เด็กสาวนักประดิษฐ์ในดินแดนแห่งจักรกล

ตอนที่ 31 / 44

ตอนที่ 31 — การตัดสินใจของลลิตา

"ลลิตา! เจ้าต้องตัดสินใจ!" เสียงของอารักษ์กลดังขึ้นอย่างเร่งรีบ "เจ้าจะเลือกที่จะหยุดเตาปฏิกรณ์ หรือจะพยายามปกป้องมันไว้!" ฝุ่นละอองและเศษซากโลหะยังคงโปรยปรายลงมาจากเพดานที่กำลังพังทลาย ร่างเงาดำทะมึนขนาดมหึมาหลายร่างกำลังกรูกันเข้ามาในห้องเครื่อง เสียงกัมปนาทของพวกมันดังสะท้อนไปทั่ว บ่งบอกถึงความเกรี้ยวกราดที่เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ ลลิตายืนตัวแข็งทื่อ สายตาจับจ้องอยู่ที่หน้าจอแสดงผลของเตาปฏิกรณ์หลัก พลังงานที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้บ่งบอกถึงสถานการณ์วิกฤตที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน "แต่... ถ้าฉันหยุดมัน การเชื่อมต่อพลังงานจะขาดสะบั้น! พวกจักรกลที่เหลืออยู่จะอ่อนกำลังลง และแผนการของเราจะล้มเหลว!" ลลิตาตะโกนตอบกลับ เสียงของเธอสั่นเครือด้วยความตึงเครียด เธอพยายามอย่างที่สุดที่จะประคองสมดุลพลังงาน ไม่ใช่แค่เพื่อรักษาเตาปฏิกรณ์ แต่เพื่อรักษาทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอและผู้คนในดินแดนแห่งนี้ต่อสู้เพื่อมาตลอด วายุคาวียืนขนาบข้างเธออย่างมั่นคง แขนข้างหนึ่งยังคงประคองร่างของเธอไว้ ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความเด็ดเดี่ยว "ลลิตา ฟังข้า! ชีวิตของพวกเราสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด! ถ้าเจ้าหยุดเตาปฏิกรณ์ เราอาจจะเสียเปรียบในตอนนี้ แต่เรายังมีโอกาสที่จะฟื้นฟูกลับมา! แต่ถ้าเจ้าปล่อยให้มันระเบิด... ทุกอย่างจะจบสิ้น!" "ไม่! ฉันไม่ยอมให้มันจบแค่นี้!" ลลิตากล่าวเสียงเข้ม เธอกัดฟันแน่น พยายามเพ่งสมาธิกลับไปที่หน้าจอ "ฉันจะหาวิธีอื่น! ฉันต้องหาวิธีอื่น!" เงาดำขนาดใหญ่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว มันคือจักรกลรบเงาที่ทรงพลังที่สุด ร่างของมันบิดเบี้ยวผิดรูป ผิวโลหะดำสนิทสะท้อนแสงไฟฉุกเฉินที่กะพริบอยู่เป็นระยะ แขนของมันที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมถูกเหวี่ยงเข้าใส่เสาโลหะที่ลลิตากับวายุคาวียืนหลบอยู่ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษโลหะกระเด็นว่อนจนทั้งสองคนต้องหมอบต่ำลงไปอีก "พวกมันใกล้เข้ามาแล้วลลิตา! เจ้ายิ่งลังเลมากเท่าไหร่ โอกาสของเราก็ยิ่งน้อยลงเท่านั้น!" อารักษ์กลเตือนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล ลลิตาหลับตาลงชั่วครู่ สูดหายใจเข้าลึกๆ ภาพของเมืองที่กำลังจะถูกทำลาย ภาพของใบหน้าของผู้คนในดินแดนแห่งนี้ที่ฝากความหวังไว้กับเธอ วิ่งวนอยู่ในความคิด เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างการสูญเสียทุกอย่างกับการเสียสละบางส่วน "ฉันเข้าใจแล้ว..." ลลิตาพึมพำ เสียงของเธอเบาลง แต่แฝงไปด้วยความแน่วแน่ "ฉันจะหยุดเตาปฏิกรณ์" "อะไรรร!" วายุคาวีอุทานเสียงหลง เขามองลลิตาด้วยความไม่เชื่อ "เจ้าแน่ใจนะลลิตา? นั่นหมายความว่า..." "ฉันรู้" ลลิตาขัดขึ้น "แต่ถ้าเราไม่หยุดมัน เราก็ไม่มีวันได้เห็นวันพรุ่งนี้" เธอหันกลับไปมองหน้าจออีกครั้ง นิ้วเรียวสวยเริ่มแตะลงบนแผงควบคุมอย่างรวดเร็ว เธอเริ่มป้อนคำสั่งเพื่อลดระดับพลังงานอย่างฉับพลัน "เจ้าต้องรีบทำอะไรสักอย่าง!" เสียงของอารักษ์กลดังขึ้นอีกครั้ง "พวกเงากำลังพุ่งเป้าไปที่แกนกลางของเตาปฏิกรณ์แล้ว! หากพวกมันโจมตีสำเร็จ เตาปฏิกรณ์จะระเบิดทันที!" ลลิตากระชับมือที่กำลังควบคุมแผงควบคุมแน่น เธอเห็นภาพของจักรกลรบเงาตัวหนึ่งกำลังเร่งความเร็ว พุ่งตรงมาที่แกนกลางของเตาปฏิกรณ์ด้วยความเร็วสูง ร่างกายของเธอเกร็งไปหมด "ฉันกำลังพยายามอย่างเต็มที่!" ลลิตาร้องเสียงดัง "แต่มันไม่ได้ผล! การลดระดับพลังงานลงฉับพลันเกินไปกำลังทำให้ระบบเกิดการปั่นป่วน!" "ถ้าอย่างนั้นก็ต้องใช้วิธีอื่น!" วายุคาวีตะโกน เขาปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากร่างของลลิตา แล้วคว้าเอาดาบพลังงานที่วางอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมา "ข้าจะถ่วงเวลาพวกมันให้เอง! เจ้าแค่ทำในสิ่งที่เจ้าต้องทำ!" ก่อนที่ลลิตาจะทันได้เอ่ยห้าม วายุคาวีก็พุ่งทะยานออกไป เขาปะทะเข้ากับจักรกลรบเงาตัวแรกที่พุ่งเข้ามา เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว ดาบพลังงานของเขาส่องแสงเจิดจ้า ตัดผ่านเกราะดำสนิทของศัตรู แต่แรงปะทะมหาศาลก็ทำให้ร่างของเขากระเด็นไปติดกับผนังห้อง "วายุคาวี!" ลลิตาร้องตกใจ "ข้าไม่เป็นไร!" วายุคาวีตะโกนกลับ เขาถีบตัวออกจากผนัง แล้วพุ่งเข้าใส่จักรกลรบเงาตัวอื่นๆ อีกครั้ง เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว ดาบพลังงานของเขากลายเป็นสายฟ้าสีขาวที่ฟาดฟันไปทั่วสนามรบ ลลิตามองภาพนั้นด้วยหัวใจที่บีบรัด เธอไม่สามารถปล่อยให้วายุคาวีต่อสู้เพียงลำพังได้ แต่เธอรู้ดีว่าหากเธอละทิ้งหน้าที่ของเธอในตอนนี้ ทุกอย่างจะจบสิ้น "อารักษ์กล! บอกข้าที! มีวิธีอื่นที่จะรักษาแกนกลางพลังงานไว้ได้ไหม? โดยไม่ต้องหยุดการทำงานของเตาปฏิกรณ์ทั้งหมด!" ลลิตาร้องถาม "มี..." เสียงของอารักษ์กลตอบกลับมาอย่างลังเล "แต่... มันอันตรายมาก" "อันตรายแค่ไหน!" "เจ้าจะต้องใช้พลังงานส่วนเกินจากเตาปฏิกรณ์... ผสมผสานกับพลังของเจ้าเอง... เพื่อสร้างสนามพลังป้องกันรอบแกนกลาง" อารักษ์กลอธิบาย "แต่มันจะดึงพลังชีวิตของเจ้าออกมาอย่างมหาศาล... เจ้าอาจจะไม่สามารถทนรับได้" ลลิตาเงยหน้ามองเพดานที่กำลังพังทลาย มองเห็นเงาดำทะมึนหลายร่างกำลังโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง เธอหันกลับมามองแผงควบคุม และมองไปยังวายุคาวีที่กำลังต่อสู้อย่างสุดกำลัง "ฉันเข้าใจแล้ว" ลลิตากล่าวเสียงหนักแน่น "ฉันจะทำ" เธอเริ่มกดปุ่มต่างๆ บนแผงควบคุมอย่างรวดเร็ว ป้อนคำสั่งที่ซับซ้อนเพื่อให้ระบบสามารถดึงพลังงานส่วนเกินออกมาได้ หน้าจอแสดงผลเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน สัญญาณเตือนภัยดังยิ่งกว่าเดิม "ลลิตา! ระวัง!" อารักษ์กลร้องเตือน ร่างของลลิตาเริ่มเปล่งแสงสีทองอ่อนๆ ออกมา เธอหลับตาลง รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี สัมผัสถึงกระแสพลังงานมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในห้อง เธอส่งพลังงานของตัวเองเข้าไปผสมผสานกับพลังงานเหล่านั้น "ข้าขออภัย..." ลลิตากระซิบ "นี่คือการเลือกของข้า" เธอรู้สึกถึงแรงดึงมหาศาลที่พยายามฉีกกระชากพลังงานชีวิตของเธอออกไป ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่เธอกัดฟันสู้ เธอมองเห็นภาพของสนามพลังสีทองที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นรอบแกนกลางของเตาปฏิกรณ์ "สำเร็จแล้ว!" อารักษ์กลกล่าวอย่างโล่งอก "สนามพลังกำลังทำงาน! มันสามารถป้องกันการโจมตีจากพวกเงาได้ในระดับหนึ่ง!" "ดีมาก! ตอนนี้รีบออกจากที่นี่ไป!" วายุคาวีตะโกน เขายังคงต่อสู้อย่างไม่ลดละ แต่ก็เริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ลลิตาพยายามจะขยับ แต่ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียกไปหมด เธอรู้สึกเหมือนถูกสูบฉีดพลังงานออกไปจนแทบไม่เหลือ "ข้า... ข้าไปไหนไม่ได้..." ลลิตาพึมพำ "ไม่จริง! เจ้าต้องไป!" วายุคาวีรีบเข้ามาประคองเธอไว้ "เจ้าทำได้ดีที่สุดแล้ว!" "แต่... สนามพลัง..." "สนามพลังจะทำงานได้ด้วยตัวของมันเองอีกสักพัก! เจ้าต้องรีบไป! ก่อนที่พวกเงาจะหาทางทะลวงสนามพลังเข้ามาได้!" อารักษ์กลเร่งเร้า วายุคาวีอุ้มลลิตาขึ้นมาอย่างทุลักทุเล เขาหันไปมองกองทัพเงาที่ยังคงพยายามบุกเข้ามาไม่หยุดหย่อน "ข้าจะพาเจ้าไปหาที่ปลอดภัย! แล้วข้าจะกลับมา!" "อย่า! วายุคาวี! ปล่อยข้า!" ลลิตาพยายามจะขัดขืน แต่แรงของเธออ่อนแอเกินไป "เจ้าต้องอยู่ที่นี่! ช่วยพวกเรา!" "ข้าจะกลับมา! ข้าสัญญา!" วายุคาวีกล่าว ก่อนจะอุ้มลลิตาที่อ่อนแรง วิ่งฝ่าวงล้อมของเหล่าจักรกลรบเงา ออกจากห้องเครื่องที่กำลังพังทลาย

5,591 ตัวอักษร