พรหมวิหาร 4 สู่รักนิรันดร์

ตอนที่ 28 / 40

ตอนที่ 28 — ความจริงที่ยากจะยอมรับ

“เรื่องมัน... มันซับซ้อนจริงๆ นะ” คุณวิวัฒน์เอ่ยขึ้นเป็นคนแรก เสียงของเขาแผ่วเบาและสั่นเครือ ราวกับพยายามรวบรวมสติหลังจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เขาเหลือบมองไปยังใบหน้าซีดเผือดของคุณหญิงสุดา ก่อนจะหันมาทางบิดา “ความผิดพลาดในอดีตมันผูกมัดเราไว้แน่นหนาเกินไป” ท่านประจักษ์พยักหน้ารับช้าๆ “ใช่ วิวัฒน์ ความผิดพลาดในอดีต... ที่บางครั้งเราก็คิดว่ามันจะถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง มันก็กลับมาตามหลอกหลอนจนได้” ท่านถอนหายใจยาว รู้สึกได้ถึงน้ำหนักอันหนักอึ้งที่กดทับลงบนจิตใจ “สิ่งที่สมชายเล่าให้ฟัง มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เลย มันคือรอยแผลฉกรรจ์ที่ทิ้งไว้กับครอบครัวเรา” คุณหญิงสุดาเงียบไปนาน ดวงตาของเธอฉายแววสับสนและเจ็บปวด “ฉัน... ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเรื่องมันจะเลวร้ายถึงขนาดนี้” เธอพูดเสียงสั่นเครือ “ตอนที่แม่ของสมชาย... คุณปรีดา... เข้ามาขอความช่วยเหลือครั้งนั้น ฉันนึกว่าเธอแค่ต้องการเงินทุนเพื่อประคับประคองธุรกิจที่กำลังจะไปไม่รอด ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเบื้องหลังมันมีความขัดแย้งที่ฝังรากลึกถึงขนาดนี้” “เราต่างก็มีส่วนผิด” ท่านประจักษ์กล่าวอย่างอ่อนโยน “ฉันเองก็ใจร้อนเกินไปตอนนั้น คิดแต่จะเอาชนะ อยากจะให้ธุรกิจของครอบครัวเราก้าวหน้าไปให้ได้ โดยไม่ทันได้ไตร่ตรองถึงผลกระทบที่จะตามมา” ท่านมองไปยังคุณหญิงสุดา “และเธอก็คงจะ... ไม่ทันได้สังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น” “ก็ไม่เชิงเสียทีเดียวค่ะ” คุณหญิงสุดาเอ่ยแทรกขึ้นมา “ตอนนั้นฉันก็รู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง... คือ คุณปรีดาดูเหมือนจะพยายามหลีกเลี่ยงการพบปะกับฉันเป็นพิเศษ เวลาประชุมก็มักจะส่งเลขามาแทนเสมอ หรือถ้าจำเป็นต้องเจอ ก็จะรีบๆ จบการสนทนา แล้วก็มักจะมีท่าทีวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา ฉันก็นึกว่าเธอคงมีปัญหาเรื่องสุขภาพ หรืออาจจะเป็นปัญหาเรื่องการเงินส่วนตัวที่มากเกินกว่าจะรับไหว” “แล้วทำไมถึงไม่ถามไถ่ให้แน่ใจล่ะ สุดา?” ท่านประจักษ์ถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้ตำหนิ “ก็... ตอนนั้นฉันก็มีเรื่องให้ปวดหัวอยู่เยอะค่ะ” คุณหญิงสุดาถอนหายใจ “ธุรกิจของเรากำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว การแข่งขันก็สูงมาก ฉันต้องดูแลหลายอย่าง แล้วไหนจะเรื่องของลูกๆ อีก” เธอเหลือบมองไปทางประตูห้องนอนของลูกชาย “ฉันก็เลย... ปล่อยเลยตามเลยไป” คุณวิวัฒน์ส่ายหน้าเบาๆ “บางที... การที่เราเลือกที่จะไม่รับรู้ หรือการที่เราเลือกที่จะมองข้ามบางสิ่งบางอย่างไป มันก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เรื่องมันบานปลายก็ได้นะครับ” “ใช่” ท่านประจักษ์ยอมรับ “เราปล่อยให้ความขัดแย้งเล็กๆ ค่อยๆ กัดกินความสัมพันธ์ไปเรื่อยๆ จนมันกลายเป็นความบาดหมางที่ยากจะแก้ไข” ท่านเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังใช้ความคิด “การที่เราไม่เคยเปิดอกคุยกันอย่างตรงไปตรงมาในวันนั้น มันทำให้เกิดช่องว่าง