ตอนที่ 31 — เครือข่ายลับในยามวิกฤต
"แล้วเราจะทำอะไรได้อีก" หลี่ เฉิน ทอดเสียงถาม ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงแววเหนื่อยล้าหลังจากที่ผ่านค่ำคืนอันยาวนานของการสืบเสาะข้อมูล เขาเหลือบมองไปยังแพรวที่กำลังจิบกาแฟยามเช้าอย่างใจเย็น ราวกับว่าสถานการณ์ตึงเครียดที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่นั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย
แพรววางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจกใส แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องเข้ามาแต่งแต้มห้องสวีทหรูให้ดูสว่างไสวขึ้น "อย่างน้อยตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด" น้ำเสียงของเธอหนักแน่น แต่แฝงไว้ด้วยความระมัดระวัง "อเล็กซ์ไม่ได้โกหกเรา"
"นั่นคือสิ่งที่ดี" หลี่ เฉิน พยักหน้าเห็นด้วย "แต่การรู้ว่าใครคือศัตรู มันไม่ได้ทำให้เราปลอดภัยขึ้นเลย โดยเฉพาะเมื่อศัตรูคนนั้นคือคนที่เคยอยู่ใกล้ชิดกับเรามาตลอด" เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก นึกถึงใบหน้าของคนที่เขาเคยไว้ใจ มาวันนี้กลับกลายเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังทุกอย่าง
"ฉันรู้" แพรวตอบรับ "แต่เรามีข้อมูล เรามีหลักฐานที่สามารถเปิดโปงแผนการของอเล็กซ์ได้ ถ้าเราสามารถนำมันออกไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัย" ดวงตาของเธอฉายแววแห่งความมุ่งมั่น "แต่ปัญหาก็คือ เราจะส่งมันไปให้ใคร? ใครกันที่จะเชื่อเรา และใครกันที่จะสามารถช่วยเราได้ในสถานการณ์แบบนี้"
"นั่นคือคำถามสำคัญ" หลี่ เฉิน ถอนหายใจ "เราไม่สามารถไว้ใจใครในแวดวงนี้ได้อีกแล้ว แม้กระทั่งคนที่อเล็กซ์แนะนำมา พวกเขาก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของเขา"
"ใช่" แพรวเห็นด้วย "เราต้องหาทางติดต่อคนจากภายนอก แต่ต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้จริงๆ และมีอำนาจพอที่จะจัดการกับเรื่องใหญ่แบบนี้ได้" เธอครุ่นคิดสักครู่ ก่อนจะเอ่ยขึ้น "พ่อของหลิน อาจจะเป็นทางออกที่ดี"
หลี่ เฉิน เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ "ท่านประธานหลิน? คุณแน่ใจเหรอ? ท่านเป็นถึงผู้ใหญ่ในวงการ ถึงแม้ว่าท่านจะเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลหลี่ แต่การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสงครามมาเฟียระหว่างประเทศแบบนี้ มันอันตรายเกินไป"
"อันตรายกว่าการที่เราต้องเผชิญหน้ากับอเล็กซ์เพียงลำพังอย่างนั้นเหรอ" แพรวถามกลับ เสียงของเธอแฝงความเด็ดเดี่ยว "อย่างน้อยการขอความช่วยเหลือจากท่าน ก็ยังเป็นความหวังของเรา การที่เราเก็บหลักฐานเหล่านี้ไว้เฉยๆ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร และยิ่งอันตรายถ้าพวกมันรู้ว่าเรามีอะไรอยู่ในมือ"
"ผมเข้าใจ" หลี่ เฉิน ยอมรับ "แต่เราจะเข้าถึงท่านประธานหลินได้อย่างไร? ท่านไม่ได้ติดต่อกับเราโดยตรงมานานแล้ว"
"ฉันคิดว่าฉันมีวิธี" แพรวพูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา "ฉันจะลองติดต่อไปหาเจนนี่ เพื่อนเก่าของฉัน เธออาจจะพอรู้จักช่องทางในการติดต่อกับท่านประธานหลินได้"
"เจนนี่?" หลี่ เฉิน ทวนชื่อ "เธอเป็นใคร?"
