ตอนที่ 5 — ความลับในกล่องไม้โบราณ
ภายในกล่องไม้โบราณนั้น ไม่ได้มีทองคำหรือทรัพย์สินมีค่าใดๆ อย่างที่บางคนอาจจะคาดหวัง สิ่งที่อุทัยและมานะเห็น คือม้วนกระดาษเก่าๆ ที่ถูกมัดรวมกันไว้อย่างแน่นหนาด้วยเชือกป่านที่เปื่อยยุ่ย นอกจากนี้ ยังมีเครื่องประดับบางอย่างที่ดูเก่าแก่และมีมนต์ขลัง เป็นสร้อยคอทำจากเงินที่มีจี้เป็นรูปหยดน้ำ และกำไลข้อมือสลักลายดอกบัวที่ดูประณีต
"นี่มันอะไรกัน" มานะอุทานด้วยความแปลกใจ
"ฉันก็ไม่แน่ใจ" อุทัยตอบ พลางค่อยๆ หยิบม้วนกระดาษขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง กระดาษเหล่านั้นมีสีเหลืองกรอบ และดูเหมือนจะเปื่อยยุ่ยง่ายมาก เขาค่อยๆ คลี่ม้วนกระดาษแผ่นแรกออกอย่างช้าๆ ตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนแผ่นกระดาษเป็นลายมือที่สวยงาม แต่ก็อ่านยากเนื่องจากกาลเวลาที่ผ่านไป
"เหมือนจะเป็น... บันทึก" อุทัยบอก "เป็นเหมือนไดอารี่ของใครบางคน"
เขาเริ่มอ่านบันทึกนั้นอย่างช้าๆ เสียงของเขาเบาและขาดห้วงเป็นบางครั้ง "วันที่... (วันที่ที่อ่านไม่ออก) ... ข้าถูกทอดทิ้งที่นี่... หัวใจของข้าแตกสลาย... เขาไปแล้ว... ทิ้งให้ข้าอยู่กับความเดียวดาย... ความโศกเศร้ากัดกินจิตใจของข้า... ข้าไม่อาจทนรับความเจ็บปวดนี้ได้อีกต่อไป..."
เมื่ออุทัยอ่านมาถึงตรงนี้ เขาก็รู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เขามองไปที่มานะที่ยืนอยู่ข้างๆ สีหน้าของมานะซีดเผือด มือไม้สั่นเทา
"นี่มัน... เรื่องของหญิงสาวในตำนานจริงๆ หรือนี่" มานะถามเสียงสั่น
"ฉันคิดว่าใช่นะ" อุทัยตอบ "บันทึกนี้เล่าถึงความเจ็บปวดและความผิดหวังของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกคนรักทอดทิ้ง"
เขาคลี่กระดาษแผ่นต่อไป "ข้าเฝ้ารอ... รอวันที่เขาจะกลับมา... แต่เขาก็ไม่เคยกลับมา... ความหวังของข้าดับสิ้น... ความเกลียดชังและความอาฆาตแค้นเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ... ข้าสาบาน... สาบานว่าจะไม่ปล่อยให้ใครก็ตามที่มายังที่แห่งนี้ มีความสุข... ข้าจะตามหลอกหลอน... จะทำให้ทุกคนได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานเช่นเดียวกับข้า..."
อุทัยหยุดอ่าน ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมน้ำในบ่อถึงมีสีแดงเรื่อๆ และทำไมผู้ที่ดื่มน้ำจากบ่อถึงต้องพบกับฝันร้ายและจุดจบอันน่าเศร้า
"นี่มัน... ความแค้นของเธอ" อุทัยพูดเสียงแผ่ว "เธอต้องการให้เราได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดของเธอ"
"แล้ว... สร้อยกับกำไลนี่ล่ะ" มานะถาม พยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องน่ากลัว
อุทัยหยิบสร้อยคอขึ้นมาพิจารณา มันเป็นสร้อยเงินที่ดูเก่าแก่ แต่ยังคงความงดงาม จี้รูปหยดน้ำทำจากหินสีฟ้าใสที่ส่องประกายเมื่อต้องแสง ส่วนกำไลข้อมือก็สลักลวดลายที่ซับซ้อนอย่างสวยงาม
"ดูเหมือนจะเป็นของรักของเธอ" อุทัยบอก "สิ่งที่เธอหวงแหน"
"แล้วเราจะทำอย่างไรกับสิ่งเหล่านี้" มานะถาม "เราจะเอาไปให้ใครดู"
"ฉันคิดว่า... เราต้องนำพวกมันกลับไปด้วย" อุทัยตัดสินใจ "บางที... สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราปลดปล่อยดวงวิญญาณของเธอได้"
เขารวบรวมเศษกระดาษและเครื่องประดับทั้งหมดใส่กลับเข้าไปในกล่องไม้ แล้วค่อยๆ ปิดฝากล่อง
"ฉันว่าเราควรจะกลับไปแล้วนะ" มานะพูด พลางมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง "บรรยากาศที่นี่มันเริ่มทำให้ฉันไม่สบายใจ"
"อืม" อุทัยพยักหน้า เขาปีนขึ้นจากบ่อด้วยความทุลักทุเล มานะช่วยดึงเชือกให้ เขาเหนื่อยอ่อนและรู้สึกเย็นไปทั้งตัว แม้ว่าอากาศภายนอกจะอบอ้าวก็ตาม
เมื่อทั้งสองคนขึ้นมาถึงปากบ่ออย่างปลอดภัยแล้ว อุทัยก็หันกลับไปมองที่ปากบ่อน้ำอีกครั้ง เขารู้สึกได้ถึงสายตาที่มองตามมาจากความมืดมิดนั้น สายตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกและความอาฆาตแค้น
"เราต้องหาทางช่วยเธอให้ได้นะมานะ" อุทัยพูดขึ้นอย่างมุ่งมั่น
"แต่เราจะช่วยเธอได้อย่างไร" มานะถาม "เธอตายไปแล้วนะ"
"ฉันไม่รู้เหมือนกัน" อุทัยยอมรับ "แต่ฉันรู้สึกว่า... ถ้าเราสามารถทำให้เธอเข้าใจได้ว่าเราเข้าใจความเจ็บปวดของเธอ บางที... เธออาจจะสงบลงก็ได้"
พวกเขาเดินกลับออกจากบริเวณบ่อน้ำเก่า ทิ้งความลับที่ซ่อนอยู่ในกล่องไม้โบราณไว้เบื้องหลัง แต่ในใจของทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยความกังวลและความหวัง พวกเขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ยาวนานและเต็มไปด้วยอันตราย
ขณะที่เดินกลับ อุทัยก็หยิบสร้อยคอรูปหยดน้ำออกมาจากกล่องไม้ เขามองดูมันอย่างพิจารณา ราวกับกำลังพยายามสื่อสารกับวิญญาณที่สิงสถิตย์อยู่ที่นี่
"ข้าได้ยินเสียงของเจ้าแล้ว" อุทัยพึมพำ "ข้าเข้าใจความเจ็บปวดของเจ้า"
ทันใดนั้น เขารู้สึกถึงสายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านหน้าเขา ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังตอบรับคำพูดของเขา
3,521 ตัวอักษร