ตอนที่ 16 — ปะทะเดือดในโรงพยาบาล
พัชราภาหันซ้ายหันขวาอย่างรวดเร็ว ทางหนีมีจำกัด เธอเห็นประตูห้องฉุกเฉินอยู่ไม่ไกลนัก เธอตัดสินใจพุ่งเข้าไปทันที เสียงฝีเท้าของกลุ่มคนร้ายดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนเธอแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจหอบของพวกเขา
“เข้าไปข้างในเร็วเข้า!” เธอตะโกนบอกมาร์โคที่วิ่งตามมาติดๆ มาร์โคพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนที่ทั้งสองจะผลักประตูห้องฉุกเฉินเข้าไปอย่างแรง
ภายในห้องฉุกเฉินเต็มไปด้วยความโกลาหล เจ้าหน้าที่กำลังวุ่นวายกับการดูแลผู้ป่วยหลายราย เสียงเครื่องมือแพทย์ดังระงมไปทั่ว พัชราภาและมาร์โคพยายามหลบตามซอกมุมต่างๆ สายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังทางเข้าห้อง
“ใครกันที่ตามเรามา?” มาร์โคกระซิบถาม พลางชักปืนออกมาเตรียมพร้อม
“ฉันไม่รู้ แต่ดูจากท่าทางแล้วไม่ใช่ตำรวจแน่” พัชราภาตอบ ดวงตาของเธอมองไปที่ประตูอีกครั้ง “พวกมันต้องตามมาเพื่อปิดปากอันโตนิโอแน่ๆ”
ไม่นานนัก ประตูห้องฉุกเฉินก็ถูกผลักเปิดออก ชายฉกรรจ์หกร่างในชุดสีดำทะมึนก้าวเข้ามาในห้อง ทุกคนถือปืนอยู่ในมือ พวกเขามีท่าทีคุกคาม สายตากวาดมองไปทั่วห้องอย่างรวดเร็ว
“หาผู้หญิงกับผู้ชายคนนั้นให้เจอ” หนึ่งในคนร้ายออกคำสั่งเสียงหี้ยม “อย่าให้มีใครรอดไปได้”
เจ้าหน้าที่พยาบาลและแพทย์ที่อยู่ในห้องต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาพยายามหลบหนีและหาที่กำบัง แต่กลุ่มคนร้ายไม่สนใจ พวกมันมุ่งเป้ามาที่พัชราภากับมาร์โคอย่างชัดเจน
“แย่แล้วไง” มาร์โคพึมพำ “เราติดกับแล้ว”
“ไม่!” พัชราภาสวนกลับ “เราต้องหาทางสู้”
ทันใดนั้นเอง เสียงปืนก็ดังขึ้น! พัชราภากับมาร์โคยิงสวนออกไป การปะทะกันอย่างดุเดือดก็เริ่มขึ้นภายในห้องฉุกเฉิน โต๊ะพยาบาลล้มระเนระนาด เครื่องมือแพทย์กระเด็นกระดอนไปทั่ว เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงฟ้าร้อง ผู้คนในห้องต่างกรีดร้องด้วยความตกใจและพยายามหาที่หลบภัย
พัชราภาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว เธอใช้สิ่งของต่างๆ ในห้องเป็นที่กำบัง พลางยิงตอบโต้ไปอย่างแม่นยำ ทุกนัดที่ยิงออกไปคือการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด
“มาร์โค! ฝั่งซ้าย!” เธอตะโกนเตือนมาร์โคที่กำลังเผชิญหน้ากับคนร้ายสองคน
มาร์โคหันไปตามทิศทางที่พัชราภาบอก เขาเห็นคนร้ายกำลังจะยิงใส่มาร์โคพอดี เขากระโดดหลบออกไปด้านข้าง ก่อนจะยิงสวนกลับไปอย่างรวดเร็ว
“ขอบใจนะ!” มาร์โคตะโกนกลับมา
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด คนร้ายเริ่มล้มลงไปทีละคน แต่พวกมันก็ยังไม่ยอมแพ้ พวกมันยังคงพยายามเข้ามาใกล้พัชราภาและมาร์โค
“พวกแกหนีไปไหนไม่พ้นหรอก!” หัวหน้ากลุ่มคนร้ายตะโกนลั่น “แกตายแน่!”
