ตอนที่ 1 — สายฝนพยัคฆ์พิรุณหลั่งริน
ราตรีแห่งเมืองกรุงเทพฯ ปกคลุมไปด้วยม่านหมอกหนาทึบ ไอเย็นจากสายฝนที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสายยิ่งเพิ่มความอึมครึมให้กับบรรยากาศ ยิ่งกว่านั้น คือกลิ่นอายแห่งอำนาจและความตายที่คละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นดินและฝน ท่ามกลางความมืดมิดของตรอกแคบๆ ใจกลางย่านเยาวราช แสงไฟนีออนสีแดงฉานจากป้ายร้านบาร์ลับแห่งหนึ่ง ส่องลอดออกมาเป็นลำแสงกระสุกกระสน ราวกับดวงตาของสัตว์ร้ายที่จ้องมองหาเหยื่อ
ภายในบาร์ที่ถูกขนานนามว่า "พิรุณราตรี" บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด ชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่หลายสิบคน สวมชุดสูทสีดำสนิท ยืนกระจายกำลังอยู่ทั่วบริเวณ โต๊ะกลางห้องที่เคยเป็นเวทีสำหรับนักร้องสาวสวยในยามปกติ บัดนี้กลายเป็นแท่นสำหรับผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งสงบนิ่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมสีแดงเข้ม ใบหน้าคมเข้มของเขาซ่อนอยู่ภายใต้เงาของหมวกปีกกว้าง แต่ดวงตาสีดำสนิทที่สะท้อนแสงไฟเรืองรองกลับฉายแววอำมหิตที่ยากจะประเมิน
เขาคือ "พยัคฆ์" ผู้สืบทอดอำนาจแห่งแก๊ง "รอยตราพยัคฆ์" แก๊งมาเฟียเก่าแก่ที่หยั่งรากลึกในอาณาจักรใต้ดินของกรุงเทพฯ มานานนับศตวรรษ อำนาจของเขาเปรียบประดุจพยัคฆ์เจ้าป่า ที่คอยข่มขู่สรรพสัตว์อื่นให้อยู่ใต้อาณัติ
"ท่านพยัคฆ์" ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำอีกคนเอ่ยขึ้น เขาคือ "กาจ" มือขวาคนสนิทของพยัคฆ์ มีใบหน้ากร้านโลกและแผลเป็นที่หางคิ้วซ้ายที่ทำให้ดูน่าเกรงขาม เขาเดินเข้ามาใกล้เจ้านายด้วยท่าทีนอบน้อม
พยัคฆ์ไม่ได้ละสายตาไปจากหยดน้ำฝนที่เกาะพราวบนกระจกบานใหญ่ เขายกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า "ว่ามา กาจ" เสียงทุ้มต่ำของเขาแฝงไว้ด้วยความเหนื่อยหน่าย ท่ามกลางความวุ่นวายที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน
"พวก 'โลหิตพิรุณ' เริ่มเคลื่อนไหวแล้วครับท่าน" กาจรายงาน "พวกเขาบุกเข้ายึดโกดังเก็บสินค้าของเราที่ท่าเรือคลองเตยเมื่อชั่วโมงที่แล้ว ลูกน้องเราเสียท่าไปหลายคน"
ทันทีที่ได้ยิน พยัคฆ์ก็บีบแก้วบรั่นดีในมือแน่นจนเกิดเสียงกรอบแกรบ เขาหันมาเผชิญหน้ากับกาจเต็มตา ดวงตาคมกริบฉายแววเดือดดาล "ไอ้พวกหน้าโง่! คิดว่ากล้าดีแค่ไหนที่มาท้าทายอำนาจของ 'รอยตราพยัคฆ์' ตั้งแต่สมัยพ่อของข้า พวกมันก็เป็นแค่หนูสกปรกที่คอยแทะเล็มเศษอาหารใต้โต๊ะ"
"หัวหน้าแก๊งใหม่ของมัน 'เมฆ' ดูท่าทางจะทะเยอทะยานไม่น้อยครับท่าน เขาอ้างว่าต้องการจะ 'ปลดปล่อย' เมืองนี้จากพวกเรา" กาจกล่าวเสริม
พยัคฆ์หัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน "ปลดปล่อย? หรือว่าอยากจะเหยียบย่ำคนอื่นให้จมดินเหมือนที่มันเคยถูกเหยียบย่ำมาตลอดชีวิต? เรื่องตลกเสียจริง" เขาเท้าคางลงบนหลังมือ "แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ? 'พิรุณ' มาถึงที่นี่แล้วหรือยัง?"
กาจลังเลเล็กน้อย "ยังครับท่าน แต่มีข่าวว่าเธอจะเดินทางมาพร้อมกับสัมภาระสำคัญในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า"
"ดี" พยัคฆ์ยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา "ข้าจะรอต้อนรับเธอด้วยตัวเอง"
"ท่านแน่ใจนะครับว่าจะทำแบบนั้น? การปรากฏตัวของเธออาจจะทำให้สถานการณ์ยิ่งบานปลาย" กาจเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
"กาจ" พยัคฆ์ตวัดสายตาไปมอง "เจ้าคิดว่าข้ากลัวอะไร? ข้าไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้นในชีวิตนี้ นอกจากความพ่ายแพ้" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้ชุดสูทสีดำดูน่าเกรงขามยิ่งนัก "ไปเตรียมรถ ข้าจะไป 'ต้อนรับ' เมฆและพวกมันที่โกดัง"
"แต่ท่าน..."
"ไม่ต้องแต่" พยัคฆ์ขัดขึ้น "ทำตามคำสั่ง"
กาจเห็นแววตาของเจ้านายที่แน่วแน่ก็รู้ว่าไม่อาจเปลี่ยนแปลงความคิดได้ เขาโค้งศีรษะเล็กน้อย "ครับท่าน"
พยัคฆ์ก้าวเดินออกจากบาร์ไป ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำไม่หยุดราวกับจะประกาศถึงสงครามครั้งใหญ่ที่กำลังจะอุบัติขึ้นในเมืองกรุงเทพฯ สงครามที่ชื่อว่า "โลหิตพิรุณ รอยตราพยัคฆ์"
---
2,863 ตัวอักษร