แผนลวงข้ามสมุทร

ตอนที่ 4 / 41

ตอนที่ 4 — เผชิญหน้าในงานเลี้ยงหรู

เมษากำดวงบัตรเชิญสีดำสนิทในมือเอาไว้แน่น เธอรู้สึกถึงความเย็นเฉียบที่ส่งผ่านกระดาษ สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่านี่คือประตูสู่โลกอีกใบ โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจมืดและอันตรายที่มองไม่เห็น ลีนาสังเกตเห็นแววตาของเมษา เธอจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง “ไม่ต้องกังวลนะคะ ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดงาน” “ขอบคุณค่ะ” เมษายิ้มตอบ พยายามเก็บซ่อนความประหม่าเอาไว้ “ฉันแค่รู้สึกว่านี่เป็นก้าวที่สำคัญมาก” “มันเป็นก้าวที่สำคัญจริงๆ” ลีนาเห็นด้วย “งานเลี้ยงนี้จัดขึ้นที่คฤหาสน์ของ ‘มหาเศรษฐี’ คนหนึ่ง ชื่อ ‘วิชัย’ เขาเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่ร่ำรวยจากการอสังหาริมทรัพย์ และมีสายสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับบุคคลในแวดวงการเมืองและธุรกิจหลายคน ว่ากันว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลัง ‘ธุรกิจผิดกฎหมาย’ หลายอย่างในประเทศนี้” “แล้วเราจะเข้าไปในงานได้อย่างไรคะ” เมษาถาม “เราจะเข้าไปในฐานะแขกของ ‘เพื่อนเก่า’ ของคุณไรอัน” ลีนาอธิบาย “เขาเป็นนักสะสมงานศิลปะชาวต่างชาติที่สนิทกับคุณวิชัยพอสมควร เขาจะแนะนำคุณให้รู้จักกับคนสำคัญๆ ในงาน” “คุณไรอันเตรียมทุกอย่างไว้ให้ฉันจริงๆ” เมษาพึมพำ “เขาหวังในตัวคุณมาก” ลีนาเสริม “ตอนนี้ได้เวลาที่เราจะไปกันแล้ว งานเริ่มตอนสองทุ่ม เรามีเวลาเตรียมตัวอีกเล็กน้อย” ทั้งสองเดินทางไปยังคฤหาสน์หรูหราที่ตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองยามค่ำคืนได้อย่างสวยงาม รถยนต์ของพวกเขาจอดเทียบที่หน้าประตูทางเข้าใหญ่ อาคารคฤหาสน์สว่างไสวไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ ลอยมาตามลม มีรถยนต์หรูจอดเรียงรายเต็มลานจอดรถ บ่งบอกถึงฐานะของแขกที่มาร่วมงาน เมื่อลีนาและเมษาลงจากรถ พวกเขาได้รับการต้อนรับจากพนักงานที่แต่งกายด้วยชุดสูทสีดำ พวกเขาตรวจสอบบัตรเชิญอย่างละเอียด ก่อนจะอนุญาตให้ทั้งสองเดินเข้าไปด้านใน บรรยากาศภายในคฤหาสน์โอ่อ่าเกินกว่าที่เมษาจะจินตนาการได้ เพดานสูงประดับด้วยโคมไฟระย้าแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ ผนังตกแต่งด้วยภาพวาดสีน้ำมันอันล้ำค่า เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูหรูหราและมีราคาแพง แขกเหรื่อที่มาร่วมงานล้วนเป็นบุคคลสำคัญในแวดวงสังคม แต่งกายด้วยเสื้อผ้าชั้นสูงและเครื่องประดับราคาแพง “คุณไรอันบอกว่าเพื่อนของเขาจะรอเราอยู่ที่บริเวณบาร์” ลีนาบอกพลางกระซิบ “เราจะไปหาเขากัน” พวกเขาเดินฝ่ากลุ่มผู้คนไปยังบริเวณบาร์ที่ตั้งอยู่กลางโถงใหญ่ ที่นั่นมีชายชาวต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้ามีริ้วรอยแห่งกาลเวลาแต่แฝงไว้ด้วยความสง่างาม กำลังยืนดื่มวิสกี้อยู่ เขาหันมามองเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า “ลีนา” ชายคนนั้นยิ้มทักทาย “และนี่คงจะเป็น… แอนนา สินะ” “ถูกต้องค่ะ” ลีนาแนะนำ “นี่คุณ ‘วิลเลียม’ เพื่อนของคุณไรอันค่ะ และนี่ ‘แอนนา’ ที่ฉันกล่าวถึง” “ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณแอนนา” วิลเลียมยื่นมือมาจับ “คุณไรอันเล่าเรื่องคุณให้ผมฟังเยอะเลย เขาบอกว่าคุณเป็นนักธุรกิจสาวไฟแรงจากฮ่องกง” “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณวิลเลียม” เมษาตอบ พลางจับมือของเขาอย่างกระชับ “ฉันก็เคยได้ยินเรื่องคุณจากคุณไรอันเช่นกันค่ะ เขาบอกว่าคุณเป็นนักสะสมงานศิลปะตัวยง” “ผมก็แค่มีความสุขกับการได้อยู่ท่ามกลางความงามเท่านั้นเอง” วิลเลียมหัวเราะ “แต่ผมได้ยินมาว่าคุณแอนนาเองก็มีความสนใจในตลาดศิลปะเหมือนกัน” “ใช่ค่ะ ฉันกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในแถบนี้” เมษาตอบตามบทที่ลีนาเตรียมไว้ “และฉันก็ได้รับคำแนะนำว่าคุณวิชัยเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และเป็นบุคคลสำคัญในวงการนี้” “คุณวิชัยเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง” วิลเลียมกล่าว “เขาไม่เพียงแต่มีความสามารถในการสร้างอาณาจักรธุรกิจ แต่ยังเป็นที่นับถือของใครหลายคนอีกด้วย” ขณะที่ทั้งสามกำลังสนทนาอยู่ จู่ๆ ก็มีชายร่างท้วม สวมสูทสีน้ำเงินเข้ม เดินเข้ามาหา พวกเขามีใบหน้าบึ้งตึง และแววตาที่ดูเยือกเย็น “ท่านวิชัย” วิลเลียมกล่าวต้อนรับ “ผมขอแนะนำเพื่อนของผม คุณแอนนา” “สวัสดีครับ คุณแอนนา” วิชัยมองเมษาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ประเมินค่า “ยินดีที่ได้พบ หวังว่าคุณจะเพลิดเพลินกับงานเลี้ยงของเรา” “ขอบคุณค่ะ ท่านวิชัย” เมษาตอบอย่างสุภาพ “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มางานของคุณค่ะ” “ผมได้ยินมาว่าคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนในเมืองนี้” วิชัยพูดพลางยิ้มมุมปาก “บางทีเราอาจจะมีอะไรที่สามารถร่วมมือกันได้” “ฉันยินดีรับฟังเสมอค่ะ” เมษาตอบ การพูดคุยดำเนินไปอย่างราบรื่น เมษาพยายามเก็บข้อมูลทุกอย่างที่เธอสามารถทำได้ สังเกตพฤติกรรมของผู้คนรอบข้าง และพยายามจับสัญญาณบางอย่างที่อาจนำไปสู่เบาะแส “คุณไรอันฝากของบางอย่างมาให้คุณ” วิชัยกล่าวพลางล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท “เขาบอกว่ามันอาจจะเป็นประโยชน์กับคุณ” วิชัยยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้เมษา เมษาเปิดออกดูอย่างระมัดระวัง ข้างในเป็นรูปถ่ายเก่าๆ และบันทึกข้อความที่เขียนด้วยลายมือ “นี่คือ…?” เมษาถาม “เป็นของเก่าที่ผมได้มาจาก ‘แหล่งข่าว’ ของผม” วิชัยตอบ “คุณไรอันบอกว่าคุณกำลังตามหา ‘บางสิ่ง’ ที่เกี่ยวข้องกับ ‘ธุรกิจเก่า’ ของเขา” เมษาพยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมสีหน้าไม่ให้แสดงอาการใดๆ ออกมา เธอรู้ว่านี่คือโอกาสทอง ไรอันส่งสิ่งนี้มาให้เธอจริงๆ “ขอบคุณมากค่ะ ท่านวิชัย” เมษาตอบ “ฉันจะพยายามศึกษาดู” “ถ้ามีอะไรที่คุณต้องการเพิ่มเติม