ชุดไทยดำซ่อนวิญญาณนางรำ

ตอนที่ 1 / 42

ตอนที่ 1 — ชุดไทยดำนำพาความหลอน

อรุณรุ่งของวันใหม่ สาดแสงสีทองลอดผ่านม่านบางสีครีมเข้ามาปลุกให้ “นารา” สาวน้อยวัยยี่สิบหกปี ตื่นจากภวังค์แห่งความฝัน นารา นักแสดงดาวรุ่งพุ่งแรงที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น มีใบหน้าสวยคม ดวงตากลมโตที่ฉายแววสดใส บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นและความฝันอันยิ่งใหญ่ในวงการมายา วันนี้เป็นวันสำคัญ เป็นวันแรกของการเข้าฉากในละครพีเรียดฟอร์มยักษ์ “บุปผาพิฆาต” ที่เธอได้รับบทบาทสำคัญเป็น “แม่หญิงการะเกด” นางรำหลวงผู้เลอโฉมแห่งยุคอยุธยาตอนปลาย ละครเรื่องนี้เป็นความฝันของเธอ เพราะเธอหลงใหลในศิลปะการแสดงและการร่ายรำมาตั้งแต่เด็ก “อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณหนู” เสียงหวานใสดังขึ้นจาก “ป้าสมร” แม่บ้านประจำบ้านของนารา หญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้าใจดีและเปี่ยมด้วยความเอ็นดูต่อนาราเสมอ “วันนี้วันแรกของการถ่ายทำ รีบตื่นไปอาบน้ำแต่งตัวนะคะ เดี๋ยวจะไปกองถ่ายสายเอา” นาราขานรับเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังห้องน้ำ ความรู้สึกตื่นเต้นปนประหม่าถาโถมเข้ามาในใจ เธอรู้ดีว่าบทบาทแม่หญิงการะเกดนั้นไม่ใช่บทบาทธรรมดา แต่เป็นบทบาทที่ต้องถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก และการร่ายรำที่งดงามอ่อนช้อย การเตรียมตัวของเธอจึงหนักหน่วงเป็นพิเศษในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากจะต้องเข้าคลาสเรียนการแสดงเพิ่มเติมแล้ว เธอยังต้องฝึกรำไทยโบราณอย่างเข้มข้นภายใต้การดูแลของ “ครูสมศรี” ผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย เมื่อแต่งกายเสร็จ นาราก็เดินลงมายังห้องรับประทานอาหาร ป้าสมรจัดเตรียมอาหารเช้าไว้ให้เรียบร้อย เป็นข้าวต้มร้อนๆ กับปาท่องโก๋ นารานั่งลงอย่างเรียบร้อย มือเรียวหยิบช้อนตักข้าวต้มเข้าปากพร้อมกับนึกถึงฉากแรกที่จะต้องถ่ายทำในวันนี้ “ป้าสมรคะ วันนี้หนูต้องไปเจอกับชุดไทยโบราณที่เขาเตรียมไว้ให้เป็นพิเศษเลยค่ะ ชุดที่จะใช้ในฉากสำคัญๆ น่ะค่ะ” นาราเอ่ยปากบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ป้าสมรยิ้มรับ “ดีแล้วค่ะคุณหนู เป็นโอกาสที่ดีที่หนูจะได้สัมผัสกับความเป็นไทยแท้ๆ แต่ก็อย่าหักโหมมากนะคะ รักษาสุขภาพด้วย” “ค่ะ” นารารับคำ พลางนึกถึงภาพชุดไทยที่เคยเห็นในรูป ยิ่งคิดยิ่งตื่นเต้น วันนี้เธอจะได้สวมใส่ชุดไทยโบราณที่สร้างสรรค์ขึ้นมาอย่างวิจิตรงดงามเพื่อใช้ในละครเรื่องนี้โดยเฉพาะ เมื่อถึงกองถ่าย บรรยากาศคึกคักไปด้วยทีมงานและนักแสดงผู้คนมากมายวิ่งวุ่นอยู่กับการเตรียมงาน นาราเดินตรงไปยังห้องแต่งตัวนักแสดง เธอพบกับ “เมษา” นักแสดงรุ่นเดียวกันที่รับบทเป็นนางร้ายคู่ปรับในเรื่อง เมษามีใบหน้าสวยเฉี่ยวและรอยยิ้มที่ดูเย่อหยิ่งเล็กน้อย “ไงนารา วันแรกเป็นไงบ้าง” เมษาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงติดจะประชดประชันเล็กน้อย “ก็ดีค่ะ กำลังจะไปลองชุด” นาราตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่พยายามไม่แสดงออกถึงความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้น “อ้อ ชุดแม่หญิงการะเกดน่ะเหรอ ได้ข่าวว่าชุดสวยมากเลยนะ แต่เห็นว่ามันเป็นชุดโบราณที่หาได้ยาก เลยต้องดูแลเป็นพิเศษหน่อย” เมษาพูดพลางเหลือบมองนาราด้วยสายตาสำรวจ “ใช่ค่ะ เป็นชุดที่ทางทีมงานเขาตั้งใจหามาเป็นพิเศษเลย” นาราตอบ ไม่นานนัก ทีมงานก็เรียกให้นาราไปลองชุด เมื่อเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว