ตอนที่ 19 — จุดนัดพบในตำนาน
"เราอยู่ที่ไหนกัน?" พิชิตถามเสียงแหบพร่า แอนชะงักเล็กน้อยขณะกวาดสายตามองไปรอบๆ ความมืดมิดที่โอบล้อมมีเพียงแสงจันทร์บางเบาที่ลอดผ่านกิ่งก้านของต้นไม้ยักษ์ที่ขึ้นอยู่หนาแน่น “ฉันไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ” เธอตอบ พยายามรวบรวมสติ “แต่ที่นี่ดูเหมือนจะเป็นป่าลึกที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองพอสมควร”
พิชิตพยักหน้าอย่างครุ่นคิด เบื้องหลังของเขายังคงเต็มไปด้วยภาพของป้อมที่ล้มลง เหล่าสหายที่จากไปอย่างไม่ทันตั้งตัว ความรู้สึกสูญเสียถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วงจนแทบจะกลืนกินลมหายใจของเขา “เราต้องรีบติดต่อกับคนของเรา” เขาพูดขึ้น “ก่อนที่แก๊งแสงอำพันจะรู้ว่าเราหนีมาได้”
“ค่ะ” แอนตอบรับ พลางล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทของเธอ “นี่ค่ะ โทรศัพท์ของป้อม ฉันเก็บมันมาด้วย” เธอส่งโทรศัพท์เครื่องหนึ่งให้พิชิต มันเป็นโทรศัพท์รุ่นเก่าที่ดูทนทาน หน้าจอมีรอยร้าวเล็กน้อย พิชิตรับมาอย่างระมัดระวัง นิ้วเรียวของเขากดเปิดเครื่อง การรอคอยหน้าจอที่ค่อยๆ สว่างขึ้นเหมือนยาวนานเป็นนิรันดร์
“แบตเตอรี่อ่อนมาก” พิชิตพึมพำ พลางมองดูเปอร์เซ็นต์ที่แสดงอยู่เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ “หวังว่าจะมีสัญญาณ” เขาพยายามหมุนหาเครือข่าย ท่ามกลางความมืดที่ค่อยๆ กลืนกินทุกสิ่ง “ไม่มีสัญญาณเลย” เขาถอนหายใจด้วยความผิดหวัง “แย่แล้ว”
แอนเดินเข้ามาใกล้ “ลองเครื่องของฉันดูไหมคะ” เธอเสนอ พลางหยิบโทรศัพท์ของตนเองออกมา “ฉันแน่ใจว่ามันมีแบตเตอรี่เหลืออยู่บ้าง”
พิชิตรับโทรศัพท์ของแอนมา เขากดเปิดมันอย่างรวดเร็ว โชคดีที่ยังมีสัญญาณหลงเหลืออยู่บ้าง “ดีมาก” เขากล่าว “ฉันจะลองติดต่อหาหน่วยข่าวกรองของเรา” เขาหมุนหมายเลขโทรศัพท์ที่คุ้นเคย เสียงรอสายดังขึ้นเรื่อยๆ หัวใจของเขาเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก
“ใครน่ะ?” เสียงทุ้มต่ำของอัศวินดังขึ้นทันทีที่สายถูกรับ “แก๊งแสงอำพันรึไง?”
“อัศวิน! ฉันพิชิตเอง” พิชิตรีบพูด “เราหนีออกมาได้แล้ว แต่เราต้องการความช่วยเหลือด่วน”
“พิชิต! แกอยู่ที่ไหน?” อัศวินถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความโล่งใจ “พวกเราตามหาแกอยู่”
“ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” พิชิตตอบ “เราอยู่ในป่าลึกทางตะวันตกเฉียงเหนือของฐานลับ น่าจะห่างออกมาหลายกิโลเมตร”
“พวกแกอยู่กับใครบ้าง?”
“มีฉันกับแอน” พิชิตตอบ “ส่วนป้อม… ป้อมเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องพวกเรา” น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเมื่อกล่าวถึงเพื่อนผู้ล่วงลับ
“อะไรนะ?” เสียงอัศวินเต็มไปด้วยความตกใจ “เป็นไปไม่ได้!”
