ตอนที่ 8 — เต้นรำกับเงาในกระจก
ความหวาดกลัวยังคงเกาะกุมหัวใจของนารา เธอรีบวิ่งออกจากห้องแต่งตัวร้างนั้นราวกับกำลังหนีอะไรบางอย่าง แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังไล่ตามเธอมาติดๆ เสียงฝีเท้าที่แว่วมาตามทางเดิน เสียงลมพัดหวีดหวิว หรือแม้กระทั่งเสียงหัวใจของเธอเองที่เต้นระรัว มันล้วนกลายเป็นสัญญาณอันตรายที่คอยกระตุ้นประสาทสัมผัสของเธอให้ตื่นตัวอยู่เสมอ
“พี่นารา! เป็นอะไรไปครับ? ทำไมหน้าซีดเหมือนเห็นผี?” เต้ที่ยืนรออยู่หน้าฉากถ่ายทำรีบเข้ามาประคองเธอไว้ เมื่อเห็นสภาพของเธอ “หน้าพี่เหมือนคนจะตายอยู่แล้วนะ”
“ไม่... ไม่เป็นไรค่ะ” นาราพยายามฝืนยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นดูบิดเบี้ยวเสียยิ่งกว่า “แค่... อากาศข้างในมันอบอ้าวไปหน่อย”
“อบอ้าว? หรือว่าพี่เจออะไรในนั้นมา?” เต้ถามด้วยความเป็นห่วง “ผมเห็นพี่เข้าไปตั้งนานแล้ว”
“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรจริงๆ” นารารีบปฏิเสธ “แค่รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวนิดหน่อย ขอพักสักครู่ได้ไหมคะ?”
เต้มองหน้านาราอย่างพิจารณา “ก็ได้ครับ พักผ่อนก่อนนะ ถ้าไม่ไหวจริงๆ บอกผม ผมจะแจ้งผู้กำกับให้”
นารานั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง พลางกุมมือตัวเองแน่น พยายามสะกดกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา เธอพยายามคิดว่าสิ่งที่เธอเจอเมื่อครู่เป็นเพียงภาพหลอนที่เกิดจากความเหนื่อยล้าและความกดดันในการทำงาน หรืออาจจะเป็นเพียงการเล่นตลกของจิตใต้สำนึก แต่ลึกๆ แล้ว เธอรู้ดีว่ามันไม่ใช่ มันเป็นอะไรที่เหนือธรรมชาติ เป็นสิ่งที่อธิบายไม่ได้
“พี่นาราคะ” ทิชา ผู้ช่วยนักแสดง เดินเข้ามาพร้อมกับน้ำเย็น “ดื่มน้ำหน่อยนะคะ หน้าพี่ซีดมากเลย”
“ขอบคุณค่ะทิชา” นารารับน้ำมาดื่ม พลางมองไปรอบๆ บริเวณฉากถ่ายทำที่จำลองเป็นเรือนไทยโบราณ แสงไฟสลัวๆ และเงาที่ทอดตัวยาวไปตามมุมต่างๆ ยิ่งทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย “ที่นี่... มันดูหลอนๆ นะคะ”
“ก็เป็นธรรมดาค่ะพี่นารา ฉากนี้เราสร้างให้ดูเก่าแก่และมีบรรยากาศวังเวงอยู่แล้ว” ทิชาหัวเราะเบาๆ “แต่สบายใจได้ค่ะ มีทีมงานอยู่ทั่วบริเวณ”
นาราพยายามยิ้มตอบ แต่ในใจเธอกลับรู้สึกกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก เธอหันไปมองทางโรงถ่ายร้างที่เธอเพิ่งออกมา ความรู้สึกถูกจ้องมองยังคงตามติดเธออยู่ราวกับเงา “ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ” เธอบอกทิชา
ขณะที่เดินไปยังห้องน้ำ นาราเหลือบไปเห็นกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของฉาก ราวกับถูกจัดวางไว้เพื่อสะท้อนภาพของเรือนไทยที่จำลองขึ้นมา ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ดึงดูด ทำให้เธอเดินเข้าไปใกล้
เงาสะท้อนของเธอกลับมาปรากฏในกระจก ท่าทางของเธอดูเหนื่อยล้า แต่ใบหน้ากลับมีร่องรอยของความหวาดผวา เธอก้มลงมองเงาของตัวเอง พลางคิดถึงคำพูดของหญิงชราคนนั้น “เจ้ากำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของมัน”