พัชราภาเหลือบมองไปยังเตียงผู้ป่วยที่อยู่ใกล้ๆ เธอเห็นชายชราคนหนึ่งกำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ด้วยอาการสาหัส เธอไม่ต้องการให้เขาต้องมาบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้
“ต้องหาทางพาคนออกไปจากที่นี่ก่อน” เธอคิดในใจ
“มาร์โค! หาทางเบี่ยงเบนความสนใจพวกมันหน่อย!” เธอออกคำสั่ง
มาร์โคเข้าใจในทันที เขากระโดดขึ้นไปบนโต๊ะผ่าตัด ก่อนจะตะโกนเสียงดัง
“ใครอยากได้ฉันเป็นอาหารกลางวันบ้าง! ออกมาสิ!”
การกระทำของมาร์โคทำให้คนร้ายบางส่วนหันไปมองเขา พัชราภาใช้จังหวะนี้เคลื่อนที่ไปยังทางเดินอีกด้านหนึ่ง เธอเห็นประตูบานหนึ่งเขียนว่า “ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ” เธอคิดว่าที่นั่นอาจจะเป็นที่ปลอดภัย
“มาร์โค! ไปทางนี้!” เธอตะโกนเรียก
มาร์โคกระโดดลงจากโต๊ะผ่าตัด และรีบวิ่งตามพัชราภาไป คนร้ายที่เหลือรีบหันกลับมาและยิงตามหลังมา แต่พัชราภากับมาร์โคก็สามารถหลบหลีกไปได้ทัน
“นี่มันบ้าบิ่นเกินไปแล้วนะ!” มาร์โคหอบหายใจ “ถ้าเราไม่รีบไปหาอันโตนิโอ เรื่องมันจะยิ่งบานปลายไปใหญ่”
“ฉันรู้ แต่เราหนีไปเฉยๆ ไม่ได้ เราต้องช่วยชีวิตคนอื่นด้วย” พัชราภาตอบ เธอมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง “เดี๋ยวเราจะแยกกันนะ นายไปหาทางพาคนในห้องฉุกเฉินออกไปให้ปลอดภัย ส่วนฉันจะไปตามหาอันโตนิโอ”
“เธอแน่ใจเหรอ? มันอันตรายเกินไปนะ” มาร์โคแสดงความเป็นห่วง
“ฉันต้องไป” พัชราภาตอบหนักแน่น “อันโตนิโออาจจะมีข้อมูลสำคัญที่ช่วยเราได้ ถ้าเราปล่อยให้พวกมันจับตัวเขาไปได้ ทุกอย่างก็จะจบ”
“ก็ได้ งั้นระวังตัวด้วย” มาร์โคพูดพลางมองไปที่ทางเดิน “ถ้ามีอะไร ฉันจะพยายามไปช่วย”
พัชราภาพยักหน้าให้มาร์โค ก่อนที่เธอจะวิ่งออกไปตามทางเดินอีกด้านหนึ่ง ทิ้งมาร์โคไว้กับความวุ่นวายในห้องฉุกเฉิน
เธอวิ่งไปตามทางเดินเงียบๆ ของโรงพยาบาล เสียงฝีเท้าของเธอก้องสะท้อนไปทั่ว หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความหวาดหวั่น เธอไม่รู้ว่าอันโตนิโอกำลังอยู่ที่ไหน หรือเขาปลอดภัยดีหรือไม่
“อันโตนิโอ… นายอยู่ที่ไหน?” เธอพึมพำกับตัวเอง
เธอเดินมาถึงห้องพักผู้ป่วยพิเศษ ประตูทุกบานปิดสนิท เธอค่อยๆ เดินสำรวจไปทีละห้อง เปิดประตูเข้าไปดูอย่างระมัดระวัง
“มีใครอยู่ไหมคะ?” เธอเรียกถาม
แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เธอเริ่มรู้สึกท้อแท้ บางทีอันโตนิโออาจจะอยู่ที่อื่น หรือไม่ก็...
ทันใดนั้นเอง เธอได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ ดังมาจากห้องสุดท้ายของทางเดิน
“มาแล้วเหรอ… ที่รัก”
เสียงนั้น… มันคุ้นหูอย่างประหลาด พัชราภาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจผลักประตูเข้าไป
3,938 ตัวอักษร