ตอนที่ 10 — แผนลวงใต้เงาอำพราง
“...ฝากข่าวมาให้ผม” สิงห์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ดวงตาจับจ้องไปที่อาทิตย์อย่างไม่วางตา
อาทิตย์ยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบช้าๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ท่านพยัคฆ์คำรามแก่นั่นน่ะเหรอ? ไม่ค่อยเห็นเขาฝากข่าวมาให้ใครเท่าไหร่ ยิ่งมาถึงมือเจ้าด้วยนี่ น่าสนใจ”
“ท่านบอกว่า... การประชุมใหญ่ของสมาพันธ์มาเฟียทั่วเอเชียกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า ที่โรงแรมแกรนด์โอเรียนเต็ล” สิงห์รายงานต่อ น้ำเสียงยังคงหนักแน่น ทว่าแฝงไว้ด้วยความกังวลบางเบาที่คนใกล้ชิดจะสัมผัสได้
อาทิตย์วางแก้วลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา เสียงกระทบเบาๆ ดังขึ้นในความเงียบ “การประชุมใหญ่? ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่หรอก สมัยนี้อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน สมาพันธ์ฯ คงอยากจะรวบรวมพลกันหน่อย” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง พลางใช้นิ้วเคาะเบาๆ บนแก้ว “แล้ว ท่านพยัคฆ์คำรามมีอะไรฝากมาอีกบ้าง? หรือแค่บอกให้ข้าไปร่วมงานฉลองอำนาจเท่านั้น?”
“ท่านบอกว่า... ท่านมังกรดำจะไปที่นั่น” สิงห์กล่าว เขาตัดสินใจที่จะไม่ปิดบังข้อมูลใดๆ อีกต่อไป “และท่านพยัคฆ์คำรามอยากให้ท่านไป… เพื่อ ‘เจรจา’ บางอย่าง”
อาทิตย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นเยียบ “เจรจา? กับไอ้มังกรดำนั่นน่ะเหรอ? เขาคงอยากจะมาขอส่วนแบ่งจากสังเวียนเลือดสีแดงของข้ามากกว่า”
“ท่านพยัคฆ์คำรามไม่ได้ระบุรายละเอียด แต่ท่านย้ำว่า... เป็นโอกาสสำคัญ” สิงห์เอ่ย น้ำเสียงของเขาแผ่วลงเล็กน้อย “ท่านบอกว่า... ถ้าท่านอาทิตย์ไม่ไป อาจจะเสียใจ”
อาทิตย์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาของเขาฉายแววครุ่นคิด “เสียใจงั้นเหรอ? ช่างเป็นคำขู่ที่น่าสนใจเสียจริง” เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดรายชื่อติดต่อ แล้วเลื่อนนิ้วไปที่ชื่อใดชื่อหนึ่ง “สิงห์ บอกท่านพยัคฆ์คำรามไปว่า ข้าจะไปงานของเขา แล้วก็… เตรียมคนของข้าให้พร้อมสามวันข้างหน้า”
“ครับ ท่าน” สิงห์รับคำ ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้อาทิตย์อยู่กับความคิดของตนเองในความมืดมิดของบาร์ใต้ดินแห่งนี้
“มังกรดำ… พยัคฆ์คำราม… สมาพันธ์ฯ… พวกแกกำลังเล่นเกมอะไรกันอยู่” อาอทิตย์พึมพำกับตัวเอง เขาหยิบแก้ววิสกี้ขึ้นมาดื่มจนหมด แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รอยยิ้มที่ดูอันตรายปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง “แต่ไม่ว่าจะเป็นเกมอะไร… ข้าก็จะเข้าไปเล่นด้วย”
ในเวลาเดียวกัน ณ ห้องทำงานอันหรูหราของ ‘มังกรดำ’ บรรยากาศยังคงตึงเครียด แม้ว่าสิงห์จะจากไปแล้วก็ตาม
“ท่านแน่ใจนะว่า ‘สิงห์’ จะทำตามที่เราตกลง?” มังกรดำถาม น้ำเสียงยังคงเจือความเหนื่อยล้า
“แน่นอน ท่านมังกรดำ” พยัคฆ์คำรามตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ “สิงห์เป็นคนที่ภักดีต่อเราเสมอมา เขาเข้าใจสถานการณ์ดี ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่”
“ข้าเพียงแต่… เป็นห่วง” มังกรดำกล่าว เขาถอนหายใจยาว “สังเวียนเลือดสีแดงเป็นฐานอำนาจที่แข็งแกร่งของอาทิตย์ การที่จะโค่นเขาลงไม่ใช่เรื่องง่าย และข้าก็ไม่อยากเสียกำลังพลไปโดยเปล่าประโยชน์”
“ข้าเข้าใจท่านดี” พยัคฆ์คำรามกล่าว “แต่บางครั้ง การเสี่ยงก็เป็นสิ่งจำเป็น การประชุมใหญ่ครั้งนี้คือโอกาสที่ดีที่สุดของเรา หากเราสามารถดึงอาทิตย์เข้ามาอยู่ในวงเจรจาได้สำเร็จ เราก็จะมีอำนาจต่อรองมากขึ้นในการกำหนดทิศทางของสมาพันธ์ฯ ต่อไป”
“แล้วแผนที่เราจะใช้… มันได้ผลแน่หรือ?” มังกรดำถามอย่างไม่แน่ใจ
“มันต้องได้ผล” พยัคฆ์คำรามยืนยัน “เราได้วางหมากไว้หลายชั้นแล้ว ทั้งในส่วนของสมาพันธ์ฯ และการแทรกซึมเข้าไปในองค์กรของอาทิตย์เอง การที่อาทิตย์จะเชื่อใจเราอีกครั้งหลังจากเหตุการณ์ครั้งล่าสุด มันอาจจะยาก แต่การที่เขาต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่ใหญ่กว่า… เขาจะเลือกทางที่ปลอดภัยที่สุด”
“หวังว่าจะเป็นอย่างที่ท่านว่านะ” มังกรดำกล่าว เสียงของเขายังคงแฝงไว้ด้วยความกังวล
“ไม่ต้องห่วง” พยัคฆ์คำรามยิ้ม “ทุกอย่างจะเป็นไปตามแผน”
ขณะที่มังกรดำและพยัคฆ์คำรามกำลังวางแผนลับหลังอาทิตย์ ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งกำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย
‘เสือ’ ชายหนุ่มผู้ภักดีต่อแก๊งเงาทมิฬมายาวนาน กำลังนั่งอยู่ในห้องที่มืดสลัวแห่งหนึ่ง เขาถูกขังอยู่ที่นี่นานหลายวันแล้ว ร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและบาดแผล
“ปล่อยข้าออกไป!” เสือตะโกน เสียงของเขาแหบแห้ง “พวกแกทำแบบนี้กับข้าไม่ได้!”
