ตอนที่ 7 — รอยร้าวในความสัมพันธ์
"เก... เจ็บ" พิรุณเอ่ยเสียงแผ่วเบา พยายามขยับตัว แต่กลับรู้สึกเจ็บแปลบไปทั่วร่างกายที่ยังอ่อนล้า
"อย่าเพิ่งขยับมากนะ หมอบอกว่าเธอเสียเลือดมาก แล้วก็มีรอยฟกช้ำอีกหลายแห่ง" พยัคฆ์ตอบพลางประคองร่างของเธออย่างเบามือ น้ำเสียงของเขายังคงมีความกังวลแฝงอยู่
"ที่นี่ที่ไหนคะ" พิรุณถาม พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่เลือนรางในความทรงจำ
"ที่โรงพยาบาลของพวกเราไง ปลอดภัยที่สุดแล้ว" พยัคฆ์ตอบ ดวงตาคมมองสำรวจใบหน้าซีดเซียวของเธออย่างไม่วางตา "เธอจำอะไรได้บ้างไหม"
พิรุณหลับตาลงอีกครั้ง พยายามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ภาพใบหน้าของคนร้ายที่บุกเข้ามา ภาพเสียงปืนที่ดังสนั่น ภาพความเจ็บปวดที่แล่นปราดเข้ามาในร่างกาย "จำได้... นิดหน่อย" เธอตอบเสียงสั่น "พวกเขา... พยายามจะทำร้ายฉัน"
"ฉันรู้ เธอปลอดภัยแล้วนะ" พยัคฆ์กระชับมือที่กุมอยู่ให้แน่นขึ้น "ไม่มีใครทำอะไรเธอได้อีกแล้ว"
"แล้ว... คนที่ทำร้ายฉันล่ะคะ" พิรุณถามอย่างกระวนกระวาย
"ถูกจัดการไปแล้ว" พยัคฆ์ตอบสั้นๆ ไม่ต้องการให้เธอต้องกังวลเรื่องอื่นอีก "ตอนนี้เธอแค่ต้องพักผ่อนให้เต็มที่ เดี๋ยวหมอจะเข้ามาตรวจดูอาการอีกที"
เขาผละมือออกเล็กน้อย เพื่อให้เธอได้ขยับตัวอย่างสบายขึ้น แต่ก็ยังคงยืนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง พิรุณพยักหน้ารับช้าๆ ความรู้สึกปลอดภัยค่อยๆ คืบคลานเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัวที่ยังค้างคา
"ขอบคุณค่ะ" เธอเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
"ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก" พยัคฆ์ยิ้มบางๆ "ฉันทำในสิ่งที่สมควรทำ"
บทสนทนาของทั้งสองถูกขัดจังหวะด้วยเสียงประตูที่เปิดออก แพทย์หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มประวัติในมือ
"สวัสดีค่ะ คุณพิรุณ อาการดีขึ้นมากแล้วนะคะ" แพทย์หญิงกล่าวพลางตรวจวัดสัญญาณชีพของเธอ "เมื่อคืนเสียเลือดเยอะ แต่ร่างกายตอบสนองต่อการรักษาได้ดีค่ะ"
"ขอบคุณค่ะคุณหมอ" พิรุณตอบ
"พักผ่อนให้เยอะๆ นะคะ อีกสองสามวันก็น่าจะกลับบ้านได้แล้ว" แพทย์หญิงกล่าวเสริม "คุณพยัคฆ์คะ สั่งอาหารให้เธอแล้วนะคะ เดี๋ยวจะให้พยาบาลนำมาให้"
"ครับ ขอบคุณมากครับคุณหมอ" พยัคฆ์กล่าว
เมื่อแพทย์หญิงเดินออกไป บรรยากาศในห้องก็กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง พิรุณมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงแดดอ่อนๆ ที่เริ่มสาดส่องเข้ามา "ฉันรู้สึกเหมือนฝันไปเลยค่ะ" เธอพึมพำ
"มันไม่ใช่ความฝันหรอก" พยัคฆ์ตอบ "มันคือความจริงที่เราต้องเผชิญ"
"แล้ว... เรื่องที่เกิดขึ้น มันเกี่ยวกับ... เขาหรือเปล่าคะ" พิรุณถามอย่างลังเล
พยัคฆ์นิ่งไปครู่หนึ่ง สีหน้าของเขาดูเคร่งขรึมขึ้น "อาจจะ... แต่ตอนนี้ยังบอกอะไรมากไม่ได้" เขาเลือกที่จะตอบเลี่ยงๆ "สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือเธอ"
"แต่ถ้ามันเกี่ยวกับเขาจริงๆ..." พิรุณพูดต่อ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล "หมายความว่า... สงครามมันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นใช่ไหมคะ"
"สงครามมันก็เป็นแบบนี้แหละ" พยัคฆ์ถอนหายใจ "มีขึ้นมีลง ไม่มีใครอยากให้มันเกิด แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เราก็ต้องเดินหน้าต่อไป"
"แต่ฉัน... ฉันไม่อยากให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะฉัน" พิรุณกล่าว
"เธอไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน" พยัคฆ์รีบแย้ง "นี่คือการต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งที่พวกเราเชื่อมั่น"