และช่องว่างนั้นเองที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดมากมาย” “แล้วตอนนี้... เราควรจะทำอย่างไรดีคะ?” คุณหญิงสุดากล่าวถามด้วยความกังวล “เรื่องที่สมชายเอามาเปิดเผย มันกระทบกระเทือนความเชื่อมั่นของคนในครอบครัวเราอย่างมาก โดยเฉพาะกับพ่อกับแม่ของเขา” “นั่นสินะ” ท่านประจักษ์พึมพำ “เราต้องหาทางแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้” “เราต้องยอมรับความผิดพลาดของเราก่อน” คุณวิวัฒน์กล่าวอย่างหนักแน่น “เราต้องกล้าเผชิญหน้ากับความจริงที่เกิดขึ้น และต้องยอมรับว่าเราทุกคนต่างก็มีส่วนทำให้สถานการณ์มันเลวร้ายลง” “ถูกต้อง” ท่านประจักษ์เห็นด้วย “การใช้หลักพรหมวิหาร 4 อย่างที่ลูกๆ ของเราพยายามจะสอนเรา มันอาจจะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เราก้าวผ่านเรื่องนี้ไปได้” “เมตตา...” คุณหญิงสุดาสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ความรักที่ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข... ในสถานการณ์แบบนี้ มันยากเหลือเกินที่จะนึกถึง” “นั่นแหละคือความท้าทายที่แท้จริงของเรา สุดา” ท่านประจักษ์กล่าว “มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะละทิ้งอคติ ความโกรธแค้น หรือความเสียใจที่ฝังแน่นมานาน แต่ถ้าเราไม่พยายาม เราก็จะติดอยู่กับวังวนแห่งความขัดแย้งนี้ตลอดไป” “แล้วกรุณา...” คุณวิวัฒน์พูดต่อ “การสงสาร เห็นใจในความทุกข์ของผู้อื่น... เราต้องพยายามมองเห็นความเจ็บปวดของครอบครัวคุณประจักษ์ด้วยเช่นกัน” “และมุทิตา” ท่านประจักษ์เสริม “การยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี... ซึ่งในที่นี้ก็คือความสุขของลูกๆ ของเรา ที่ได้พบเจอความรักที่แท้จริง” “ส่วนอุเบกขา...” คุณหญิงสุดากล่าวพลางก้มหน้ามองมือของตนเอง “การวางใจเป็นกลาง ไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์... อันนี้ยากที่สุดสำหรับฉันแล้วค่ะ” “แต่เราต้องพยายาม” ท่านประจักษ์ยืนยัน “ถ้าเราไม่ใช้หลักธรรมะเหล่านี้มาเป็นเครื่องนำทาง เราก็ไม่มีทางที่จะประสานรอยร้าวนี้ให้กลับมาเหมือนเดิมได้” ท่านมองไปยังคุณหญิงสุดา “ฉันรู้ว่ามันยาก แต่เพื่ออนาคตของลูกๆ ของเรา เราต้องพยายาม” “ฉันเข้าใจค่ะ” คุณหญิงสุดาตอบรับอย่างช้าๆ “ฉันจะพยายาม... ฉันจะพยายามมองสถานการณ์นี้ด้วยใจที่เปิดกว้างมากขึ้น” “ดีมาก” ท่านประจักษ์กล่าว “เราจะต้องคุยกันให้เคลียร์กับทางครอบครัวของคุณสมชายอีกครั้ง” “แต่... จะเป็นการดีหรือไม่คะ ถ้าเราจะให้เวลาพวกเขาได้ตั้งหลักก่อน” คุณวิวัฒน์เสนอแนะ “หลังจากเรื่องราวที่เปิดเผยออกไปเมื่อครู่ ผมเกรงว่าพวกเขาคงจะยังเสียใจและสับสนอยู่มาก” “ก็จริงอย่างที่คุณว่า” ท่านประจักษ์เห็นด้วย “เราให้เวลาพวกเขาได้พักผ่อนก่อน แล้วค่อยหาโอกาสที่เหมาะสมในการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง” “แล้วสำหรับงานฉลองที่เรากำลังจะจัดขึ้นล่ะคะ?” คุณหญิงสุดาถามขึ้นมาอีกครั้ง “คงต้องเลื่อนออกไปก่อน” ท่านประจักษ์ตัดสินใจ “จนกว่าเราจะสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ได้อย่างเรียบร้อย” “ฉันเห็นด้วยค่ะ” คุณวิวัฒน์กล่าว “เอาล่ะ” ท่านประจักษ์ลุกขึ้นยืน “ถึงเวลาที่เราจะต้องเผชิญหน้ากับความจริง และใช้ธรรมะเป็นเครื่องนำทางแล้ว”

4,575 ตัวอักษร