โลหิตพิรุณ รอยตราพยัคฆ์

ตอนที่ 12 / 50

ตอนที่ 12 — ม่านเลือดปิดฉากตำนาน

รุ่งเช้าวันต่อมา อากาศรอบกายคฤหาสน์กลับมาอึมครึมอีกครั้ง พิรุณตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งที่เกาะกุมหัวใจ เธอรู้ดีว่าคืนที่ผ่านมา พยัคฆ์คงจะไม่ได้นอนอย่างแน่นอน ใบหน้าของเขาที่ปรากฏในยามเช้าสะท้อนความเหนื่อยล้าและกร่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด “คุณคะ” พิรุณเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเขา พยัคฆ์หันมามองเธอ ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ “อรุณสวัสดิ์” เขาตอบ “คุณ... ไม่ได้นอนอีกแล้วใช่ไหมคะ” พิรุณถามอย่างกังวล “นิดหน่อย” พยัคฆ์ตอบ “มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย” “เรื่อง... เรื่องเมื่อคืนใช่ไหมคะ” พิรุณไม่สามารถระงับความอยากรู้อยากเห็นและความเป็นห่วงไว้ได้ พยัคฆ์พยักหน้าช้าๆ “มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วพิรุณ” “แต่คุณบอกว่าคุณจะปกป้องฉัน” พิรุณเสียงสั่น “คุณบอกว่าจะไม่มีใครทำร้ายเราได้” “ฉันจะปกป้องเธอ” พยัคฆ์ยืนยัน “แต่บางครั้ง... การปกป้องที่ดีที่สุด คือการยอมแลกบางอย่าง” “คุณกำลังจะทำอะไรคะ” พิรุณถาม พยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเอง “ฉันกำลังจะไปปิดฉากเรื่องทั้งหมด” พยัคฆ์ตอบ “ไปจัดการกับคนพวกนั้นให้เด็ดขาด” “คนพวกนั้น?” พิรุณทวนคำ “คุณหมายถึง... คนที่คุณไปเจอเมื่อคืน?” “ใช่” พยัคฆ์ตอบ “และรวมถึง... คนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด” “แต่... ถ้าคุณไป... แล้วใครจะดูแลฉันคะ” พิรุณถามอย่างหวาดหวั่น พยัคฆ์เดินเข้ามาหาเธอ วางมือบนแก้มของเธออย่างแผ่วเบา “ไม่ต้องห่วง” เขาพูด “ฉันได้เตรียมการทุกอย่างไว้แล้ว” “เตรียมการอะไรคะ” “ฉันได้มอบอำนาจทั้งหมดให้กับรองหัวหน้าของเรา” พยัคฆ์อธิบาย “เขาจะดูแลแก๊งแทนฉันในช่วงที่ฉันไม่อยู่” “แล้วคุณจะไปไหนคะ” “ไป... สู่ที่ที่ต้องไป” พยัคฆ์ตอบ “ไป... จบตำนานนี้” พิรุณรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะถล่มลงมาตรงหน้า เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องไปเผชิญหน้ากับอันตรายเพียงลำพัง “ฉันไปด้วยนะคะ” พิรุณกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “ไม่ได้” พยัคฆ์ปฏิเสธทันที “เธอต้องอยู่ที่นี่ ปลอดภัย” “แต่ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว” พิรุณร้องไห้ “ฉันกลัว” “ฉันรู้” พยัคฆ์กอดเธอไว้แน่น “แต่เธอต้องเข้มแข็งนะพิรุณ” “ฉันจะรอคุณนะคะ” พิรุณกระซิบ “ไม่” พยัคฆ์ตอบเสียงแผ่วเบา “ไม่ต้องรอ” คำพูดของเขาทำให้พิรุณยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ “หมายความว่ายังไงคะ” พยัคฆ์ผละออกจากเธอ เขาเดินไปหยิบเสื้อคลุมตัวหนึ่งที่แขวนอยู่บนเก้าอี้ “จำไว้ว่า... ฉันรักเธอ” เขาพูด พลางสบตาเธอเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่พิรุณจะได้เอ่ยอะไรออกไป พยัคฆ์ก็เดินออกจากห้องอาหารไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เธออยู่เพียงลำพัง กับความรู้สึกว่างเปล่าที่เข้ามาแทนที่ เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า พิรุณนั่งรออยู่ที่คฤหาสน์ เธอพยายามติดต่อพยัคฆ์ แต่ก็ไม่เคยมีสัญญาณตอบรับใดๆ กลับมา วันแล้ววันเล่าที่ผ่านไปโดยปราศจากข่าวคราวจากเขา จนกระทั่งในที่สุด ข่าวร้ายก็มาถึง มีคนจากแก๊งรอยตราพยัคฆ์มาแจ้งข่าวให้เธอทราบ ด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยและเต็มไปด้วยความเคารพ “ท่านพยัคฆ์... ได้จากไปแล้วครับ” พิรุณแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เธอทรุดตัวลงไปกองกับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้มไม่หยุด “เขา... เขาเสียชีวิตในการปะทะครั้งสุดท้าย” ชายคนนั้นเล่าต่อ “เขาต่อสู้จนนาทีสุดท้าย เพื่อปกป้องเราทุกคน... และเพื่อปกป้องคุณ” พิรุณแทบจะขาดใจตาย เธอไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวจะลงเอยเช่นนี้ ความขัดแย้งระหว่างแก๊งโลหิตพิรุณและรอยตราพยัคฆ์ได้นำมาซึ่งโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ พยัคฆ์ ผู้นำที่แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว ได้เสียสละชีวิตของตนเองเพื่อยุติสงครามอันนองเลือดนี้ แก๊งรอยตราพยัคฆ์ภายใต้การนำของรองหัวหน้า ได้พยายามรักษาอำนาจและผลประโยชน์ของแก๊งไว้ ท่ามกลางความโกลาหลและข่าวลือต่างๆ นานา ส่วนพิรุณ เธอต้องอยู่กับความทรงจำของพยัคฆ์ตลอดไป ความรักที่เคยสดใส บัดนี้ได้กลายเป็นเพียงรอยแผลเป็นที่ฝังลึกในหัวใจ เธอรู้ดีว่า สงครามครั้งนี้ได้พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเธอ และได้ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความเจ็บปวดที่ไม่มีวันจางหาย ม่านเลือดได้ปิดฉากตำนานของพยัคฆ์ลงอย่างถาวร ทิ้งไว้เพียงเรื่องเล่าขานถึงผู้นำที่กล้าหาญและเสียสละ และความรักที่ต้องจบลงด้วยโศกนาฏกรรมอันแสนเศร้า

3,255 ตัวอักษร