นาราต้องตะลึงกับความงดงามของชุดไทยที่กองอยู่ตรงหน้า ชุดนั้นเป็นชุดไทยโบราณสีดำสนิท ปักด้วยดิ้นทองเป็นลวดลายพรรณพฤกษาอันวิจิตรบรรจง ผ้าไหมเนื้อดีทอประกายระยิบระยับเมื่อต้องแสงไฟ มันดูขรึมขลัง ลึกลับ และทรงพลังในเวลาเดียวกัน “นี่คือชุดที่จะใช้ในฉากสำคัญๆ ของแม่หญิงการะเกดค่ะ” ผู้กำกับ “คุณปรีชา” ชายวัยกลางคนที่มีแววตาคมกริบ พูดขึ้น “เป็นชุดที่หามาได้จากห้องเสื้อเก่าแก่ หายากมากนะ สวยงามจนแทบลืมหายใจเลยใช่ไหมล่ะ” นาราพยักหน้าเห็นด้วย เธอค่อยๆ เอื้อมมือไปสัมผัสเนื้อผ้า รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากผืนผ้า ราวกับว่ามันมีชีวิตของตัวเอง “ลองสวมดูสิคะ” ทีมงานคนหนึ่งยื่นชุดให้ นาราค่อยๆ ถอดชุดที่ใส่อยู่แล้วเปลี่ยนเป็นชุดไทยสีดำนั้น เมื่อสวมใส่เข้าไป ความรู้สึกแปลกประหลาดก็เกิดขึ้นทันที ชุดนั้นพอดีตัวราวกับสั่งตัดมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ แต่ขณะเดียวกัน เธอกลับรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่มองไม่เห็น ราวกับมีใครบางคนกำลังสวมทับเธออยู่ “สวยมากเลยนารา” คุณปรีชากล่าวชม “เหมาะกับบทแม่หญิงการะเกดจริงๆ ดูสง่า ลึกลับ และน่าค้นหา” นาราพยายามยิ้มตอบ แต่ภายในใจกลับรู้สึกหนาวสั่นอย่างประหลาด ไม่ใช่ความหนาวจากอากาศ แต่เป็นความหนาวเย็นที่มาจากภายใน เธอรู้สึกถึงกลิ่นหอมจางๆ ที่ไม่คุ้นเคย ลอยมาปะทะจมูก มันเป็นกลิ่นหอมของดอกไม้ที่แห้งเหี่ยวปะปนกับกลิ่นฝุ่นโบราณ “รู้สึกยังไงบ้างคะ” ทีมงานถาม “ก็…แปลกๆ ค่ะ” นารานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง “รู้สึกเหมือน…มันหนักกว่าที่คิด” “เป็นเรื่องปกติค่ะ ชุดโบราณมักจะหนักกว่าชุดสมัยใหม่” ทีมงานกล่าว ขณะที่นารากำลังมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก เธอกลับเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ในเงาสะท้อนนั้น เธอเห็นภาพซ้อนเลือนรางของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง สวมชุดไทยสีดำเช่นเดียวกับเธอ แต่ใบหน้าของหญิงผู้นั้นซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างราวกับเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานและอาฆาตแค้น “กรี๊ด!” นาราผงะถอยหลัง ทำเอาทีมงานและคุณปรีชาตกใจ “เป็นอะไรไปนารา” คุณปรีชาถามด้วยความเป็นห่วง “เมื่อกี้…หนูเห็น…เห็นอะไรบางอย่างในกระจกค่ะ” นาราอธิบายเสียงสั่น “เหมือนมีผู้หญิงอีกคนยืนอยู่ข้างหลังหนู” คุณปรีชาและทีมงานมองไปที่กระจก แต่กลับไม่เห็นสิ่งใดผิดปกติ “ตาฝาดไปหรือเปล่าคะนารา วันแรกอาจจะตื่นเต้นไปหน่อย” ทีมงานคนหนึ่งพูดอย่างใจเย็น นาราพยายามตั้งสติ เธอรู้ว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่ภาพหลอน แต่เป็นภาพที่ชัดเจนจนน่าขนลุก เธออยากจะถอดชุดนี้ออกทันที แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะมันคือชุดสำคัญของบทบาทที่เธอได้รับ “คงจะตื่นเต้นมากไปหน่อยค่ะ” นาราพยายามฝืนยิ้ม “ขอเวลาตั้งหลักแป๊บนึงนะคะ” ขณะที่เธอกำลังพยายามสงบสติอารมณ์ จู่ๆ กลิ่นหอมที่คุ้นเคยแต่กลับชวนขนลุกก็ยิ่งแรงขึ้น ราวกับมีใครบางคนกำลังกอดเธอจากด้านหลัง ลมหายใจเย็นเยียบเป่ารดต้นคอ นาราถึงกับตัวแข็งทื่อ เธอรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น กำลังโอบล้อมเธอไว้ พลังงานที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกและความแค้นชิงชัง วันแรกของการถ่ายทำที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้น กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่นารากำลังจะต้องเผชิญ

4,903 ตัวอักษร