พรหมวิหาร 4 สู่รักนิรันดร์

ตอนที่ 14 / 40

ตอนที่ 14 — ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นจากอดีต

ภายในห้องทำงานอันโอ่อ่าของท่านประจักษ์ เสียงเครื่องปรับอากาศยังคงทำงานอย่างเงียบเชียบ แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความหนักอึ้ง ท่านประจักษ์และท่านวิวัฒน์นั่งประจันหน้ากัน เอกสารกองโตวางอยู่บนโต๊ะทำงานของท่านประจักษ์ เป็นเอกสารที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับนักลงทุนที่ถอนหุ้นไปกะทันหัน “ฉันตรวจสอบแล้ว วิวัฒน์” ท่านประจักษ์เริ่มบทสนทนา “นักลงทุนรายใหญ่นี้ เขาไม่ได้มีปัญหาทางการเงินอะไรเลย การตัดสินใจของเขาดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย” “แล้วนายเจออะไรที่ผิดปกติบ้างไหม” ท่านวิวัฒน์ถามด้วยความหวัง “มีข้อมูลบางอย่างที่น่าสนใจ” ท่านประจักษ์ยื่นเอกสารแผ่นหนึ่งให้ท่านวิวัฒน์ “ชายคนนี้... ชื่อคุณสมชาย เขาเคยเป็นหุ้นส่วนธุรกิจกับพ่อของฉันเมื่อหลายสิบปีก่อน” ท่านวิวัฒน์รับเอกสารมาอ่าน สีหน้าเริ่มแสดงความประหลาดใจ “สมชาย... ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้นะ” “แน่ล่ะ” ท่านประจักษ์ถอนหายใจ “เรื่องราวของเขาถูกปิดบังมานาน เขาเป็นคนที่พ่อของฉันเคยหักหลังในเรื่องธุรกิจ ทำให้เขาต้องสูญเสียทุกอย่างไป” “หักหลัง!” ท่านวิวัฒน์อุทานด้วยความตกใจ “ประจักษ์... นายแน่ใจหรือ” “ฉันแน่ใจ” ท่านประจักษ์ยืนยัน “พ่อของฉันเคยสารภาพกับฉันก่อนที่ท่านจะเสียไป ท่านเล่าว่าเขาหลอกลวงคุณสมชายจนหมดตัว และหลังจากนั้นคุณสมชายก็หายหน้าไปจากวงการ” “แล้วถ้าเป็นเขาจริงๆ เขาจะกลับมาทำลายพวกเราทำไม” ท่านวิวัฒน์ถามด้วยความฉงน “ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน” ท่านประจักษ์ตอบ “แต่ดูเหมือนว่าเขาจะรอโอกาสมานาน” “หรือว่าเขาต้องการจะแก้แค้น!” ท่านวิวัฒน์เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว “แต่ทำไมต้องมาทำลายธุรกิจของเราตอนนี้ ตอนที่พงศกรกับนภัสกำลังจะแต่งงานกัน!” “นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันกังวลที่สุด” ท่านประจักษ์กล่าว “การกระทำของเขาอาจจะส่งผลกระทบต่อความสุขของลูกๆ ของเรา” “เราต้องรีบติดต่อคุณสมชาย” ท่านวิวัฒน์ตัดสินใจ “เราต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง” “ฉันลองติดต่อเขาไปแล้ว” ท่านประจักษ์กล่าว “แต่เขาไม่ยอมให้ความร่วมมือ เขาปิดโทรศัพท์หนี และไม่ตอบอีเมลใดๆ เลย” “แย่แล้ว!” ท่านวิวัฒน์อุทาน “ถ้าเขาไม่ยอมคุย เราจะทำอย่างไรต่อไป” “ฉันมีอีกวิธีหนึ่ง” ท่านประจักษ์กล่าว “ฉันรู้ว่าตอนนี้คุณสมชายอยู่ที่ไหน เขาเปิดร้านอาหารเล็กๆ อยู่ที่ต่างจังหวัด ฉันคิดว่าเราควรจะไปพบเขาด้วยตัวเอง” “ดี” ท่านวิวัฒน์เห็นด้วย “เราจะไปพบเขา” ทั้งสองคนตกลงที่จะเดินทางไปพบคุณสมชายในวันรุ่งขึ้น พวกเขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้ากับอดีตที่อาจจะนำพาความขมขื่นมาสู่ปัจจุบัน วันรุ่งขึ้น ท่านประจักษ์และท่านวิวัฒน์เดินทางไปยังจังหวัดที่ท่านประจักษ์ระบุ พวกเขาขับรถไปตามชนบทที่เงียบสงบ ท่ามกลางทุ่งนาเขียวขจีและอากาศบริสุทธิ์ หลังจากเดินทางมาหลายชั่วโมง พวกเขาก็มาถึงร้านอาหารเล็กๆ ที่ดูเรียบง่าย แต่สะอาดสะอ้าน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำที่ไหลเอื่อย “นั่นไง ร้านของคุณสมชาย” ท่านประจักษ์ชี้ไปยังป้ายร้าน ทั้งสองคนก้าวลงจากรถ เดินตรงไปยังร้านอาหารแห่งนั้น เมื่อเข้าไปภายใน พวกเขาก็พบกับชายวัยกลางคนที่มีท่าทางสงบนิ่ง กำลังสาละวนอยู่กับการปรุงอาหาร “สวัสดีครับ” ท่านประจักษ์กล่าวทักทาย