ตอนที่ 4 — รอยจารึกบนผ้าไหมสีดำ
เช้าวันต่อมา นารากลับมาที่กองถ่ายด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ เธอพยายามหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชุดไทยสีดำที่เธอต้องสวมใส่ แต่ก็ยังคงได้ยินเพียงข่าวลือที่น่าขนลุกเกี่ยวกับอาถรรพ์ของชุด “นารา! มานี่เร็ว!” เสียง ‘เต้’ ผู้ช่วยผู้กำกับดังขึ้น เขามีใบหน้าซีดเผือด ราวกับเห็นผีมาทั้งคืน “มีอะไรเหรอ เต้” นาราเดินเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง “ดูนี่สิ” เต้ชี้ไปยังฉากหลังที่เพิ่งเสร็จสิ้น เขาค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วลูบไปตามรอยต่อของฉากไม้ “เมื่อคืนนี้ มันมีรอยแปลกๆ ปรากฏขึ้นเต็มไปหมดเลย ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มันดูเหมือน... อักขระโบราณ” นาราเบิกตากว้าง เธอพยายามเพ่งมองตามที่เต้ชี้ เห็นเพียงรอยเหมือนเส้นใยบางๆ สีดำที่ปะปนอยู่กับสีของฉากไม้ แต่เมื่อลองสังเกตดูดีๆ มันกลับดูเหมือนลายมือที่เขียนด้วยหมึกดำสนิท ซึ่งแทบจะกลืนไปกับพื้นผิว “นี่มันอะไรกันเนี่ย” นาราพึมพำ “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับพี่นารา เมื่อคืนทีมงานที่เข้าเวรอยู่เขาบอกว่าตอนเช้ามาเห็นก็ตกใจกันหมดแล้ว” เต้ส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ “แล้วผู้กำกับว่าไงบ้าง” “ท่านคงไม่เชื่อเรื่องพวกนี้หรอกครับ ท่านบอกว่าเป็นรอยเปื้อนธรรมดา ให้ทำความสะอาดแล้วก็ถ่ายต่อได้เลย แต่ผมว่ามันไม่ธรรมดานะครับพี่” นาราพยักหน้าเห็นด้วย เธอรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามาในกองถ่ายแห่งนี้ ยิ่งเธอค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับชุดไทยสีดำมากเท่าไหร่ เรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวก็ยิ่งปรากฏออกมามากขึ้นเท่านั้น
เธอได้ยินเสียงกระซิบกระซาบจากทีมงานเก่าแก่บางคนเกี่ยวกับตำนานของชุดไทยที่ใช้ในพิธีกรรมบางอย่าง ว่ากันว่าชุดที่ย้อมด้วยสีดำสนิทจากสมุนไพรพิเศษนั้น มีพลังงานบางอย่างแฝงอยู่ และหากผู้ใดนำมาสวมใส่โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือสวมใส่ด้วยเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ พลังงานนั้นก็จะสำแดงฤทธิ์ออกมา นาราเริ่มรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงไขสันหลัง เธอนึกถึงความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อครั้งแรกที่ได้สวมชุดนั้น ความรู้สึกเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เหมือนมีบางสิ่งกำลังกัดกินตัวตนของเธอเข้าไปทีละน้อย “พี่นาราครับ ชุดของพี่พร้อมแล้วครับ” เสียงทีมงานคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้นาราชะงัก เธอหันไปมอง เห็นสาวใช้คนหนึ่งกำลังถือชุดไทยสีดำที่เธอคุ้นเคยมาวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง ชุดนั้นดูเหมือนจะเงาขึ้นกว่าเดิม สีดำสนิทนั้นดูดกลืนแสงไฟในห้องจนแทบไม่สะท้อนเลย “ขอบคุณค่ะ” นาราตอบเสียงเบา เธอพยายามรวบรวมสติ ก้าวเข้าไปหาชุดนั้น ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสกับผืนผ้ายกสีดำ ความเย็นยะเยือกก็แล่นผ่านเข้าสู่ร่างกายอีกครั้ง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อต “พี่นารา เป็นอะไรหรือเปล่าครับ หน้าซีดเชียว” เต้ที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบเข้ามาถาม “เปล่าค่ะ แค่รู้สึกหนาวๆ นิดหน่อย” นาราฝืนยิ้ม “สงสัยอากาศเย็น” เธอพยายามกลบเกลื่อน แต่ในใจของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
