ตอนที่ 9 — สัญญาณอันตรายจากป่าลึก
ธันวาเดินออกจากอุโมงค์ของต้นไม้แห่งชีวิต หัวใจของเขายังคงเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความกังวล เขาได้พบกับสิ่งที่เหนือธรรมชาติ ได้รับรู้ถึงพลังอันมหาศาลที่ซ่อนเร้นอยู่ในดินแดนแห่งนี้ และได้รับคำเตือนเกี่ยวกับอันตรายที่กำลังจะมาถึง
เขาออกมาสู่ป่าทึบอีกครั้ง แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมาเป็นลำแสงลอดผ่านกิ่งก้านของต้นไม้สูงใหญ่ ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ
"สถานที่ที่ถูกลืม... สมุนไพรต้องห้าม..." เขาพึมพำกับตัวเอง "ข้าต้องหาทางไปที่นั่นให้เจอ"
เขาเปิดตำราสมุนไพรวิเศษอีกครั้ง พลิกดูหน้าต่างๆ อย่างรวดเร็ว เขาพยายามค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ "สมุนไพรต้องห้าม" และ "สถานที่ที่ถูกลืม" แต่ดูเหมือนว่าข้อมูลในตำราเล่มนี้จะค่อนข้างคลุมเครือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
"มีเพียงการกล่าวถึง... ว่าสมุนไพรบางชนิด... มีพลังในการรักษาโรคที่ร้ายแรง... แต่ก็มาพร้อมกับคำเตือน... ถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น... หากใช้ไม่ถูกวิธี..." เขาอ่านในตำรา "ส่วน 'สถานที่ที่ถูกลืม'... ไม่มีการกล่าวถึงโดยตรง... แต่มีภาพวาด... ของแท่นหินโบราณ... ที่ตั้งอยู่กลางป่าลึก... มีสัญลักษณ์ประหลาดสลักอยู่..."
ธันวาเงยหน้ามองไปรอบๆ เขาพยายามจะจดจำลักษณะของป่าในบริเวณนี้ เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถหาทางกลับมาได้หากจำเป็น เขาจำได้ว่าจิตวิญญาณแห่งป่าได้กล่าวถึง "ผู้รับใช้ของความมืด" และ "ผู้ที่จะเข้ามาช่วยเหลือ" เขาไม่แน่ใจว่าควรจะเชื่อใจใคร หรือควรจะระวังใคร
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่ ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากเบื้องลึกของป่า เสียงนั้นดังแผ่วเบาในช่วงแรก แต่ก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงร้องโหยหวนที่น่าขนลุก
"นั่นมันเสียงอะไรกัน!" ธันวาอุทานด้วยความตกใจ เขาหยิบมีดสั้นที่พกติดตัวออกมาเตรียมพร้อม
เสียงร้องนั้นดังมาจากทิศทางที่เขาไม่คุ้นเคย เป็นทิศทางที่ลึกเข้าไปในป่า มากกว่าที่เขาเคยเข้ามา
"อาจจะเป็นสัญญาณอันตราย..." เขาคิด "หรืออาจจะเป็นคนที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ..."
เขามองไปยังทิศทางของเสียงอย่างพิจารณา เขาควรจะเดินหน้าต่อไปเพื่อค้นหา "สถานที่ที่ถูกลืม" หรือควรจะเข้าไปตรวจสอบเสียงนั้นก่อน
"ถ้าเป็นผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ... ข้าในฐานะหมอ... ก็ไม่สามารถละเลยได้" เขาตัดสินใจ
ธันวากระชับสัมภาระอีกครั้ง แล้วเดินตรงไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงร้อง แม้จะรู้ดีว่าการเดินเข้าสู่ป่าที่ไม่คุ้นเคยโดยไม่มีจุดหมายที่ชัดเจนนั้นเป็นเรื่องอันตราย แต่สัญชาตญาณของความเป็นหมอและความต้องการที่จะช่วยเหลือผู้อื่นนั้น ทำให้เขาไม่อาจห้ามใจได้
เขาเดินฝ่าดงไม้ที่หนาทึบ กิ่งก้านของต้นไม้ขูดขีดตามแขนและใบหน้าเป็นริ้วรอย เขาต้องคอยระวังรากไม้ที่ยื่นออกมาเกะกะ และสัตว์ป่าที่อาจจะซุ่มซ่อนอยู่
ยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงร้องก็ยิ่งดังชัดเจนขึ้น มันเป็นเสียงของผู้หญิงที่กำลังหวีดร้องด้วยความหวาดกลัว ราวกับกำลังถูกทำร้าย
"อดทนไว้นะ! ข้ากำลังไป!" ธันวาตะโกนสุดเสียง เพื่อให้ผู้ที่กำลังตกอยู่ในอันตรายได้ยิน
ในที่สุด เขาก็มาถึงลานเล็กๆ แห่งหนึ่งกลางป่า ที่นั่น เขาเห็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่งนอนกองอยู่บนพื้นดิน ถูกรัดด้วยเถาวัลย์หนาหลายเส้นที่ดูเหมือนจะงอกออกมาจากพื้นดินและลำต้นของต้นไม้ใกล้เคียง เธอสวมใส่เสื้อผ้าที่ฉีกขาด ใบหน้าของเธอเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบน้ำตา
"โอ้! ไม่นะ!" ธันวาอุทานด้วยความตกใจ เขาพุ่งเข้าไปหาหญิงสาวคนนั้นทันที
"ใจเย็นๆ นะครับ! ข้าจะช่วยท่านเอง!" เขาพยายามปลดเถาวัลย์ที่รัดตัวเธอออก แต่เถาวัลย์เหล่านั้นกลับแข็งแกร่งกว่าที่เขาคิด ราวกับมีชีวิตและกำลังต่อต้านการกระทำของเขา
"ขอบคุณ... ขอบคุณมากค่ะ..." หญิงสาวกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ "พวกมัน... พวกมันจะฆ่าฉัน..."
"ไม่ต้องกลัว... ข้าเป็นหมอ... ข้าจะช่วยท่านให้ได้" ธันวาตอบ เขารู้สึกถึงพลังงานแปลกๆ ที่แผ่ออกมาจากเถาวัลย์เหล่านั้น มันดูเหมือนจะมีพิษร้ายแรงบางอย่าง
เขาจึงหยิบน้ำยาฆ่าเชื้อและผ้าพันแผลออกมาจากกระเป๋าเตรียมพร้อม ก่อนจะเริ่มลงมือตัดเถาวัลย์ด้วยมีดสั้นของเขา
"ท่าน... ท่านเป็นใครคะ" หญิงสาวถามขณะที่ธันวากำลังทำงานอย่างเร่งรีบ
"ข้าชื่อธันวา... เป็นหมอ... แล้วท่านล่ะครับ"
"ข้าชื่อ... เอลาร่า..." เธอตอบ "ข้า... ข้ามาตามหาสมุนไพรวิเศษ... เพื่อรักษา... คนในครอบครัว..."
"สมุนไพรวิเศษ... ท่านหมายถึง... สมุนไพรในตำนานหรือครับ" ธันวาถาม พลางสังเกตเห็นร่องรอยบางอย่างบนข้อมือของเอลาร่า ที่ดูเหมือนจะเป็นรอยสักหรือเครื่องหมายบางอย่าง
"ใช่ค่ะ..." เอลาร่าตอบ "แต่ข้า... ข้าหลงทาง... แล้วก็... เจอเข้ากับสิ่งนี้..." เธอชี้ไปยังเถาวัลย์ที่กำลังรัดเธออยู่
ธันวาใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าจะตัดเถาวัลย์ทั้งหมดออกได้ เมื่อเอลาร่าเป็นอิสระ เธอก็ทรุดตัวลงนอนแผ่บนพื้นอย่างอ่อนแรง ธันวารีบเข้าไปตรวจดูอาการของเธอ
"ท่านบาดเจ็บมากไหมครับ" เขาถาม
"ข้า... ข้ารู้สึกเหนื่อย... และเหมือนมีบางอย่าง... ฉีดเข้ามาในตัวข้า..." เอลาร่าตอบ ใบหน้าของเธอเริ่มซีดลง
ธันวาสังเกตเห็นจุดแดงเล็กๆ ที่แขนของเธอ ตรงที่เถาวัลย์รัดอยู่ "ดูเหมือนว่าเถาวัลย์พวกนี้จะมีพิษ... แต่ไม่ต้องห่วง... ข้าจะรักษาท่านเอง"
เขาหยิบตำราสมุนไพรวิเศษออกมาเปิดอย่างรวดเร็ว พยายามค้นหาสมุนไพรที่จะใช้แก้พิษชนิดนี้
"นี่ไง!" เขาอุทานเมื่อเจอสมุนไพรที่ต้องการ "เป็นสมุนไพรที่เรียกว่า 'ใบโสมสวรรค์'... มีสรรพคุณในการขับพิษร้ายแรง..."