ชายคนนั้นหันมามองด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “มีอะไรให้รับใช้ครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “คุณสมชายใช่ไหมครับ” ท่านวิวัฒน์ถาม “กระผม วิวัฒน์ และนี่ ประจักษ์ เพื่อนเก่าของคุณ” สีหน้าของคุณสมชายเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อ “วิวัฒน์... ประจักษ์...” เขาเอ่ยชื่อทั้งสองคนราวกับกำลังนึกย้อนความทรงจำ “ผมจำพวกคุณได้” “พวกเรามีเรื่องอยากจะคุยกับคุณครับ” ท่านประจักษ์กล่าว “เรื่องธุรกิจที่เคยเกิดขึ้นในอดีต” คุณสมชายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเชิญทั้งสองคนไปนั่งที่โต๊ะ “เชิญครับ” เขาเดินนำไปที่โต๊ะมุมร้าน “ผมรู้ว่าพวกคุณจะมา” “คุณรู้ได้อย่างไร” ท่านวิวัฒน์ถามด้วยความประหลาดใจ “ผมติดตามข่าวสารอยู่เสมอ” คุณสมชายตอบ “ผมรู้ว่าธุรกิจของพวกคุณกำลังจะไปได้สวย และรู้ว่ากำลังจะมีการแต่งงานระหว่างลูกของคุณ” “แล้วทำไมคุณถึงทำแบบนี้” ท่านประจักษ์ถามตรงๆ “ทำไมคุณถึงถอนหุ้นไปกะทันหัน” คุณสมชายมองหน้าทั้งสองคนด้วยสายตาที่สะท้อนความเจ็บปวด “พวกคุณเคยทำอะไรไว้กับผมบ้าง คุณจำได้ไหม” “ฉันรู้ว่าฉันเคยทำผิดพลาด” ท่านประจักษ์ยอมรับ “แต่ฉันก็พยายามแก้ไขมาตลอด” “แก้ไขเหรอ” คุณสมชายแค่นหัวเราะ “คุณคิดว่าการขอโทษมันจะลบล้างทุกอย่างได้งั้นหรือ” “ฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณ” ท่านวิวัฒน์พูดแทรกขึ้น “แต่การกระทำของคุณมันกำลังส่งผลกระทบต่อลูกๆ ของเรา” “ลูกๆ ของคุณ” คุณสมชายเลิกคิ้ว “แล้วลูกของผมล่ะ! พวกเขาก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน! พวกเขาถูกตราหน้าว่าเป็นลูกของคนที่โกงคนอื่น!” น้ำเสียงของคุณสมชายเริ่มสั่นเครือด้วยความโกรธและความเสียใจ “ผมสูญเสียทุกอย่างไปเพราะพวกคุณ! ครอบครัวของผมต้องทนทุกข์ทรมาน! ผมต้องมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ! ผมแค่อยากให้พวกคุณได้รู้ว่าความรู้สึกของการสูญเสียมันเป็นอย่างไร!” “ผมเสียใจจริงๆ คุณสมชาย” ท่านประจักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมยอมรับว่าผมทำผิดพลาดในอดีต และผมพร้อมที่จะรับผิดชอบ” “รับผิดชอบเหรอ” คุณสมชายส่ายหน้า “คุณจะรับผิดชอบอย่างไร! คุณจะให้เวลาที่ผมสูญเสียไปกลับคืนมาได้ไหม! คุณจะให้เกียรติที่ผมถูกเหยียบย่ำกลับคืนมาได้ไหม!” “เรามาหาทางออกร่วมกันได้ไหม” ท่านวิวัฒน์ขอร้อง “เราไม่อยากให้ความแค้นในอดีตมาทำลายความสุขของคนรุ่นต่อไป” คุณสมชายมองหน้าทั้งสองคน เขาเห็นความจริงใจในแววตาของพวกเขา แต่ความเจ็บปวดในใจมันยังคงฝังลึก “ผมไม่รู้ว่าผมจะให้อภัยพวกคุณได้หรือไม่” เขาถอนหายใจยาว “แต่ผมจะให้โอกาสพวกคุณ” “โอกาสอะไรครับ” ท่านประจักษ์ถาม “ผมจะให้เวลาพวกคุณหาทางแก้ไข” คุณสมชายกล่าว “ถ้าพวกคุณสามารถชดเชยสิ่งที่ผมสูญเสียไปได้ทั้งหมด ผมอาจจะยอมปล่อยวางเรื่องนี้” “แต่เราจะชดเชยได้อย่างไร” ท่านวิวัฒน์ถาม “ผมจะบอกให้” คุณสมชายกล่าว “คุณต้องช่วยผมฟื้นฟูธุรกิจของผมที่พังไปในอดีต และให้โอกาสผมได้กลับมายืนหยัดในวงการอีกครั้ง” “คุณต้องการให้เราช่วยคุณ?” ท่านประจักษ์ถามด้วยความประหลาดใจ “ใช่” คุณสมชายตอบ “เพราะผมเชื่อว่าพวกคุณมีศักยภาพที่จะทำได้ และผมก็ต้องการเห็นความยุติธรรมเกิดขึ้นจริง” ท่านประจักษ์และท่านวิวัฒน์มองหน้ากัน พวกเขารู้ดีว่านี่เป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ การแก้ไขความผิดพลาดในอดีตอาจจะต้องใช้ความพยายามอย่างมาก แต่เมื่อมองเห็นความหวังที่จะยุติความขัดแย้งนี้ และปกป้องความสุขของลูกๆ พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายนี้

5,151 ตัวอักษร