หรือต้องการคำแนะนำ บอกผมได้เสมอ” วิชัยกล่าว “ผมเชื่อว่าการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญในโลกธุรกิจ” บทสนทนาจบลงด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะเป็นมิตร แต่เมษารู้สึกได้ถึงความซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดเหล่านั้น “ฉันว่าเราน่าจะลองไปเดินสำรวจรอบๆ บริเวณงานกันนะครับ” ลีนาเสนอ “คุณแอนนาจะได้เห็นบรรยากาศและผู้คนในงานได้มากขึ้น” “ดีเลยค่ะ” เมษาเห็นด้วย ทั้งสองเดินออกจากบริเวณบาร์ ปล่อยให้วิชัยยืนอยู่ตามลำพัง ขณะที่เดินไปตามโถงทางเดิน เมษาก็เหลือบไปเห็นร่างของชายคนหนึ่งยืนอยู่มุมห้อง เขาแต่งกายด้วยชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าของเขาดูคุ้นตาอย่างประหลาด “นั่นใครคะ” เมษาถามลีนา “ใครคะ” ลีนาหันไปมองตาม “ไม่ทราบค่ะ ฉันไม่เคยเห็นเขามาก่อน” เมษาพยายามเพ่งมองชายคนนั้นให้ชัดเจนขึ้น เขาหันหน้ามาเล็กน้อย ดวงตาของเขาสบเข้ากับดวงตาของเมษาพอดี หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้น เธอจำเขาได้แล้ว เขาคือ ‘แดน’ ลูกน้องคนสนิทของ ‘มาเฟีย’ คนสำคัญที่เธอเคยทำข่าว “ฉันว่าฉันรู้จักเขา” เมษาบอกลีนา “ขอตัวสักครู่นะคะ” เมษาเดินตรงเข้าไปหาแดนอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสายตาของผู้คนรอบข้างที่จับจ้องมา “คุณ… แดน ใช่ไหมคะ” เมษาถามด้วยเสียงที่สั่นเล็กน้อย แดนหันมามองเมษาด้วยสีหน้าแปลกใจ เขาจำเธอไม่ได้ในทันที “คุณเป็นใครครับ” “ฉันเมษาค่ะ นักข่าว… ไม่สิ ตอนนี้ฉันคือแอนนา” เมษาบอก “เราเคยพบกันเมื่อสองปีก่อน ตอนฉันทำข่าวเกี่ยวกับ ‘แก๊งมังกร’ ที่ท่าเรือ” แดนเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น “คุณ… คุณคือนักข่าวคนนั้น” “ค่ะ” เมษาตอบ “ฉันมาที่นี่เพื่อตามหาความจริง” “คุณมาทำอะไรที่นี่” แดนถามด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป เขาดูระแวดระวังมากขึ้น “ที่นี่ไม่ใช่ที่ของคุณ” “ฉันรู้ว่าคุณรู้เรื่อง ‘อัญมณี’ ที่ถูกขโมยไป” เมษาเอ่ยปากถามอย่างรวดเร็ว “คุณช่วยฉันได้ไหม” แดนจ้องมองเมษาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร” “อย่าโกหกฉันเลยแดน” เมษาคะยั้นคะยอ “ฉันรู้ว่าคุณเกี่ยวข้อง” “คุณกำลังเล่นกับไฟนะ” แดนพูดพลางก้มหน้าลงเล็กน้อย “เรื่องนี้อันตรายเกินไปสำหรับคุณ” “ฉันไม่กลัว” เมษาตอบด้วยความมุ่งมั่น “ฉันต้องรู้ความจริง” แดนถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ถ้าคุณอยากรู้จริงๆ” เขาพูดเสียงเบา “ไปหาฉันที่ ‘โกดังร้าง’ ริมแม่น้ำตอนตีสาม พรุ่งนี้… ถ้าคุณกล้าพอ” พูดจบ แดนก็รีบเดินจากไป ทิ้งเมษาให้ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความสับสนและตื่นเต้น ลีนาเดินเข้ามาหาเธอด้วยความกังวล “เกิดอะไรขึ้นคะ” ลีนาถาม “คุณรู้จักเขาเหรอ” “ฉันคิดว่า… ฉันกำลังจะได้เบาะแสสำคัญค่ะ” เมษาตอบ พลางกุมรูปถ่ายและบันทึกข้อความในมือแน่น “คืนนี้จะต้องเป็นคืนที่ยาวนานแน่ๆ”

6,219 ตัวอักษร