่องหลักฐานอื่นๆ ดิฉันจะลองหาทางดำเนินการเองค่ะ" หลังจากวางสายโทรศัพท์แล้ว ณิชารู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยที่สุด เธอก็มีคนที่พร้อมจะช่วยเหลือเธอ และเธอเองก็พร้อมที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อความยุติธรรมของตัวเอง เธอเดินกลับเข้าไปในบ้าน มองไปที่รูปถ่ายของเธอและเอกที่ยังคงตั้งอยู่บนชั้นวางของ หัวใจของเธอเจ็บปวดอีกครั้ง แต่ความเจ็บปวดครั้งนี้มันแตกต่างออกไป มันไม่ใช่ความเจ็บปวดที่เกิดจากการสูญเสีย แต่เป็นความเจ็บปวดที่เกิดจากการถูกหลอกลวง "เอก..." ณิชาพึมพำชื่อนั้น "ทำไมเธอถึงทำร้ายฉันได้ลงคอ" เธอหยิบรูปถ่ายนั้นขึ้นมา มองใบหน้าของเขาอย่างพิจารณา แววตาของเขาในภาพนั้นดูอ่อนโยน แต่ตอนนี้เมื่อเธอมองเข้าไป เธอกลับเห็นเพียงความว่างเปล่า และความโกหกที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ณิชาตัดสินใจแล้ว เธอจะกลับไปกรุงเทพฯ เธอจะเผชิญหน้ากับอดีต และเธอจะเรียกร้องความยุติธรรมที่เธอสมควรได้รับ แม้ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง เธอก็พร้อมที่จะยอมรับมัน

4,395 ตัวอักษร