เกมรัก CEO กับเลขาที่ต้องสืบ

ตอนที่ 4 / 45

ตอนที่ 4 — ความใกล้ชิดที่เพิ่มพูน

ขณะที่เธอกำลังจดจ่ออยู่กับข้อมูลในหน้าจอคอมพิวเตอร์ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังเข้ามาใกล้ "คุณพิมพ์ พักก่อนไหมครับ เห็นทำงานหนักมาตลอดทั้งเช้า" เสียงทุ้มต่ำของภาคินดังขึ้นพร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งที่ทาบทับลงมาบนโต๊ะทำงานของเธอ พิมพ์นาราเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาของเธอประสานเข้ากับดวงตาคมกริบของเขาในชั่วขณะหนึ่ง เธอสัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าบางอย่างที่แล่นผ่านไปมาในอากาศระหว่างพวกเขา "ไม่เป็นไรค่ะคุณภาคิน ใกล้จะเสร็จแล้ว" เธอตอบ พยายามเก็บอาการประหม่าเล็กน้อยที่เกิดขึ้นเมื่อเขาเข้ามาใกล้ขนาดนี้ ความหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมกลิ่นซีดาร์วูดที่ลอยมากับลมหายใจของเขา ทำให้สมองของเธอเริ่มทำงานผิดปกติไปชั่วขณะ "แค่กำลังไล่ดูรายละเอียดการประชุมที่จะมีกับกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่พรุ่งนี้ค่ะ" ภาคินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "การประชุมสำคัญมากจริงๆ ผมถึงอยากให้คุณพักผ่อนบ้าง ถ้าเหนื่อยก็บอกได้นะ" เขาเอ่ยพลางก้มลงมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอ "เรื่องคุณก้องภพ ผมได้ข้อมูลมาเพิ่มนิดหน่อย แต่ยังไม่มากพอที่จะเอาผิดเขาได้ตรงๆ" พิมพ์นาราขมวดคิ้ว "คุณภาคินกำลังสืบเรื่องคุณก้องภพอยู่เหรอคะ" เธอถามเสียงเบาลงกว่าเดิม ราวกับกลัวว่าจะมีใครได้ยิน แม้ในห้องทำงานที่เงียบสงัดก็ตาม ภาคินหันมาสบตาเธออีกครั้ง แววตาของเขามีประกายบางอย่างที่ยากจะอ่านออก "ผมกำลังพยายามปกป้องบริษัทของผมอยู่ คุณก็รู้ว่ามีอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล" เขาตอบอย่างเลี่ยงบาลี "ผมอยากให้คุณช่วยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเขาเป็นพิเศษ ถ้ามีอะไรผิดปกติ แม้เพียงเล็กน้อยก็รายงานผมทันที" "ค่ะ ดิฉันจะระมัดระวังให้มากที่สุด" พิมพ์นาราตอบรับอย่างหนักแน่น เธอรู้สึกได้ถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามา แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของเขา แต่การต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงโดยตรงเช่นนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะมองข้ามได้ "ดีมาก" ภาคินพยักหน้า "ถ้าต้องการความช่วยเหลือ หรือมีอะไรติดขัด ก็เข้ามาคุยกับผมได้ตลอดเวลา" เขาพูดจบก็ผายมือไปยังประตู "ผมจะไปประชุมต่อ ถ้ามีอะไรก็แจ้งคุณนวลได้เลย" พิมพ์นาราพยักหน้าตอบรับอย่างนอบน้อม ขณะที่ภาคินก้าวออกจากห้องไป เธอก็ถอนหายใจยาว พลางใช้มือลูบอกเบาๆ หัวใจเต้นรัวไม่หยุด เธอไม่แน่ใจว่าเพราะความตื่นเต้นจากการทำงาน หรือเพราะความใกล้ชิดกับภาคินกันแน่ วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พิมพ์นาราสามารถปรับตัวเข้ากับบทบาทเลขาของภาคินได้อย่างดีเยี่ยม เธอเรียนรู้นิสัยใจคอ ความชอบไม่ชอบ และวิธีการทำงานของเขาได้อย่างแม่นยำ จนบางครั้งภาคินก็อดแปลกใจไม่ได้ที่เธอสามารถคาดการณ์ความต้องการของเขาได้ล่วงหน้าเสมอ "คุณพิมพ์ ทำไมคุณถึงรู้ว่าผมอยากได้กาแฟเย็นโดยไม่ใส่น้ำตาลได้ก่อนที่ผมจะบอกอีกแล้ว" ภาคินถามขณะที่รับแก้วกาแฟจากมือเธอ พลางเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย พิมพ์นารายิ้มบางๆ "ก็สังเกตจากที่คุณภาคินชอบดื่มกาแฟแบบนี้ตอนช่วงบ่ายๆ น่ะค่ะ ประกอบกับวันนี้อากาศค่อนข้างร้อน เลยคิดว่าคุณน่าจะอยากได้กาแฟเย็น" เธอตอบอย่างนอบน้อม ภาคินมองใบหน้าสวยหวานของเธอที่ฉายแววฉลาดเฉลียว "คุณนี่ช่างสังเกตจริงๆ" เขาเอ่ยชม "บางทีผมก็สงสัยนะว่าคุณมาเป็นเลขาผม หรือมาเป็นนักสืบส่วนตัวกันแน่" คำพูดนั้นทำให้พิมพ์นาราชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบปรับสีหน้า "ดิฉันเป็นเลขาของคุณภาคินค่ะ และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด" เธอตอบเสียงเรียบ แต่ในใจกลับเต้นระรัว เธอรู้ดีว่าคำพูดของเขา มีความหมายแฝงอยู่มากกว่าที่เห็น "ผมก็หวังอย่างนั้น" ภาคินตอบ ก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของเขา ทิ้งให้พิมพ์นารายืนอึ้งอยู่ตรงนั้น เธอสัมผัสได้ว่าการทำงานกับภาคิน ไม่ใช่เพียงแค่การทำหน้าที่เลขา แต่ยังเป็นการเข้าไปอยู่ในโลกที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยอันตราย ที่เธอต้องเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดและค้นหาความจริงไปพร้อมๆ กัน ในวันหนึ่ง ขณะที่พิมพ์นารากำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโครงการใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว เธอพบเอกสารบางอย่างที่ดูน่าสงสัย เป็นเอกสารเกี่ยวกับสัญญาจัดซื้อจัดจ้างวัสดุอุปกรณ์สำหรับโครงการดังกล่าว ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีมูลค่าสูงเกินกว่าความเป็นจริง และมีชื่อบริษัทที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนปรากฏอยู่หลายแห่ง "คุณภาคินคะ ดิฉันเจอเอกสารบางอย่างที่น่าจะเป็นประโยชน์ค่ะ" เธอเดินเข้าไปหาเขาที่ห้องทำงาน พร้อมกับเอกสารในมือ ภาคินละสายตาจากกองเอกสารบนโต๊ะ "อะไรครับ" พิมพ์นาราเปิดเอกสารให้เขาดู "นี่ค่ะ สัญญาจัดซื้อจัดจ้างสำหรับโครงการใหม่ ดิฉันพบว่ามูลค่าของมันดูสูงกว่าปกติ และมีรายชื่อบริษัทที่ดิฉันไม่คุ้นเคยอยู่หลายแห่ง" ภาคินรับเอกสารมาพิจารณา เขาใช้เวลาสักครู่ในการไล่ดูรายละเอียด สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม "คุณแน่ใจนะว่านี่เป็นเอกสารจริง" "ค่ะ ดิฉันได้มาจากแผนกบัญชีตอนที่ไปขอข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณสำหรับโครงการค่ะ" พิมพ์นาราตอบ "แต่ว่า..." "แต่ว่าอะไร" ภาคินถามเสียงเข้ม "แต่ว่า... ดิฉันรู้สึกว่ามีคนพยายามจะปกปิดเอกสารชุดนี้ค่ะ ตอนที่ดิฉันไปขอข้อมูล เจ้าหน้าที่แผนกบัญชีดูมีท่าทีอึดอัดมาก และพยายามจะให้ข้อมูลเป็นเพียงเอกสารสรุปเท่านั้น" ภาคินพยักหน้าช้าๆ "ผมว่าผมเริ่มเห็นภาพลางๆ แล้ว" เขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ "คุณทำงานได้ดีมากนะคุณพิมพ์ เราอาจจะได้เบาะแสสำคัญแล้ว" "แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปคะ" พิมพ์นาราถาม "คุณก็ทำเหมือนเดิม ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องนี้ไปก่อน แล้วคอยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของคนในแผนกบัญชี โดยเฉพาะคุณก้องภพ" ภาคินกล่าว "ส่วนผม จะลองตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัทเหล่านี้ดู" "ค่ะ" พิมพ์นาราตอบรับ เธอรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังก้าวเข้าสู่เกมที่อันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงความท้าทายและความมุ่งมั่นที่จะไขความจริงให้ได้ คืนนั้น พิมพ์นารากลับบ้านด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เธอทั้งตื่นเต้นกับความคืบหน้าของแผนการ และหวาดหวั่นกับอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น เธอได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงทุกครั้งที่นึกถึงภาคิน ความรู้สึกที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาก็เริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ เกินกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้อง ขณะที่เธอกำลังจะเผลอหลับ เธอก็ได้ยินเสียงข้อความจากโทรศัพท์มือถือ ดังขึ้น พิมพ์นาราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เป็นข้อความจากภาคิน "ยังไม่นอนเหรอ" พิมพ์นาราลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป "กำลังจะนอนค่ะ คุณภาคินมีอะไรหรือเปล่าคะ" "เปล่า แค่อยากรู้ว่าถึงบ้านแล้วปลอดภัยดี" ข้อความนั้นทำเอาพิมพ์นาราใจเต้นแรง เธอไม่เคยคิดว่าภาคินจะใส่ใจเธอมากถึงขนาดนี้ "ค่ะ ดิฉันถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้วค่ะ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ" "ดีแล้ว พักผ่อนเยอะๆ พรุ่งนี้เรามีเรื่องต้องคุยกันอีก" พิมพ์นารายิ้มให้กับข้อความนั้น เธอรู้ดีว่าพรุ่งนี้จะเป็นอีกวันที่เต็มไปด้วยความท้าทาย แต่การได้รับกำลังใจจากภาคินเช่นนี้ ก็ทำให้เธอมีแรงใจที่จะสู้ต่อไป วันรุ่งขึ้น พิมพ์นารามาถึงที่ทำงานด้วยความรู้สึกสดชื่นกว่าปกติ เธอรู้สึกว่าตัวเองมีเป้าหมายที่ชัดเจน และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง "อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณภาคิน" เธอทักทายเขาเมื่อเดินเข้าไปในห้องทำงาน ภาคินเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร "อรุณสวัสดิ์คุณพิมพ์ วันนี้ดูสดใสเป็นพิเศษนะ" พิมพ์นารายิ้ม "ก็คงจะดีขึ้นค่ะ เมื่อเราใกล้จะได้ความจริงแล้ว" ภาคินพยักหน้าเห็นด้วย "เรื่องเอกสารที่คุณเอามาให้เมื่อวาน ผมได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มันมีช่องโหว่จริงๆ" เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ผมเชื่อว่าคุณก้องภพเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้" "แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปคะ" พิมพ์นาราถาม "เราต้องหาหลักฐานมัดตัวเขาให้ได้" ภาคินกล่าว "ผมจะให้ทีมรักษาความปลอดภัยของเราแอบตรวจสอบการเข้าออกของเขาในช่วงเวลาทำงาน และให้คุณลองเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของเขาดู ถ้าเป็นไปได้" "เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของคุณก้องภพเหรอคะ" พิมพ์นาราถามเสียงสั่นเล็กน้อย "มันจะอันตรายเกินไปหรือเปล่าคะ" "ผมรู้ว่ามันเสี่ยง แต่เราไม่มีทางเลือกอื่น" ภาคินตอบ "ผมจะให้การสนับสนุนคุณอย่างเต็มที่ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ผมจะรับผิดชอบเอง" พิมพ์นารากลืนน้ำลายอึกใหญ่ เธอรู้ดีว่านี่คือจุดที่เธอต้องตัดสินใจ เธอจะก้าวต่อไปในเกมนี้ หรือจะถอยกลับไป แต่เมื่อนึกถึงภาพความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับบริษัท และความซื่อสัตย์ที่เธอต้องรักษา เธอก็ตัดสินใจได้ "ดิฉันจะทำค่ะ" เธอตอบเสียงหนักแน่น "เพื่อบริษัทของเรา" ภาคินมองเธอด้วยแววตาที่ซาบซึ้ง "ขอบคุณนะคุณพิมพ์ ผมเชื่อใจคุณ" คำพูดนั้น ทำให้หัวใจของพิมพ์นาราพองโต เธอรู้สึกดีใจที่ได้รับความไว้วางใจจากเขา และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วง

6,733 ตัวอักษร