ชายร่างใหญ่สองคนยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูห้องขัง พวกเขาไม่พูดอะไร เพียงแต่มองเสือด้วยสายตาที่ว่างเปล่า
“ข้าจะบอกหัวหน้าของข้า… พวกแกจะต้องชดใช้!” เสือขู่ พยายามลุกขึ้นยืน แต่ร่างกายก็อ่อนแรงเกินไป
“อย่าเสียแรงเลย เจ้าหนู” ชายร่างใหญ่คนหนึ่งพูดขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงเย้ยหยัน “หัวหน้าของเจ้า… ตอนนี้เขากำลังวุ่นวายกับการรักษาตัวอยู่ล่ะมั้ง? หรือไม่ก็… กำลังวางแผนที่จะทิ้งเจ้าไปแล้วก็ได้”
“เหลวไหล!” เสือสวนกลับทันควัน “หัวหน้าของข้าไม่ทำแบบนั้นเด็ดขาด!”
“จริงหรือ?” ชายร่างใหญ่อีกคนหัวเราะ “แล้วเจ้าแน่ใจได้ยังไง? เจ้าเห็นกับตาตัวเองหรือเปล่าว่าเขาเป็นห่วงเจ้า? หรือเจ้าแค่เชื่อคำพูดของคนอื่นไปเรื่อย? พวกมาเฟียก็เป็นแบบนี้แหละ… ผลประโยชน์มาก่อนเสมอ”
คำพูดของชายร่างใหญ่เหมือนมีดที่กรีดลึกลงไปในใจของเสือ เขานึกถึงคำพูดของ ‘กวาง’ เพื่อนสนิทของเขาที่เคยเตือนเรื่องความไม่แน่นอนของโลกมาเฟีย คำพูดของ ‘มังกรดำ’ ที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปหลังจากเหตุการณ์ครั้งล่าสุด
“พวกแก… ปล่อยข้าไปเดี๋ยวนี้!” เสือพยายามตะโกนอีกครั้ง แต่เสียงของเขาก็แผ่วเบาลงเรื่อยๆ ความหวังเริ่มเลือนราง
“พวกเราจะปล่อยเจ้าไป… ก็ต่อเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม” ชายร่างใหญ่กล่าว “และเวลาที่เหมาะสมนั้น… ก็คือตอนที่แผนการของพวกเราสำเร็จสมบูรณ์”
“แผนการอะไร?” เสือถามอย่างร้อนรน
“แผนการที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง… แผนการที่จะทำให้พวกเรา… กลายเป็นผู้ที่อยู่เหนือสุด” ชายร่างใหญ่กล่าว ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความทะเยอทะยาน
เสือสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาเริ่มตระหนักว่าตัวเองอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่าที่คิด เขาอาจจะถูกหักหลัง ถูกใช้เป็นเครื่องมือ หรือถูกกำจัดทิ้งไปเมื่อหมดประโยชน์
“ข้า… ข้าไม่เชื่อพวกแก” เสือกล่าวอย่างอ่อนแรง “ข้าจะรอหัวหน้าของข้า… เขาจะต้องมาช่วยข้าแน่”
“รอดูแล้วกัน” ชายร่างใหญ่ยักไหล่ “แต่ระหว่างนี้… เจ้าก็พักผ่อนไปก่อนนะ”
ทั้งสองคนเดินออกจากห้องขัง ปล่อยให้เสืออยู่กับความมืด ความเจ็บปวด และความไม่แน่นอนของอนาคต ภาพใบหน้าของ ‘มังกรดำ’ เพื่อนรักที่เคยให้คำมั่นสัญญาผุดขึ้นมาในหัวของเขา
“ท่าน… ท่านจะทิ้งผมไปจริงหรือ?” เสือพึมพำกับตัวเอง น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินลงมาบนแก้มที่ช้ำชอก
5,057 ตัวอักษร