เกมรัก CEO กับเลขาที่ต้องสืบ

ตอนที่ 2 / 45

ตอนที่ 2 — รอยร้าวในภาพลวงตา

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พิมพ์นาราเริ่มปรับตัวเข้ากับชีวิตการทำงานใน Grand Siam Corporation ได้อย่างรวดเร็ว เธอทำหน้าที่เลขาส่วนตัวของภาคินได้อย่างคล่องแคล่ว งานเอกสาร การนัดหมาย การประสานงานต่างๆ เธอทำได้อย่างไม่มีที่ติ ทว่าเบื้องหลังรอยยิ้มที่สดใสและท่าทีที่สง่างามนั้น หัวใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความหนักอึ้งและความกังวลเกี่ยวกับภารกิจลับที่ภาคินมอบหมายให้ ทุกๆ วัน เธอต้องคอยสังเกตการณ์ สังหาร และรวบรวมข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตภายในองค์กร เธอใช้เวลาว่างจากการทำงานประจำ เข้าไปค้นหาข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัท ตรวจสอบบัญชีต่างๆ และพยายามสังเกตพฤติกรรมของพนักงานระดับสูงที่น่าสงสัย "คุณนาราคะ นี่เป็นเอกสารที่ต้องให้ท่านประธานเซ็นอนุมัติค่ะ" เสียงของแพรวพรรณ เลขาของฝ่ายการตลาด ดังขึ้นเมื่อเธอเดินผ่านมาที่โต๊ะทำงานของพิมพ์นารา พิมพ์นาราหันไปรับเอกสารมา "ขอบคุณค่ะ คุณแพรว" แพรวพรรณเป็นหญิงสาววัยยี่สิบกลางๆ สวยคม แต่งหน้าจัดเต็ม ชอบใส่เสื้อผ้าที่ดูหรูหราและมีแบรนด์เนมเสมอ เธอมักจะเข้ามาพูดคุยกับพิมพ์นาราด้วยท่าทีที่เป็นมิตร แต่บางครั้งพิมพ์นาราก็รู้สึกได้ถึงแววตาที่ซ่อนเร้นบางอย่าง "วันนี้คุณนาราดูเหนื่อยๆ นะคะ ทำงานหนักไปหรือเปล่า" แพรวพรรณเอ่ยถาม พลางยื่นมือมาจัดปกเสื้อของพิมพ์นาราให้ "ดูแลตัวเองด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นท่านประธานจะบ่นเอานะคะ" "ฉันสบายดีค่ะคุณแพรว แค่พักผ่อนน้อยไปหน่อย" พิมพ์นารายิ้มบางๆ พยายามกลบเกลื่อนความรู้สึก "ดีแล้วค่ะ" แพรวพรรณยิ้ม ก่อนจะเดินจากไป พิมพ์นารามองตามแผ่นหลังของแพรวพรรณไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูก เธอรู้สึกได้ว่าแพรวพรรณอาจจะเป็นหนึ่งในคนที่ภาคินสงสัย แต่เธอก็ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะปักใจ หลังจากแพรวพรรณเดินจากไป พิมพ์นาราก็หยิบเอกสารที่แพรวพรรณนำมาให้ขึ้นมาดู ทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นลายเซ็นของผู้อนุมัติในเอกสารบางแผ่น เธอถึงกับผงะ "คุณก้องภพ..." เธอพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ คุณก้องภพเป็นรองประธานฝ่ายการเงิน เป็นคนที่ดูสุภาพและเป็นมืออาชีพมาก เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตนี้ พิมพ์นาราหยิบเอกสารเหล่านั้นมาดูอย่างละเอียดอีกครั้ง เธอสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างในตัวเลขทางการเงินที่ปรากฏในเอกสารเหล่านั้น เมื่อเทียบกับข้อมูลที่เธอได้รวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ "นี่มัน... ไม่น่าจะเป็นไปได้" เธอพึมพำกับตัวเอง พลางพลิกเอกสารไปมา "ต้องมีอะไรบางอย่างที่ฉันมองข้ามไป" เธอตัดสินใจเก็บเอกสารเหล่านั้นไว้ แล้วหาโอกาสนำไปปรึกษาภาคิน เธอเชื่อว่าภาคินจะต้องมีคำตอบ หรืออย่างน้อยก็สามารถช่วยชี้แนะแนวทางให้เธอได้ ตกเย็น ขณะที่พิมพ์นารากำลังเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน ภาคินก็เดินออกมาจากห้องทำงานของเขา "ยังไม่กลับอีกเหรอ คุณพิมพ์นารา" ภาคินเอ่ยถาม พลางเดินตรงมาหาเธอ "ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะท่านประธาน" พิมพ์นาราตอบรับ พลางรีบเก็บของที่อยู่บนโต๊ะให้เรียบร้อย "ผมเห็นคุณดูครุ่นคิดอะไรบางอย่างมาตลอดทั้งวัน มีอะไรที่อยากจะปรึกษาผมไหม" ภาคินถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนกว่าปกติ เขาเดินเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นจนเธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมที่บ่งบอกถึงความหรูหราและมีรสนิยม พิมพ์นารารู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อภาคินเข้ามาใกล้ขนาดนี้ "คือ... ดิฉันพบความผิดปกติบางอย่างในเอกสารค่ะ เกี่ยวกับคุณก้องภพ" เธอหยิบเอกสารบางส่วนที่เก็บไว้ในแฟ้มออกมาให้ภาคินดู "ดิฉันพบว่ามีการอนุมัติงบประมาณบางรายการที่ดูเหมือนจะไม่สมเหตุสมผล และลายเซ็นก็เป็นของคุณก้องภพค่ะ" ภาคินรับเอกสารไปดูอย่างตั้งใจ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะอ่านรายละเอียด "อืม... ผมก็สงสัยคุณก้องภพอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังหาหลักฐานชิ้นสำคัญไม่ได้" เขาเงยหน้าขึ้นมองพิมพ์นารา สายตาคมกริบของเขาสบประสานกับเธอ "คุณทำได้ดีมากนะ คุณพิมพ์นารา การที่คุณสามารถมองเห็นความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ได้ แสดงว่าคุณมีสายตาที่เฉียบแหลมจริงๆ" "ขอบคุณค่ะท่านประธาน" พิมพ์นารากล่าวรับด้วยความรู้สึกปลาบปลื้ม "ผมจะให้คนตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง" ภาคินกล่าวต่อ "แต่ตอนนี้คุณก็ยังต้องทำหน้าที่ของคุณต่อไป และระมัดระวังตัวให้มากขึ้น" "ระมัดระวังตัว?" พิมพ์นารากล่าวทวนอย่างไม่เข้าใจ "หมายความว่าอย่างไรคะ" "การที่คุณกำลังจะเปิดโปงเรื่องนี้ อาจจะทำให้คุณตกอยู่ในอันตรายได้" ภาคินอธิบาย "คนที่ทำเรื่องนี้ เขาอาจจะไม่ปล่อยให้คุณสืบจนเจอความจริงได้ง่ายๆ" คำพูดของภาคินทำให้พิมพ์นารารู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง เธอไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้จะอันตรายถึงขนาดนี้ "คุณไม่ต้องกังวล ผมจะดูแลความปลอดภัยของคุณเอง" ภาคินกล่าวต่อ เมื่อเห็นสีหน้าของเธอ "และผมจะคอยอยู่เคียงข้างคุณเสมอ" คำพูดนั้นทำให้พิมพ์นารารู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็อดรู้สึกหวั่นไหวไปกับคำพูดและการกระทำของภาคินไม่ได้ การที่เขาแสดงความเป็นห่วงเป็นใยเธออย่างจริงใจเช่นนี้ ทำให้กำแพงที่เธอตั้งไว้เริ่มสั่นคลอน "ขอบคุณค่ะท่านประธาน" เธอตอบรับ เสียงเบาหวิว "เอาล่ะ กลับบ้านได้แล้ว พักผ่อนเยอะๆ พรุ่งนี้ยังมีงานรออยู่อีกมาก" ภาคินบอกพลางยิ้มบางๆ พิมพ์นาราก้มลงเก็บเอกสารที่เหลือ แล้วโค้งคำนับเขา ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของเขาไป ทิ้งให้ภาคินยืนมองแผ่นหลังของเธอไปด้วยแววตาที่ซับซ้อน ขณะที่พิมพ์นารากำลังเดินไปยังลิฟต์ เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง เธอหันไปมอง ก็พบว่าเป็นแพรวพรรณที่กำลังเดินตรงมาหาเธอ "คุณนาราคะ" แพรวพรรณเอ่ยขึ้น "ดิฉันเห็นคุณอยู่กับท่านประธานนานกว่าปกติ มีอะไรรึเปล่าคะ" "ไม่มีอะไรค่ะคุณแพรว แค่ปรึกษาเรื่องงานนิดหน่อย" พิมพ์นาราตอบอย่างรวดเร็ว "อ๋อ ดีแล้วค่ะ" แพรวพรรณยิ้ม "แต่ก็ระวังตัวด้วยนะคะ บางทีการเข้าใกล้ท่านประธานมากเกินไป อาจจะทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้" คำพูดนั้นของแพรวพรรณ ทำให้พิมพ์นารารู้สึกแปลกใจ เธอไม่แน่ใจว่าแพรวพรรณกำลังพูดประชดประชัน หรือกำลังเตือนเธอจริงๆ "เข้าใจค่ะ" พิมพ์นาราตอบรับ พลางรีบกดปุ่มลิฟต์ "ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ" เมื่อลิฟต์เปิดออก พิมพ์นาราก็รีบก้าวเข้าไปทันที ทิ้งให้แพรวพรรณยืนมองเธอด้วยรอยยิ้มที่ยากจะคาดเดา พิมพ์นาราก้าวเข้าสู่ลิฟต์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เธอไม่แน่ใจว่ากำลังเดินไปสู่ความสำเร็จ หรือกำลังเดินไปสู่หายนะ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ๆ คือ เกมรักและเกมอันตรายนี้ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง

5,048 ตัวอักษร