ตอนที่ 18 — เงามายาในคืนเดือนดับ
ความมืดสนิทปกคลุมไปทั่วหมู่บ้าน คืนเดือนดับไร้แสงดาวส่องนำทาง มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ดังระงมเป็นเพื่อน อุทัย มานะ และลุงสมชาย สวมเสื้อผ้าสีเข้ม กลบเกลื่อนกายให้กลมกลืนไปกับความมืด ถือตะเกียงน้ำมันที่ให้แสงสลัวๆ เดินย่องไปตามทางเดินเล็กๆ ที่คดเคี้ยวไปยังบริเวณบ่อน้ำเก่า
“เจ้าแน่ใจหรืออุทัยว่าเราควรจะมาที่นี่ตอนนี้?” ลุงสมชายกระซิบถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ข้ารู้สึกไม่ชอบมาพากลยังไงชอบกล”
“เราไม่มีเวลาแล้วลุง” อุทัยตอบเสียงเรียบ “ถ้าเราจะหาความจริง เราก็ต้องกล้าเผชิญหน้ากับมัน”
“ข้าก็กลัวนะ” มานะยอมรับ “แต่ถ้าเรื่องนี้มันส่งผลถึงชีวิตพวกเราทุกคน ข้าก็ไม่อยากจะอยู่เฉยๆ”
ทั้งสามคนเดินมาถึงบริเวณบ่อน้ำเก่า บรรยากาศรอบๆ เย็นยะเยือกผิดปกติ แม้จะไม่มีลมพัดเลยก็ตาม ซากปรักหักพังของบ้านที่เคยอยู่ริมบ่อน้ำดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้นในความมืด
“ตรงนี้… สมัยก่อนเคยมีบ้านอยู่” ลุงสมชายชี้ไปยังกองอิฐที่แตกหัก “ข้าจำได้ว่าบ้านหลังนี้เป็นของนางบุษบา”
อุทัยค่อยๆ ส่องตะเกียงไปรอบๆ บริเวณ เขาเห็นร่องรอยของความพยายามในการปรับปรุงพื้นที่ในอดีต แต่ก็ถูกทิ้งร้างไปนานแล้ว
“เราจะเริ่มหาจากตรงไหนดี?” มานะถาม
“รอบๆ ปากบ่อก่อน” อุทัยบอก “อาจจะมีอะไรที่ถูกฝังไว้ หรือหลงเหลืออยู่”
ทั้งสามคนค่อยๆ ก้มลงสำรวจพื้นที่รอบปากบ่ออย่างละเอียด พวกเขาใช้มือปัดกวาดใบไม้แห้ง กิ่งไม้ และเศษดินที่ทับถมกันอยู่ออกไป
“ตรงนี้!” มานะร้องขึ้นเบาๆ “เหมือนจะมีอะไรบางอย่างฝังอยู่ใต้ดิน”
อุทัยและลุงสมชายรีบเข้ามาช่วย มานะใช้มือขุดคุ้ยดินอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักก็ปรากฏวัตถุบางอย่างขึ้นมา มันเป็นวัตถุที่ทำจากหิน สี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดประมาณฝ่ามือ
“นี่มัน… แผ่นป้ายสลักนี่นา” ลุงสมชายพูดขณะที่อุทัยใช้ผ้าเช็ดใบตะเกียงทำความสะอาดให้
เมื่อแผ่นป้ายหินถูกทำความสะอาดจนเห็นชัด พวกเขาก็ต้องผงะกับข้อความที่สลักอยู่ด้านบน
“…บุษบา… ที่รัก… ผู้ถูกลืม… ขออภัย… ความผิดพลาด… ข้า… ประจักษ์…”
“ประจักษ์!” ทั้งสามคนอุทานพร้อมกัน “ไอ้ประจักษ์! มันเป็นคนทำจริงๆ!”
“คำขอโทษ… ความผิดพลาด…” อุทัยพึมพำ “มันเหมือนกับว่า… มันเคยรู้สึกผิดอะไรบางอย่าง”
“แต่ทำไมมันถึงต้องมาฝังแผ่นป้ายนี้ไว้ที่นี่ล่ะ?” มานะสงสัย “แล้วทำไมถึงต้องซ่อนมันไว้?”