เขาใช้เวลาไม่นานนักในการเตรียมยา และป้อนให้กับเอลาร่า
"กินยานี้เข้าไปนะ... มันจะช่วยให้ท่านดีขึ้น"
เอลาร่าค่อยๆ กลืนยาเข้าไป ดวงตาของเธอดูมีประกายขึ้นเล็กน้อย
"ขอบคุณค่ะ... ท่านช่วยชีวิตข้าไว้..."
"ไม่เป็นไรครับ... ตอนนี้ท่านปลอดภัยแล้ว... แล้ว... ท่านพอจะทราบไหมว่า... 'สถานที่ที่ถูกลืม' อยู่ที่ไหน" ธันวาถาม
เอลาร่าเงยหน้าขึ้นมองธันวา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจ "ท่าน... ท่านกำลังตามหาสถานที่นั้นหรือคะ"
"ใช่ครับ... ข้าจำเป็นต้องไปที่นั่น"
"มันอันตรายมากนะคะ..." เอลาร่ากล่าว "และ... ท่านก็ไม่ควรจะไปที่นั่นตามลำพัง..."
"ทำไมหรือครับ" ธันวาถาม
"เพราะที่นั่น... เป็นที่อยู่ของ... 'ผู้เฝ้าประตู'..." เอลาร่ากล่าว "และ... ข้าคิดว่า... มีบางสิ่งกำลังคุกคามบริเวณนั้นอยู่..."
"บางสิ่ง... หมายถึง..."
"ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่าง... ที่ไม่ใช่ธรรมชาติ... มันกำลังแผ่กระจาย... และทำให้ป่าเริ่มไม่สงบ..."
ธันวาเริ่มรู้สึกถึงความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่เขาได้ยินจากจิตวิญญาณแห่งป่า และสิ่งที่เอลาร่ากำลังบอกเขา "พลังงานที่ไม่ใช่ธรรมชาติ... หมายถึง... ความมืดหรือครับ"
เอลาร่าพยักหน้าอย่างหนักแน่น "ใช่ค่ะ... ข้าคิดว่า... ความมืดกำลังเข้ามา... และ 'สถานที่ที่ถูกลืม'... อาจจะเป็นเป้าหมายต่อไปของมัน..."
ธันวาจ้องมองเอลาร่า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและตัดสินใจ "เรา... เราต้องไปที่นั่นด้วยกัน"
"แต่..."
"ข้าต้องการความช่วยเหลือ... และท่านเองก็ต้องการความปลอดภัย... เราจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน... ท่านพอจะนำทางข้าไปที่นั่นได้ไหม"
เอลาร่ามองธันวาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลังเล แต่เมื่อนึกถึงสถานการณ์ที่เธอเผชิญอยู่ และอันตรายที่กำลังจะมาถึง เธอก็ตัดสินใจ
"ก็ได้ค่ะ... ข้าจะนำทางท่านไป... แต่ท่านต้องสัญญานะคะว่า... เราจะร่วมมือกัน... เพื่อหยุดยั้งความมืดนี้ให้ได้"
"ข้าสัญญา" ธันวากล่าวหนักแน่น "เพื่อผู้คน... และเพื่อผืนป่าแห่งนี้"
5,858 ตัวอักษร