"แต่การต่อสู้... มันต้องมีผู้สูญเสีย" พิรุณพูด พยายามจะสื่อสารความรู้สึกของเธอให้เขาเข้าใจ "ฉันไม่อยากให้ความสูญเสียมันเกิดขึ้นอีก"
พยัคฆ์มองเข้าไปในดวงตาของเธอ เห็นความเศร้าและความเหนื่อยล้าที่ฉายชัด "ฉันเข้าใจ" เขาตอบ "แต่บางครั้ง... เพื่อที่จะได้ในสิ่งที่ต้องการ เราก็ต้องยอมแลก"
"แลกด้วยอะไรคะ" พิรุณถามเสียงเบา
"ด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง" พยัคฆ์ตอบ ดวงตาของเขาสะท้อนความมุ่งมั่นที่แรงกล้า "รวมถึงชีวิตของเราเองด้วย"
พิรุณมองเขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความรัก ความเป็นห่วง และความไม่เข้าใจในบางครั้ง เส้นทางที่พวกเขาเดินมานั้นเต็มไปด้วยอันตรายและความสูญเสียเสมอ และเธอก็ไม่อยากเห็นมันเกิดขึ้นอีก
"คุณพยัคฆ์คะ" เธอเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ฉัน... ฉันขอให้คุณสัญญาได้ไหม"
"สัญญาอะไร"
"สัญญาว่า... คุณจะไม่ทำอะไรที่มันเสี่ยงอันตรายเกินไป" พิรุณเอ่ย "สัญญาว่าจะระมัดระวังตัวเองให้มากๆ"
พยัคฆ์ยิ้มบางๆ "ฉันจะพยายาม" เขาตอบ "แต่เธอเองก็ต้องเข้มแข็งนะ"
"ค่ะ" พิรุณตอบรับ เธอรู้ดีว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เธอจะพยายาม
ไม่นานนัก พยาบาลก็เข็นรถอาหารเข้ามา พิรุณเริ่มรับประทานอาหารอย่างช้าๆ พลางมองพยัคฆ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา และเริ่มคุยโทรศัพท์ด้วยเสียงที่เบาลง
"ครับ... เรื่องที่ยิงเข้ามาเมื่อคืน... มีใครได้รับบาดเจ็บไหม" เขาถาม "แล้ว... ของเราล่ะ... มีใครเป็นอะไรมากไหม"
พิรุณเหลือบมองเขาเป็นระยะๆ เธอได้ยินชื่อบางชื่อที่คุ้นหู เป็นชื่อของลูกน้องคนสนิทของพยัคฆ์ ใบหน้าของเขาฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
"ดีแล้ว... ที่เหลือจัดการต่อให้เร็วที่สุด" เขาพูดจบก็วางสาย "มีเรื่องต้องสะสางนิดหน่อย" เขาหันมาบอกพิรุณ
"มีอะไรรึเปล่าคะ" เธอถาม
"เล็กน้อย" พยัคฆ์ตอบ "แค่พวกที่คิดจะก่อกวนน่ะ"
"ฉัน... ฉันควรจะอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหนคะ" พิรุณถาม
"หมอว่าอีกสักสองสามวัน" พยัคฆ์ตอบ "แต่ถ้าเธออยากจะพักที่นี่ให้นานกว่านั้นก็ได้นะ ฉันจัดการให้ได้ทุกอย่าง"
"ไม่ค่ะ" พิรุณส่ายหน้า "ฉันอยากกลับบ้านเร็วที่สุด"
"ได้" พยัคฆ์ตอบรับอย่างง่ายดาย "ฉันจะจัดการให้"
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นการโทรคุยกับใครบางคนด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิม พิรุณพยายามจะฟัง แต่ก็จับใจความได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เธอรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มสูงขึ้นภายในห้อง แต่ก็พยายามจะไม่สนใจมากนัก
"ฉันจะกลับไปดูเรื่องของแกเอง" พยัคฆ์พูดเสียงเข้ม "แกไม่ต้องห่วง"
พิรุณมองเขาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอรักผู้ชายคนนี้ แต่บางครั้งการตัดสินใจและความเด็ดขาดของเขาก็ทำให้เธอรู้สึกหวาดหวั่น การที่เขาต้องรับภาระหนักอึ้งไว้เพียงลำพังแบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
"คุณพยัคฆ์คะ" เธอเอ่ยเรียก
"ว่าไง" เขาหันมามอง
"ทานอะไรหรือยังคะ"
"ยังเลย" เขาตอบ "เดี๋ยวค่อยทาน"
"ให้ฉันออกไปซื้อให้ไหมคะ" พิรุณเสนอ "ถ้าฉันพอจะขยับตัวได้"
"ไม่ต้องหรอก" พยัคฆ์รีบปฏิเสธ "เดี๋ยวฉันให้คนเอามาให้"
"แต่ฉันอยากเป็นคนดูแลคุณบ้าง" พิรุณกล่าว "คุณเหนื่อยมาทั้งคืนแล้ว"
พยัคฆ์มองเธอด้วยแววตาที่อ่อนลง "ขอบคุณนะ" เขาตอบ "แต่เธอไม่ต้องคิดมากนะ"
บทสนทนาของทั้งคู่เป็นไปอย่างเรียบง่าย แต่ในความเรียบง่ายนั้นกลับแฝงไปด้วยความห่วงใยและความเข้าใจที่มีให้กัน แม้ว่าโลกภายนอกจะเต็มไปด้วยความขัดแย้งและความรุนแรง แต่ภายในห้องพักฟื้นแห่งนี้ กลับอบอุ่นไปด้วยความรู้สึกที่หล่อเลี้ยงหัวใจของทั้งสองคน
5,142 ตัวอักษร