ทันใดนั้นเอง สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เงาสะท้อนในกระจกไม่ได้ทำตามการเคลื่อนไหวของเธออีกต่อไป มันเริ่มขยับเอง มันค่อยๆ ยกมือขึ้น ปัดปอยผมที่ตกลงมาบนหน้าผาก ท่าทางนั้นงดงามอ่อนช้อยราวกับนางรำมืออาชีพ แต่แววตาของเงาสะท้อนกลับฉายแววเศร้าสร้อย เจ็บปวด และเต็มไปด้วยความอาฆาต
นารายืนตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก “นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น?” เธอพึมพำกับตัวเอง
เงาสะท้อนในกระจกค่อยๆ เอียงคอ มองมาที่เธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งความสงสาร ความโกรธ และความปรารถนาบางอย่างที่นาราไม่สามารถเข้าใจได้ มันยกมือขึ้นอีกครั้ง และเริ่มร่ายรำท่ามกลางเงาของเรือนไทยโบราณ ท่ารำนั้นคุ้นตาเหลือเกิน มันคือท่ารำเดียวกันกับที่เธอฝึกซ้อมอยู่ทุกวัน แต่ทว่า... ท่ารำของเงาสะท้อนนั้นกลับดูราวกับมีชีวิตชีวา ทรงพลัง และเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอย่างสุดซึ้ง
“ใคร... ใครคือเธอ?” นาราถามเสียงสั่นเครือ
เงาสะท้อนในกระจกไม่ตอบ แต่กลับร่ายรำต่อไป ดวงตาของมันจ้องมองมาที่เธอไม่วางตา ราวกับกำลังสื่อสารบางอย่างที่มองไม่เห็น นาราเริ่มรู้สึกถึงกระแสพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากกระจก มันเย็นเยียบและทรงพลังอย่างประหลาด เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงเข้าไปในภาพสะท้อนนั้น
“หยุดนะ! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” นาราตะโกน แต่เสียงของเธอเหมือนจะถูกกลืนหายไปกับเสียงเพลงประกอบละครที่ดังขึ้นมาอย่างแผ่วเบา
เงาสะท้อนในกระจกค่อยๆ ยื่นมือออกมาจากกระจก ราวกับจะคว้าตัวเธอเข้าไป นาราผงะถอยหลังด้วยความตกใจสุดขีด เธอเห็นนิ้วเรียวยาวที่ซีดขาวกำลังค่อยๆ เลื่อนผ่านผิวกระจกออกมา มันไม่ใช่เงาของเธออีกต่อไป แต่มันคือบางสิ่งที่จับต้องได้
“ขอร้องล่ะ... ปล่อยฉันไป!” นาราอ้อนวอน
เงาสะท้อนในกระจกยิ้มบางๆ รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย “ข้าไม่สามารถปล่อยเจ้าไปได้... เจ้าคือคนที่ข้าเลือก” เสียงนั้นดังขึ้นในหัวของนารา ราวกับไม่ใช่เสียงที่มาจากภายนอก แต่มันคือเสียงที่ก้องกังวานอยู่ในจิตใจของเธอเอง
ทันใดนั้นเอง ทิชาก็เดินเข้ามา “พี่นาราคะ ผู้กำกับเรียกแล้วค่ะ”
เมื่อทิชาเข้ามาใกล้ นาราก็หันไปมองกระจกอีกครั้ง แต่คราวนี้ มันกลับกลายเป็นเพียงกระจกบานธรรมดา ที่สะท้อนภาพของเธอเองที่ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ไม่มีเงาสะท้อนของนางรำอีกต่อไป มีเพียงภาพของนารา นักแสดงสาวที่กำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันน่าสะพรึงกลัว
“พี่นารา เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” ทิชาถามอย่างเป็นห่วง
“เปล่าค่ะ... ไม่มีอะไร” นารากล่าวเสียงแหบพร่า “แค่... รู้สึกไม่สบายใจนิดหน่อย”
เธอเดินตามทิชาออกไป แต่ภาพของเงาสะท้อนในกระจกที่ร่ายรำราวกับมีชีวิต กลับยังคงติดตาเธออยู่ไม่จางหาย เธอไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงภาพหลอน หรือมันคือการเตือนจากบางสิ่งบางอย่าง แต่เธอรู้ดีว่า ชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
4,370 ตัวอักษร