ตอนที่ 6 — ภาพนิมิตแห่งความตาย
นาราวิ่งออกจากโรงถ่ายร้างอย่างไม่คิดชีวิต เธอวิ่งไปชนกับเต้ที่กำลังจะเดินเข้ามา “พี่นารา! เป็นอะไรไป! หน้าซีดมาก!” เต้ถามด้วยความเป็นห่วง “ไม่เป็นไรค่ะ” นาราตอบเสียงหอบ “แค่... เห็นอะไรบางอย่างที่น่ากลัวนิดหน่อย” “อะไรครับ? พี่ไม่สบายหรือเปล่า” เต้ประคองเธอไว้ “ไม่ค่ะ แค่เหนื่อย” นาราพยายามรวบรวมสติ “เรากลับไปที่กองถ่ายกันเถอะ” ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินกลับ เต้นั้นหันไปมองโรงถ่ายร้างอีกครั้ง “พี่นาราแน่ใจนะครับว่าไม่มีอะไร” “แน่ใจค่ะ” นาราตอบ “ฉันแค่อาจจะจินตนาการไปเอง”
เมื่อกลับมาถึงกองถ่าย คุณปรีชาก็เรียกนาราไปคุย “เป็นอะไรรึเปล่าครับเมื่อกี้ ผมเห็นคุณวิ่งออกมาจากตรงนั้น” “ไม่มีอะไรค่ะผู้กำกับ แค่รู้สึกไม่สบายตัวนิดหน่อยค่ะ” นาราตอบ “งั้นก็พักผ่อนก่อนก็ได้นะ ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืน” คุณปรีชาพูดด้วยความเห็นใจ “ค่ะ ขอบคุณค่ะ” นารารู้สึกขอบคุณผู้กำกับที่เข้าใจเธอ แต่ในใจของเธอก็ยังคงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นอยู่ดี
คืนนั้น นารากลับมาถึงบ้านด้วยความอ่อนเพลีย เธอพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับชุดไทยสีดำที่เธอต้องสวมใส่ในละครเพิ่มเติม เธอพบว่าชุดไทยสีดำนั้น ไม่ใช่ชุดที่ใช้กันทั่วไปในสมัยก่อน แต่เป็นชุดที่ใช้ในพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ และมักจะเกี่ยวข้องกับการแก้แค้นหรือการสาปแช่ง บางตำนานเล่าว่า หากผู้ใดสวมใส่ชุดนี้โดยที่วิญญาณของผู้เป็นเจ้าของชุดไม่ยินยอม วิญญาณนั้นจะเข้าสิงร่างของผู้สวมใส่ และบังคับให้ทำในสิ่งที่ต้องการ นารานั่งตัวสั่นเมื่ออ่านข้อมูลเหล่านั้น เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกคำสาปจากชุดไทยสีดำชุดนี้
ขณะที่เธอกำลังจะเข้านอน จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงเพลงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาอีกครั้ง เป็นเพลงเดียวกันกับที่ได้ยินจากโรงถ่ายร้าง เสียงเพลงนั้นดังมาจากในห้องแต่งตัวของเธอเอง นาราก้าวเข้าไปอย่างช้าๆ พบว่าประตูห้องแต่งตัวนั้นแง้มอยู่ เธอมองเข้าไป และเห็นร่างของหญิงสาวนางหนึ่งกำลังยืนหันหลังให้เธอ ร่างนั้นสวมชุดไทยสีดำสนิทเช่นเดียวกับชุดที่เธอใช้ในการถ่ายทำ “เธอ... มาทำไม?” นาราถามเสียงสั่น “เจ้า... กำลังจะหนีข้าไปอีกคนหรือ?” หญิงสาวคนนั้นหันกลับมา ดวงตาของเธอเบิกกว้างราวกับกำลังเห็นนรก “ข้า... คือคนที่ถูกเจ้าพรากทุกสิ่งทุกอย่างไป”
“ฉันไม่เคยพรากอะไรจากเธอ!” นาราตะโกน “ฉันไม่รู้จักเธอ!” “เจ้า... คือผู้ที่จะชดใช้แทนพวกเขา!” หญิงสาวคนนั้นพูดพลางยื่นมือที่ซีดเซียวมาหานารา ทันใดนั้น ภาพนิมิตอันน่าสยดสยองก็ฉายขึ้นมาในสมองของนารา เธอเห็นภาพของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดไทยสีดำ กำลังถูกเผาทั้งเป็น เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่ว ภาพนั้นชัดเจนราวกับเกิดขึ้นตรงหน้าเธอ “ไม่! ฉันไม่ยอม!” นาราตะโกนสุดเสียง เธอกระโดดถอยหลังออกไปอย่างแรง จนชนเข้ากับชั้นวางของ ทำให้เครื่องสำอางหล่นกระจายเกลื่อนพื้น
“พี่นารา! เกิดอะไรขึ้น!” เสียงแม่ของนาราที่พักอยู่ในบ้านอีกหลัง ดังมาจากด้านนอก “ไม่มีอะไรค่ะแม่!” นารารีบตอบ “แค่ทำของตกนิดหน่อย” เธอพยายามกลบเกลื่อน แต่เสียงหัวเราะของหญิงสาวในชุดไทยสีดำนั้น ยังคงก้องอยู่ในหูของเธอ “ข้าจะอยู่กับเจ้า... ตลอดไป!” นาราทรุดตัวลงนั่งกับพื้น เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่ความฝันหรือจินตนาการอีกต่อไป นี่คือการเผชิญหน้ากับสิ่งเหนือธรรมชาติอย่างแท้จริง เธอได้ถูกเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวนี้ และเธอจะต้องหาทางต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดออกไปให้ได้ ก่อนที่เงาแค้นจากชุดไทยสีดำจะกลืนกินเธอไปตลอดกาล.
2,755 ตัวอักษร