“มันเกิดขึ้นแล้ว” พิชิตกล่าวด้วยความเจ็บปวด “เราต้องหาทางกลับไป รวมพลให้เร็วที่สุด”
“เข้าใจแล้ว” อัศวินกล่าวเสียงเครียด “พวกแกอยู่ที่นั่นก่อน อย่าเพิ่งไปไหน ฉันจะส่งทีมไปรับ”
“ขอบคุณมาก อัศวิน” พิชิตกล่าว “เราจะรอ”
หลังวางสายโทรศัพท์ พิชิตก็ส่งเครื่องนั้นคืนให้แอน “เราต้องหาที่หลบซ่อนที่ปลอดภัยก่อน” เขาพูด “จนกว่าทีมของอัศวินจะมาถึง”
“ค่ะ” แอนพยักหน้า “ฉันสังเกตเห็นโพรงไม้ใหญ่ตรงนั้น ดูเหมือนจะพอเข้าไปหลบได้” เธอชี้ไปยังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่ลำต้นมีลักษณะเป็นโพรงขนาดใหญ่พอที่จะซ่อนตัวได้สองคน
ทั้งสองเดินตรงไปยังโพรงไม้นั้นอย่างระมัดระวัง ความเงียบของป่ายามค่ำคืนถูกรบกวนเพียงเสียงลมหายใจของพวกเขาเอง และเสียงกิ่งไม้แห้งที่หักดังกรอบแกรบใต้ฝ่าเท้า พิชิตก้าวเข้าไปในโพรงก่อน ตามด้วยแอน พวกเขาขยับตัวเข้าไปจนสุดทาง มองออกไปนอกโพรง เห็นเพียงความมืดมิดที่ไร้ที่สิ้นสุด
“เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเขาจะมาถึงเมื่อไหร่?” แอนถาม
“อัศวินบอกว่าจะรีบส่งทีมมา” พิชิตตอบ “แต่เราก็ต้องเตรียมพร้อมเสมอ” เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ภายในโพรงไม้ “ที่นี่อาจไม่ปลอดภัยนานนัก”
“แล้วเราจะทำอย่างไรคะ?”
“เราต้องรอ” พิชิตตอบ “และถ้ามีอะไรผิดปกติ เราต้องพร้อมที่จะสู้” เขากระชับปืนที่ซ่อนอยู่ในเสื้อโค้ทอย่างแน่นหนา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ต้องทิ้งสหายไว้เบื้องหลังยังคงกัดกินใจเขา แต่เขารู้ดีว่าตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาชีวิตของตนเองและแอนไว้ เพื่อที่จะได้กลับไปสะสางบัญชีกับแก๊งแสงอำพัน
เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ความหนาวเย็นเริ่มกัดกินผิวหนังของพวกเขา พิชิตพยายามรวบรวมสมาธิ ปลุกเร้าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดให้ตื่นตัว เขาฟังเสียงรอบข้างอย่างตั้งใจ ทุกเสียงเล็กเสียงน้อยในป่าล้วนมีความหมาย อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
“ฉันได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง” แอนกระซิบ จ้องมองไปนอกโพรงด้วยสายตาที่ตื่นตัว
พิชิตเงี่ยหูฟังตาม เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่ไม่ใช่เสียงของสัตว์ป่า มันกำลังเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ “เตรียมตัว” เขากระซิบสั่ง
เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พลางมีเสียงพูดคุยแผ่วเบาแว่วมา “แน่ใจนะว่ามาทางนี้?” “ใช่ ข้อมูลบอกว่าพวกมันหนีมาทางนี้”
“พวกมันคือใคร?” แอนถาม
“น่าจะเป็นหน่วยลาดตระเวนของแก๊งแสงอำพัน” พิชิตตอบ “พวกมันคงตามรอยเรามา”
“เราจะทำยังไงคะ?”
“เราต้องสู้” พิชิตตอบอย่างเด็ดเดี่ยว “ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว”
ทันใดนั้น ร่างของชายสองคนก็ปรากฏขึ้นที่ปากโพรง พวกเขาสวมชุดสีดำสนิท ปิดบังใบหน้ามิดชิด มือข้างหนึ่งถือไฟฉายที่สาดแสงจ้าเข้ามา ทำให้พิชิตและแอนต้องหรี่ตาลง
“เจอตัวแล้ว!” หนึ่งในนั้นตะโกน
พิชิตไม่รอช้า เขาผลักแอนให้หลบไปด้านหลัง ก่อนจะพุ่งตัวออกไปพร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของเขาพุ่งเข้าปะทะกับชายคนแรกอย่างรวดเร็ว เสียงต่อสู้ดังขึ้นท่ามกลางความมืด แอนพยายามหาจังหวะยิงสวนกลับไป แต่มันยากลำบากเหลือเกินในสภาพแวดล้อมที่จำกัดเช่นนี้
แสงไฟฉายสาดไปมา ทำให้การมองเห็นยิ่งแย่ลง พิชิตใช้ความคล่องแคล่วและความชำนาญในการต่อสู้ระยะประชิด เขาหลบหลีกการโจมตีและสวนกลับอย่างฉับพลัน เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้งตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนของหนึ่งในนักฆ่า
“ไป! ออกไปก่อน!” พิชิตตะโกนบอกแอน ขณะที่เขากำลังต่อสู้อย่างดุเดือดกับนักฆ่าอีกคน
แอนลังเลเพียงครู่เดียว ก่อนจะตัดสินใจวิ่งออกจากโพรงไม้ไป เธอวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตท่ามกลางความมืดมิดของป่า หวังเพียงว่าจะมีใครบางคนรอรับเธออยู่
4,678 ตัวอักษร