เลือดทาบนหน้าต่างบ้านร้าง

ตอนที่ 8 / 40

ตอนที่ 8 — ความหวังที่ถูกบั่นทอน

แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องพัก เป็นสัญญาณบอกถึงการเริ่มต้นวันใหม่ที่แตกต่างออกไป อรุณรัศมีค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ดวงตาที่ยังคงบวมเล็กน้อยจากการอดนอนเมื่อคืน มองเห็นลูกสาวที่ยังคงนอนหลับอุตุอยู่บนที่นอนเสริม "น้ำจ๋า... ตื่นได้แล้วลูก" เธอเอ่ยปลุกอย่างแผ่วเบา น้ำขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ดวงตาคู่สวยยังคงฉายแววเหนื่อยล้า แต่ก็ดูสดใสกว่าเมื่อคืน "อรุณ... ตื่นแล้วเหรอ" สมชายเดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับแก้วกาแฟในมือ "ค่ะ... คุณไปซื้อกาแฟมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ" อรุณรัศมีถาม "เพิ่งไปมาน่ะ... เอ่อ... น้ำลูก ตื่นแล้วเหรอ" สมชายหันไปยิ้มให้ลูกสาว น้ำพยักหน้าตอบอย่างงัวเงีย "มานี่มาลูก เดี๋ยวพ่อจะอุ้มไปอาบน้ำ" สมชายเสนอ หลังจากที่น้ำอาบน้ำและแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามก็ได้ลงมาทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม บรรยากาศที่นี่คึกคักไปด้วยผู้คน และอาหารหลากหลายชนิดที่ถูกจัดวางอย่างสวยงาม ดูเหมือนจะช่วยเติมพลังให้กับทุกคนได้บ้าง "อาหารอร่อยจังเลยค่ะแม่" น้ำพูดพลางตักข้าวผัดเข้าปาก "ใช่แล้วจ้ะ... ทานเยอะๆ นะลูก" อรุณรัศมีตอบ "อรุณ... พ่อว่าเราไปคุยกับตำรวจเรื่องบ้านหลังนั้นกันหน่อยดีไหม" สมชายเอ่ยขึ้นระหว่างทานอาหาร "คุณแน่ใจเหรอคะ... เรื่องมันจะยุ่งยากไปกว่าเดิมหรือเปล่า" อรุณรัศมีถาม "ไม่เป็นไรหรอก... อย่างน้อยเราก็จะได้มีคนคอยช่วยดูแล หรือหาคำแนะนำให้เราได้" สมชายตอบ "แล้ว... ถ้าเราไปแจ้งความ... พวกเขาจะเชื่อเราไหมคะ" อรุณรัศมีเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวล "ก็ต้องลองดูนะ... เราก็เล่าตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น" สมชายกล่าว หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ทั้งสามก็เดินทางไปยังสถานีตำรวจที่อยู่ไม่ไกลนัก สมชายอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด ตั้งแต่การย้ายเข้าบ้าน การพบเห็นรอยเลือดบนหน้าต่าง ไปจนถึงเสียงร่ำไห้ที่ได้ยินในตอนกลางคืน เจ้าหน้าที่ตำรวจรับฟังอย่างใจเย็น ก่อนจะจดบันทึกข้อมูลทั้งหมด "ผมเข้าใจครับว่าคุณคงจะรู้สึกกลัวมาก แต่เรื่องที่เกิดขึ้น... มันเป็นเพียงจินตนาการหรือเปล่าครับ" เจ้าหน้าที่คนหนึ่งถามด้วยท่าทีที่ดูไม่เชื่อเท่าไหร่นัก "ไม่ครับ... มันเกิดขึ้นจริง! ผมเห็นกับตาตัวเองเลย" สมชายยืนยัน "และผมก็ได้ยินเสียงนั้นด้วยค่ะ... มันไม่ใช่เสียงที่คนจะสร้างขึ้นมาได้" อรุณรัศมีเสริม "คืออย่างนี้ครับ... บ้านหลังนั้นเป็นบ้านเก่าที่ถูกทิ้งร้างมานานจริงครับ แต่ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมร้ายแรง หรือเรื่องราวเหนือธรรมชาติใดๆ ที่เราทราบมาก่อน" เจ้าหน้าที่อีกคนกล่าว "แต่... แต่เมื่อคืน... ก่อนที่เราจะย้ายออกมา... ฉันเห็น... ฉันเห็นเงาของผู้หญิงคนหนึ่ง... เธอดูเหมือนจะ..." อรุณรัศมีพยายามอธิบาย แต่ก็พูดไม่ออก "เงาของผู้หญิงเหรอครับ... คุณแน่ใจนะครับว่าไม่ได้เกิดจากความเครียดหรือความเหนื่อยล้า" เจ้าหน้าที่ซักถาม "ไม่ค่ะ... ฉันแน่ใจ" อรุณรัศมีตอบเสียงสั่น "เอาล่ะครับ... เดี๋ยวผมจะให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบบริเวณบ้านหลังนั้นอีกครั้ง แต่ผมไม่อยากให้คุณคาดหวังอะไรมากนะครับ" เจ้าหน้าที่กล่าว คำตอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้ความหวังของครอบครัววงศ์สุเมธเริ่มสั่นคลอน