"เธอเป็นนักข่าวสายอาชญากรรม" แพรวอธิบาย "เธอเคยทำข่าวเกี่ยวกับวงการใต้ดินมาบ้าง และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ใหญ่ในวงการตำรวจบางคน ฉันเคยช่วยเธอไว้ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นฉันเข้าไปพัวพันกับคดีบางอย่างที่ไม่ควรเข้าไปยุ่ง และเธอเป็นคนเดียวที่ช่วยฉันไว้"
"นักข่าว?" หลี่ เฉิน ขมวดคิ้ว "คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเธอจะเชื่อเรา และจะไม่เอาเรื่องนี้ไปขายให้กับสื่อ?"
"ฉันมั่นใจ" แพรวตอบเสียงหนักแน่น "ฉันรู้จักเจนนี่ดีพอ เธอเป็นคนที่มีหลักการ แม้ว่างานของเธอคือการหาข่าว แต่เธอก็ไม่เคยเล่นสกปรก และที่สำคัญที่สุด เธอรู้ว่าฉันไม่ใช่คนที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอันตรายโดยไม่มีเหตุผล"
แพรวเริ่มพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว "ฉันจะลองส่งข้อความไปหาเธอ และนัดเจอเพื่อเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เราต้องระมัดระวังตัวให้มากในช่วงเวลานี้ ทุกย่างก้าวของเราต้องคำนึงถึงความปลอดภัย"
หลี่ เฉิน พยักหน้าเห็นด้วย "ผมจะคอยระวังให้" เขาหันไปมองออกไปนอกหน้าต่าง ตึกสูงระฟ้าของกรุงเทพฯ ยามเช้าดูสงบ แต่ภายใต้ความสงบนั้น เขารู้ดีว่ามีอันตรายซ่อนเร้นอยู่ทุกมุม "หวังว่าเจนนี่จะเป็นความหวังสุดท้ายของเราจริงๆ"
"เราต้องเชื่อมั่น" แพรวตอบกลับ "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราต้องหาทางเอาผิดกับอเล็กซ์ให้ได้ เพื่อชดเชยให้กับสิ่งที่เขาทำกับตระกูลหลี่ และเพื่อไม่ให้คนแบบเขามีอำนาจมากไปกว่านี้"
ขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนหาทางออกให้กับสถานการณ์ที่ซับซ้อนอยู่นั้น โทรศัพท์มือถือของแพรวก็สั่นขึ้นเบาๆ
"เป็นข้อความจากเจนนี่" แพรวพูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู "เธอตอบรับแล้ว และบอกว่าพร้อมจะเจอเราที่ร้านกาแฟใกล้ๆ นี่ในอีกชั่วโมงข้างหน้า"
"เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ" หลี่ เฉิน กล่าวอย่างแปลกใจ "เธอไม่กลัวบ้างเหรอ"
"เจนนี่ไม่ใช่คนที่จะกลัวอะไรง่ายๆ" แพรวตอบ "และฉันคิดว่าเธอเองก็คงอยากรู้เรื่องราวเบื้องหลังทั้งหมดเหมือนกัน"
"โอเค" หลี่ เฉิน พยักหน้า "ผมจะไปเตรียมตัวให้พร้อม เราต้องไปถึงที่นั่นก่อนเวลา และต้องคอยสังเกตการณ์รอบๆ ให้ดี"
"แน่นอน" แพรวรับคำ "เราต้องทำทุกอย่างให้รอบคอบที่สุด"
ทั้งสองเริ่มเตรียมตัวสำหรับการนัดหมายครั้งสำคัญ โดยไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจครั้งนี้ จะนำพาพวกเขาไปสู่เส้นทางที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม และอาจเป็นจุดชี้ชะตาของสงครามอำนาจที่กำลังคุกรุ่นอยู่
3,977 ตัวอักษร