เงาเลือดกลางมหานคร

ตอนที่ 5 / 42

ตอนที่ 5 — การแทรกซึมสู่รังผึ้ง

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ของห้องทำงานในกองปราบปราม พัชราภากำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ พลางไล่อ่านรายงานการตรวจสอบประวัติของมาร์โคและเคลเลนที่หมวดหน่อยเพิ่งส่งมาให้ “มาร์โค… ชื่อจริง มาร์โค แอนโตนิโอ ซานโตโร่” เธออ่านออกเสียง “อายุ 35 ปี สัญชาติอิตาลี เป็นเจ้าของกิจการนำเข้าส่งออกหลายแห่งในประเทศไทย และที่น่าสนใจคือ… เขามีประวัติเคยถูกจับกุมในข้อหาเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายในอิตาลีเมื่อ 5 ปีก่อน แต่ถูกยกฟ้องในชั้นศาล” พัชราภาขมวดคิ้ว “เจ้าของกิจการนำเข้าส่งออก… อาจจะใช้เป็นช่องทางในการลักลอบขนของผิดกฎหมายได้” เธอเลื่อนสายตาไปยังข้อมูลของเคลเลน “เคลเลน สุคนธาภา อายุ 28 ปี เป็นนักแสดงอิสระ และเป็นที่ทราบกันดีว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบุคคลที่มีอิทธิพลหลายคนในวงสังคม” “ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนมีอิทธิพล…” พัชราภาพยักหน้าเบาๆ “ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเธออาจจะถูกใช้เป็นเครื่องมือ หรือเป็นคนกลางในการติดต่อ” “แล้วพวงกุญแจร้านลา พาโวลาที่เจอในซอยเมื่อคืนล่ะคะหมวด” หมวดหน่อยที่นั่งอยู่ข้างๆ ถามขึ้น “มันคือจุดเชื่อมโยงที่ชัดเจนที่สุด” พัชราภากล่าว “มาร์โคปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่ในซอยนั้น แต่พวงกุญแจนั่นก็มาจากร้านของเขา และเราก็มีพยานเห็นเงาคนในซอยก่อนหน้านี้” “แล้วเราจะทำยังไงต่อไปคะหมวด” “เราต้องเข้าไปสืบที่ร้านลา พาโวลาอีกครั้ง” พัชราภากล่าว “คราวนี้ต้องเข้าไปแบบแนบเนียนกว่าเดิม” “จะให้หนูปลอมตัวเป็นอะไรดีคะ” หมวดหน่อยถามตาเป็นประกาย “เธอเป็นสาวสวยนะ… ไปเป็นพนักงานเสิร์ฟดูสิ” พัชราภากล่าว “ส่วนฉัน… ฉันจะไปเป็นลูกค้า” “แต่หมวดค่ะ ร้านนั้นมีแต่ลูกค้าชาวต่างชาติเยอะนะคะ ถ้าหนูพูดไม่คล่อง…” “ไม่ต้องห่วง” พัชราภากล่าว “ฉันจัดการเอง” ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พัชราภาในชุดเดรสสีดำเรียบหรูและหมวดหน่อยในชุดพนักงานเสิร์ฟสีขาวสะอาดตา ก็ปรากฏตัวขึ้นที่ร้านลา พาโวลาอีกครั้ง บรรยากาศภายในร้านยังคงอบอุ่นและคึกคักเหมือนเดิม พนักงานเสิร์ฟชาวต่างชาติหลายคนกำลังให้บริการลูกค้าอย่างขะมักเขม้น “สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่ลา พาโวลาค่ะ” หญิงสาวคนหนึ่งที่ดูจะเป็นหัวหน้าพนักงานเสิร์ฟเข้ามาทักทายพวกเธอพร้อมรอยยิ้ม “ต้องการโต๊ะสำหรับกี่ท่านคะ” “สองท่านค่ะ” พัชราภากล่าว “โต๊ะที่เห็นวิวสวยที่สุดนะคะ” “เชิญทางนี้ค่ะ” หญิงสาวนำทางพวกเธอไปยังโต๊ะริมหน้าต่างที่มองเห็นวิวเมืองยามเย็นได้ชัดเจน ขณะที่พัชราภากำลังก้มลงดูเมนู หมวดหน่อยก็เริ่มทำหน้าที่ของเธอ เธอเดินไปทั่วร้าน คอยสังเกตการณ์ พูดคุยกับลูกค้าบางราย และคอยสังเกตท่าทีของพนักงานเสิร์ฟคนอื่นๆ “เมนูแนะนำของวันนี้คือ สเต็กฟิเลมิยอง และ ลาซานญ่าโบโลเนส ค่ะ” หญิงสาวคนเดิมกล่าว “รับอะไรดีคะ” “ขอเป็นสเต็กฟิเลมิยองค่ะ” พัชราภากล่าว “แล้วก็ไวน์แดงสักแก้ว” “ได้ค่ะ” หลังจากสั่งอาหารเสร็จ พัชราภาก็นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้หมวดหน่อยทำหน้าที่ของเธอไป พัชราภารู้ดีว่าการสืบสวนในลักษณะนี้ต้องใช้ความอดทนและสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด ไม่นานนัก หมวดหน่อยก็เดินกลับมาที่โต๊ะของเธอ “หมวดคะ หนูสังเกตเห็นพนักงานเสิร์ฟผู้ชายคนหนึ่งค่ะ ท่าทางแปลกๆ” “แปลกยังไง” พัชราภากระซิบถาม “เขาคอยมองไปที่ประตูทางเข้าตลอดเวลาค่ะ แล้วก็ดูเหมือนจะคุยโทรศัพท์บ่อยผิดปกติ” หมวดหน่อยเล่า “แล้วก็… หน้าตาเขาคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง” พัชราภานึกย้อนไปถึงรูปที่ได้จากการสืบสวน “เป็นชาวอิตาเลียนใช่ไหม” “ใช่ค่ะ” “มีใครที่น่าสงสัยอีกไหม” “ผู้จัดการร้านค่ะ ดูท่าทางเป็นคนเจ้าระเบียบมาก พูดจาเสียงดัง และคอยสั่งการพนักงานตลอดเวลา” “แล้วมาร์โค หรือเคลเลนล่ะ” พัชราภาถาม “ยังไม่เห็นนะคะ” หมวดหน่อยตอบ “แต่สังเกตว่ามีลูกค้ากลุ่มหนึ่งนั่งอยู่มุมในสุดของร้าน พูดคุยกันเสียงดังและดูไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ค่ะ” “กลุ่มนั้นมีกี่คน” “ประมาณ 4-5 คนค่ะ เป็นผู้ชายหมดเลย ดูท่าทางเหมือนพวกอันธพาล” พัชราภากล่าว “โอเค… ถ้าเจอกลุ่มนั้น ให้พยายามเข้าไปสังเกตการณ์ให้ใกล้ชิดที่สุด แต่อย่าให้เขาสงสัย” ในขณะเดียวกัน ที่โต๊ะของกลุ่มลูกค้าที่หมวดหน่อยกล่าวถึง ชายคนหนึ่งในกลุ่มได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา “อิตาลี… ใช่ ฉันเจอคนไทยกำลังสืบคดีของเราอยู่” เสียงของเขาเบามากจนแทบจะไม่ได้ยิน แต่ก็ดังพอที่พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินผ่านไปจะหันมามอง “เรื่องนี้จะต้องจัดการให้เรียบร้อย” ชายคนนั้นพูดต่อ “รับรองว่าไม่มีใครเข้ามายุ่งกับเราได้” หญิงสาวที่ดูเป็นหัวหน้าพนักงานเสิร์ฟ เดินเข้ามาหาพัชราภาอีกครั้ง “คุณลูกค้าคะ มีอะไรให้ช่วยเพิ่มเติมไหมคะ” “ไม่มีค่ะ” พัชราภากล่าว “อาหารอร่อยมากค่ะ” “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวกล่าว “ถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติม เรียกได้ตลอดนะคะ” พัชราภาจิบไวน์แดงช้าๆ สายตาของเธอจับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ เขาดูเหมือนจะกำลังรับคำสั่งบางอย่าง ใบหน้าของเขาซีดเผือด และมีเหงื่อผุดขึ้นมาที่หน้าผาก “มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลจริงๆ” พัชราภาพึมพำกับตัวเอง “พวกเขาคงกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่” เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ พัชราภาและหมวดหน่อยก็ลงมือกินอย่างเงียบๆ โดยยังคงสังเกตการณ์สิ่งรอบข้างตลอดเวลา พัชราภากำลังครุ่นคิดว่าเธอจะหาหลักฐานอะไรได้บ้างที่จะเชื่อมโยงคนในร้านนี้เข้ากับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้น ทันใดนั้นเอง ประตูร้านก็เปิดออก พร้อมกับร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามา เขาคือมาร์โค! มาร์โคเดินตรงเข้ามาหาหญิงสาวที่เป็นหัวหน้าพนักงานเสิร์ฟ “เคลเลน… มาแล้วเหรอ” หญิงสาวกล่าว “ขอโทษที่มาช้า” มาร์โคกล่าว “มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า” “มีลูกค้าที่น่าสงสัยอยู่สองคน” หญิงสาวกระซิบตอบ “ดูเหมือนจะเป็นตำรวจ” มาร์โคมองไปที่โต๊ะของพัชราภาและหมวดหน่อย เขาสบตากับพัชราภาแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว พัชราภารู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองมาร์โคที่กำลังยืนคุยอยู่กับหัวหน้าพนักงานเสิร์ฟ “นี่มันเกินกว่าที่ฉันคิดไว้จริงๆ” พัชราภากล่าวกับหมวดหน่อย “ดูเหมือนเราจะเข้ามาสืบในรังผึ้งของพวกมันแล้ว”

4,734 ตัวอักษร