ทันใดนั้นเอง ลมเย็นยะเยือกก็พัดแรงขึ้นจนตะเกียงน้ำมันของพวกเขาเกือบจะดับ แสงสลัวๆ ของตะเกียงวูบไหวราวกับมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในความมืด
“ใครน่ะ!” ลุงสมชายร้องถามอย่างหวาดกลัว
เงาทะมึนร่างหนึ่งปรากฏขึ้นจากเงามืดใกล้กับต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก แสงตะเกียงส่องไปกระทบใบหน้าของชายคนนั้น ทำให้เห็นร่องรอยของความอำมหิตที่ฉายชัด
“พวกแก… มาทำอะไรที่นี่!” เสียงแหบพร่าของชายคนนั้นดังขึ้น
อุทัย มานะ และลุงสมชาย หันไปมองหน้ากันอย่างตื่นตระหนก พวกเขารู้ทันทีว่านี่คือไอ้ประจักษ์
“พวกเรากำลังหาความจริง” อุทัยตอบเสียงหนักแน่น แม้จะรู้สึกหวั่นใจ
“ความจริงอะไรของพวกแก!” ไอ้ประจักษ์หัวเราะเสียงเย็น “พวกแกไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องของข้า!”
“เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องของท่านคนเดียว!” มานะตะโกนสวนกลับ “มันเกี่ยวกับชีวิตของคนทั้งหมู่บ้าน!”
“ชีวิตของพวกแกมันก็แค่เศษฝุ่น!” ไอ้ประจักษ์ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น “ทุกคนมันก็ต้องตายกันทั้งนั้นแหละ!”
“ท่านกำนันบอกว่าท่านเคยรักบุษบา” ลุงสมชายพูดขึ้น “ทำไมท่านถึงต้องทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้?”
ไอ้ประจักษ์ชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าของมันดูซับซ้อนขึ้น มีทั้งความโกรธ ความเสียใจ และความเกลียดชังปะปนกัน “รักอย่างนั้นหรือ? ข้าไม่เคยรักใคร! ข้าแค่ต้องการสิ่งที่ข้าสมควรจะได้! บุษบา… นางควรจะเป็นของข้า! แต่ท่านกำนัน… มันแย่งทุกอย่างไปจากข้า!”
“ท่านกำนันไม่ได้แย่งอะไรไปจากท่าน” อุทัยพูดอย่างใจเย็น “ท่านกำนันกับบุษบารักกัน ท่านแต่งงานกันอย่างถูกต้อง!”
“ถูกต้องอย่างนั้นหรือ?” ไอ้ประจักษ์หัวเราะเยาะ “ความถูกต้องมันมีไว้สำหรับคนอ่อนแอ! ข้าต้องการสิ่งที่ข้าต้องการ! และข้าก็ได้มันมา! ข้าทำให้บุษบามัน… มันต้องตาย! แล้วข้าก็วางแผนให้มันดูเหมือนอุบัติเหตุ!”
คำสารภาพของไอ้ประจักษ์ทำให้ทั้งสามคนแทบจะยืนไม่อยู่ นี่คือฆาตกรจริงๆ!
“ท่านกำนันเล่าว่าท่านบังเอิญไปอยู่ที่นั่นในวันนั้น…” มานะพูดเสียงสั่น “ท่านตั้งใจจะทำร้ายบุษบาใช่ไหม?”
“แน่นอน!” ไอ้ประจักษ์ตอบอย่างไม่ปิดบัง “ข้าแค้นมันมานาน! มันหลอกใช้ข้า! มันทำให้ข้าเสียหน้า! ข้าจะทำให้มันเจ็บปวด! ข้าจะทำให้นางบุษบาต้องตายไปต่อหน้าต่อตา! ข้า… ข้าได้เห็นมันลื่นล้มลงไปในบ่อ… ข้า… ข้ารู้สึก… สะใจ!”
“ท่านมันปีศาจ!” ลุงสมชายตะโกน
“ปีศาจอย่างนั้นหรือ?” ไอ้ประจักษ์หัวเราะ “ถ้าข้าเป็นปีศาจ แล้วพวกแกเป็นอะไร? คนโง่ที่กำลังจะตายตามพวกมันไป!”
ทันใดนั้น ไอ้ประจักษ์ก็ชักมีดเล่มยาวออกมาจากเอวของมัน แสงตะเกียงสะท้อนกับคมมีดเป็นประกายวาววับ
“ข้าจะต้องไม่ปล่อยให้พวกแกเอาความลับของข้าไปเปิดเผย!” มันคำรามเสียงดัง แล้วพุ่งเข้าใส่ทั้งสามคนอย่างบ้าคลั่ง
3,920 ตัวอักษร