พวกเขารู้สึกเหมือนไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่พวกเขาเผชิญมา "คุณจะให้เราทำยังไงต่อไปคะ" สมชายถาม "ผมแนะนำว่า... คุณควรจะหาที่พักอื่นไปก่อนสักระยะหนึ่งนะครับ แล้วเราจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบอีกครั้ง" เจ้าหน้าที่แนะนำ สมชายและอรุณรัศมีมองหน้ากัน พวกเขารู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก "ขอบคุณมากครับ" สมชายกล่าวอย่างเสียใจ เมื่อออกจากสถานีตำรวจ บรรยากาศของครอบครัวก็กลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง "พวกเขาไม่เชื่อเราเลยใช่ไหมคะ" อรุณรัศมีถาม "ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นนะ" สมชายตอบ "แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนกันต่อล่ะคะ" อรุณรัศมีถาม "เรากลับไปโรงแรมก่อนนะ... แล้วค่อยมาคิดกันอีกที" สมชายกล่าว ขณะที่รถกำลังจะเคลื่อนออกจากบริเวณสถานีตำรวจ น้ำที่นั่งอยู่เบาะหลังก็ร้องอุทานออกมา "พ่อคะ! แม่คะ! ดูนั่นสิ!" เธอชี้ไปที่รถยนต์คันหนึ่งที่จอดอยู่ไม่ไกลจากสถานีตำรวจ สมชายและอรุณรัศมีหันไปมองตามที่น้ำชี้ พวกเขาเห็นรถยนต์คันเก่าที่มีสภาพเหมือนถูกทิ้งร้างมานาน จอดนิ่งอยู่ริมถนน "นั่นมัน... รถของเรานี่นา" อรุณรัศมีอุทาน "เป็นไปไม่ได้... รถของเราจอดอยู่ที่โรงแรม" สมชายพูดเสียงแข็ง "แต่มันเหมือนกันมากเลยค่ะพ่อ... สีเดียวกัน... แล้วก็มีรอยบุบตรงที่เดียวกันด้วย" น้ำพูด สมชายเร่งเครื่องยนต์ แล้วขับรถออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่าง "คุณเห็นเหมือนฉันใช่ไหม" สมชายถามภรรยา "ค่ะ... ฉันก็เห็น... มันเหมือนมากจริงๆ" อรุณรัศมีตอบ "แล้วทำไมรถของเราถึงไปอยู่ที่นั่นได้ล่ะคะ" น้ำถาม "พ่อก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะลูก" สมชายตอบ เขายังคงรู้สึกไม่สบายใจกับการที่รถของพวกเขาไปปรากฏอยู่ ณ ที่แห่งนั้นได้อย่างไร ทั้งๆ ที่พวกเขาแน่ใจว่าจอดไว้ที่โรงแรม "หรือว่า... มันจะเป็น... ของใครอีกคน" อรุณรัศมีพูดเสียงแผ่วเบา "ไม่... มันไม่ใช่หรอก... มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ" สมชายพยายามปลอบใจตัวเอง ตลอดทางกลับโรงแรม สมชายขับรถด้วยความเร็วสูงกว่าปกติ เขาต้องการกลับไปที่ปลอดภัยของห้องพักให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อกลับถึงห้องพัก อรุณรัศมีก็รีบเดินไปดูรถยนต์ของพวกเขาที่จอดอยู่ใต้โรงแรม "ใช่จริงๆ ด้วย... มันคือรถของเรา" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความประหลาดใจ "แล้ว... ใครเป็นคนเอารถไปจอดไว้ที่นั่นล่ะ" สมชายถาม "ฉัน... ฉันไม่รู้" อรุณรัศมีตอบ น้ำที่ยืนอยู่ข้างๆ พ่อแม่ ก็มองไปที่รถของพวกเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย "พ่อคะ... แล้วถ้า... ถ้าไม่ใช่เราที่เอารถไปจอด... แล้วใครล่ะคะ" เธอถาม สมชายมองไปที่ลูกสาวของเขา เขาไม่สามารถหาคำตอบให้กับคำถามนั้นได้เลย "ไม่เป็นไรนะลูก... เดี๋ยวพ่อจะไปตรวจสอบเรื่องนี้ให้แน่ใจอีกที" สมชายบอก เขาเดินไปที่รถของเขา แล้วเปิดประตูเข้าไปนั่ง "กุญแจรถ... อยู่ที่ฉันนี่" เขาหยิบกุญแจรถออกมาจากกระเป๋า "แล้ว... แล้วรถคันนั้นล่ะคะ" อรุณรัศมีถาม "คงเป็น... ความบังเอิญน่ะ... คงมีรถที่เหมือนกันมาก" สมชายพยายามพูดให้ตัวเองเชื่อ แต่ในใจของเขาก็รู้ดีว่า ความบังเอิญแบบนี้มันเป็นไปได้ยากเหลือเกิน "ไม่... มันไม่ใช่แค่ความบังเอิญ" เขาพึมพำ เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่กำลังกัดกินพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ

4,964 ตัวอักษร