ขณะที่ทีมงานกำลังช่วยกันแต่งหน้าแต่งตัวให้นารา เธอก็รู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองมาที่เธอจากมุมมืดของห้องแต่งตัว เมื่อเธอหันไปมอง ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ เลย มีเพียงแสงไฟสลัวๆ ที่ส่องกระทบกระจกเงาบานใหญ่ เธอมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก ร่างของเธอในชุดไทยสีดำดูสง่างามราวกับนางพญา แต่แววตาคู่นั้นกลับฉายแววความเศร้าโศกและความแค้นที่ยากจะบรรยาย “แม่หญิงการะเกด... เจ้าจะทำให้ข้าสมหวังใช่หรือไม่” เสียงแผ่วเบาดังขึ้นในหูของนารา เธอตกใจจนแทบจะกระโดดหนี แต่ก็แข็งทื่ออยู่กับที่ “ใครน่ะ!” เธอตะโกนถาม แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมา “พี่นาราครับ ได้ยินอะไรหรือเปล่าครับ” ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งถาม “เปล่าค่ะ ฉัน... ฉันแค่ได้ยินเสียงลมพัด” นาราตอบเสียงสั่น “อากาศคงจะเย็นจริงๆ ค่ะ” เธอพยายามประคองสติเอาไว้
เมื่อเธอสวมชุดไทยสีดำนั้นเสร็จเรียบร้อย เธอก็รู้สึกถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ราวกับว่าผืนผ้านั้นไม่ใช่ผ้าไหมธรรมดา แต่เป็นก้อนหินที่ถ่วงร่างของเธอเอาไว้ “สวยมากเลยค่ะพี่นารา” ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งชม แต่เสียงของเธอนั้นดูห่างไกล ราวกับมาจากอีกมิติหนึ่ง นารามองตัวเองในกระจกอีกครั้ง ภาพสะท้อนในกระจกนั้นไม่ใช่เธออีกต่อไป ดวงตาคู่นั้นฉายแววเกรี้ยวกราดและความอาฆาตแค้นที่น่ากลัว ร่างกายของเธอขยับไปเองอย่างเชื่องช้า นิ้วเรียวสวยของเธอกรีดลงบนผืนผ้ายกสีดำ ปรากฏเป็นเส้นอักขระโบราณที่เปล่งแสงสีแดงจางๆ ขึ้นมา “นี่มันอะไรกัน!” นาราพยายามควบคุมร่างกายของตัวเอง แต่ก็ทำไม่ได้ เธอรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการด้วยเส้นไหมสีดำที่มองไม่เห็น “เจ้าจะต้องทำให้ข้าได้แก้แค้น!” เสียงนั้นดังขึ้นในหัวของเธออีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม พร้อมกับภาพนิมิตอันน่าสยดสยองที่ผุดขึ้นมาในสมอง เป็นภาพของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดไทยสีดำเช่นกัน กำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของเธอถูกทำร้ายอย่างแสนสาหัส ก่อนที่จะขาดใจตายอย่างน่าเวทนา “ไม่! ฉันไม่ยอม!” นาราตะโกนสุดเสียง พยายามต่อสู้กับพลังงานที่กำลังครอบงำเธอ แต่ยิ่งต่อสู้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งอ่อนแรงลงเท่านั้น
“พี่นารา! พร้อมแล้วนะ! เราจะเริ่มถ่ายฉากสำคัญแล้ว!” เสียงคุณปรีชาดังขึ้นจากนอกห้อง ทำให้นาราได้สติกลับมาอีกครั้ง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามขับไล่ภาพหลอนและเสียงกระซิบที่ได้ยินออกไป “ฉันพร้อมแล้วค่ะ!” เธอตะโกนตอบเสียงดังฟังชัด ถึงแม้ภายในใจจะยังคงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นก็ตาม เธอเดินออกจากห้องแต่งตัวไปเผชิญหน้ากับกล้องและทีมงาน แต่ในใจของเธอยังคงมีคำถามมากมายที่ค้างคาอยู่เกี่ยวกับชุดไทยสีดำชุดนี้ และพลังงานลึกลับที่กำลังคืบคลานเข้ามาครอบงำชีวิตของเธอ
4,382 ตัวอักษร