พันธะรักท่านประธานเลี้ยงเดี่ยว

ตอนที่ 13 / 42

ตอนที่ 13 — เปิดใจรับรักเต็มหัวใจ

"คุณกวินตราครับ ผมอยากจะพูดคุยกับคุณเรื่องที่ค้างคาของเรา" พัชระเปิดบทสนทนาทันทีที่กวินตราเข้ามาในห้องทำงานของเขา ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความคาดหวัง เขายืนอยู่ข้างหน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปเห็นทิวทัศน์ของเมืองที่กำลังเริ่มต้นวันใหม่ กวินตรายิ้มรับ เธอเดินเข้าไปใกล้ เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ราวกับรอคอยช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการพูดคุยเรื่องสำคัญนี้ "ค่ะท่านประธาน ดิฉันก็รอฟังอยู่ค่ะ" พัชระหันกลับมาเผชิญหน้าเธอเต็มๆ เขาก้าวเข้ามาใกล้ จนแทบจะยืนประชิดกัน "ผม... ผมอยากให้คุณรู้ว่า การได้รู้จักคุณ และได้ใช้เวลากับอันนา มันมีความหมายกับผมมากแค่ไหน" เสียงของเขาแผ่วลงเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่จริงใจ "สำหรับดิฉัน... ก็เหมือนกันค่ะ" กวินตราบอก ดวงตาของเธอประสานกับดวงตาของเขา "ดิฉันไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตจะนำพาให้มาพบกับคนที่มีคุณค่าและน่ารักอย่างคุณ และเด็กน้อยที่น่ารักอย่างอันนา" "ผมรู้ว่ามันอาจจะเร็วไป" พัชระกล่าวต่อ "แต่ผมก็ไม่อยากปล่อยโอกาสนี้ไป ผมอยากให้คุณเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเราจริงๆ คุณกวินตรา... คุณจะให้โอกาสผม ได้ดูแลคุณ และให้โอกาสอันนา ได้มีคุณเป็นเหมือน... ครอบครัวอีกคนหนึ่งไหมครับ" คำถามตรงไปตรงมานั้น ทำให้หัวใจของกวินตราพองโต เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะกล้าพูดออกมาอย่างชัดเจนขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เพิ่งจะเริ่มต้นความสัมพันธ์กันได้ไม่นานนัก แต่เธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน ความผูกพันที่เกิดขึ้นกับทั้งพ่อและลูกคู่นี้ มันแข็งแกร่งเกินกว่าจะปฏิเสธ "ดิฉัน... ดิฉันอยากจะให้โอกาสค่ะท่านประธาน" กวินตราตอบ พลางยิ้มกว้าง "ดิฉันก็รู้สึกเหมือนกันค่ะ ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กับคุณและอันนามัน... มันมากกว่าเพื่อนร่วมงานแล้ว" รอยยิ้มของพัชระกว้างขึ้นอีก เขาเอื้อมมือไปจับมือของเธอไว้เบาๆ ความอบอุ่นจากมือของเขาแผ่ซ่านมาถึงหัวใจของกวินตรา "ขอบคุณนะครับกวินตรา ขอบคุณจริงๆ" "ไม่เป็นไรค่ะ" กวินตราบอก "ดิฉันก็ดีใจนะคะที่ได้ยินคำนั้นจากคุณ" "ผมอยากให้ทุกอย่างมันเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด" พัชระกล่าว "ผมไม่อยากกดดันคุณ หรือให้อันนาต้องรู้สึกอึดอัด" "ดิฉันเข้าใจค่ะ" กวินตราบอก "เราค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปก็ได้ค่ะ" "แต่วันนี้..." พัชระเว้นวรรคไปเล็กน้อย "ผมอยากจะขอคุณ เป็นแฟนอย่างเป็นทางการ" กวินตราชะงักไปเล็กน้อย "เป็นแฟน... อย่างเป็นทางการเหรอคะ" "ครับ" พัชระพยักหน้า "ผมอยากให้ทุกคนรับรู้ว่า คุณคือคนพิเศษของผม" กวินตรายิ้มอย่างเขินอาย "ถ้าท่านประธานไม่รังเกียจ... ดิฉันก็ยินดีค่ะ" "ผมไม่รังเกียจเลย" พัชระยิ้ม "ตรงกันข้าม ผมรู้สึกเป็นเกียรติมาก" ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น "ท่านประธานคะ คุณกวินตราคะ" เป็นเสียงของเลขาของพัชระ "เข้ามาได้" พัชระตอบ เลขาเปิดประตูเข้ามา พร้อมกับเอกสารจำนวนหนึ่ง "ขอโทษที่รบกวนค่ะท่านประธาน มีเอกสารด่วนเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหม่ที่ต้องให้ท่านอนุมัติค่ะ" พัชระมองกวินตรา "ผมขอโทษนะที่ต้องขัดจังหวะ" "ไม่เป็นไรค่ะ" กวินตราบอก "ดิฉันกลับไปทำงานของดิฉันก่อนก็ได้" "เดี๋ยวก่อน" พัชระรั้งเธอไว้ "ผมอยากให้คุณอยู่ตรงนี้ด้วย" กวินตรายอมนั่งลงข้างๆ พัชระ เขาหยิบเอกสารมาให้เธอช่วยดู "อันนี้เป็นข้อเสนอจากคู่แข่งของเรา" พัชระชี้ไปที่หน้าหนึ่ง "ผมอยากได้ความเห็นของคุณ" กวินตรายกมือขึ้นลูบเอกสาร "ดูเหมือนว่าเขาจะเล่นไม่ซื่อนะคะท่านประธาน" "ผมก็คิดอย่างนั้น" พัชระกล่าว "แต่เราต้องหาหลักฐานให้ได้ก่อน" "ดิฉันจะช่วยดูให้เต็มที่ค่ะ" กวินตราบอก "ดิฉันจะตรวจสอบทุกอย่างให้ละเอียดที่สุด" บทสนทนาของทั้งคู่เปลี่ยนจากเรื่องส่วนตัวมาเป็นเรื่องงานอย่างรวดเร็ว แต่ถึงกระนั้น บรรยากาศก็ยังคงอบอุ่นและเต็มไปด้วยความเข้าใจ ทั้งคู่ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ราวกับเป็นทีมเดียวกันมานาน หลังจากพิจารณาเอกสารอยู่พักใหญ่ พัชระก็เงยหน้าขึ้นมามองกวินตรา "ผมรู้สึกโชคดีจริงๆ ที่มีคุณอยู่ข้างๆ" "เช่นกันค่ะท่านประธาน" กวินตราบอก "ดิฉันก็รู้สึกโชคดีมาก" "ต่อไปนี้... เรียกผมว่าพัชระ นะครับ" พัชระกล่าว "และผมจะเรียกคุณว่า กวินตรา" กวินตรายิ้มรับ "ได้ค่ะ พัชระ" "แล้วอันนา... คงจะเรียกคุณว่า 'แม่กวินตรา' ได้แล้วใช่ไหมครับ" พัชระถามอย่างมีความหวัง กวินตราชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า 'แม่กวินตรา' เธอหันไปมองพัชระที่กำลังมองเธออยู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความหวัง "ดิฉัน... ดิฉันยินดีค่ะ" เธอตอบเสียงแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความรู้สึก รอยยิ้มของพัชระปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขาแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะโอบกอดเธอ แต่ก็ยังคงยับยั้งตัวเองไว้ "ขอบคุณนะ กวินตรา" "ไม่เป็นไรค่ะ" กวินตราบอก "ดิฉันก็ดีใจที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้" บทสนทนาของทั้งคู่ดำเนินต่อไปอีกครู่หนึ่ง ก่อนที่เลขาจะเข้ามาแจ้งว่ามีผู้มาขอพบพัชระ "ใครมา" พัชระถาม "คุณวิชัยค่ะท่านประธาน" เลขาตอบ "จากบริษัทคู่แข่งของเรา" พัชระหันไปมองกวินตรา "เขาคงจะมาพร้อมกับแผนร้ายอีกแล้ว" "ดิฉันจะอยู่เป็นเพื่อนนะคะ" กวินตราบอก "ขอบคุณครับ" พัชระกล่าว "แต่คุณกลับไปทำงานของคุณก่อนก็ได้ ผมจัดการเองได้" "ไม่ค่ะ" กวินตราบอก "ดิฉันอยากอยู่เป็นกำลังใจให้คุณ" พัชระมองกวินตราด้วยความซาบซึ้ง เขาเดินนำเธอออกจากห้องทำงานไปยังห้องรับรองแขก เมื่อวิชัยเข้ามา เขาก็เห็นกวินตรายืนอยู่ข้างๆ พัชระ ใบหน้าของเขาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าให้เรียบเฉย "สวัสดีครับคุณพัชระ" วิชัยกล่าว "ผมมาเพื่อเจรจาข้อตกลงบางอย่าง" "ข้อตกลงอะไรครับ" พัชระถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ผมอยากจะขอซื้อกิจการของคุณ" วิชัยกล่าว "ผมเสนอราคาที่สูงมาก คุณจะได้มีชีวิตที่สุขสบายไปตลอดชีวิต" พัชระหัวเราะเบาๆ "คุณวิชัยครับ คุณคิดว่าผมจะขายธุรกิจที่ผมสร้างมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของผม ไปให้กับคนที่คิดจะทำลายผมอย่างคุณอย่างนั้นหรือ" "ผมก็แค่เสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้คุณ" วิชัยกล่าว "คุณจะได้ไม่ต้องลำบากอีกต่อไป" "ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองลำบาก" พัชระตอบ "ผมมีความสุขดีกับสิ่งที่ผมมี" "คุณแน่ใจเหรอครับ" วิชัยเลิกคิ้ว "คุณมีลูกสาวคนเดียวที่ต้องดูแลนะครับ" คำพูดของวิชัยทำให้กวินตราชะงัก เธอหันไปมองพัชระ แต่พัชระก็ยังคงสีหน้าเรียบเฉย "คุณวิชัยครับ" พัชระกล่าวเสียงเข้ม "ผมเตือนคุณแล้วนะ ว่าอย่าแตะต้องครอบครัวของผม" "ผมแค่พูดความจริง" วิชัยยังคงไม่ยี่หระ "คุณจะเอาตัวรอดไปได้อีกนานแค่ไหน" "ผมจะอยู่รอดได้นานเท่าที่ผมต้องการ" พัชระกล่าว "และคุณจะไม่มีวันได้ธุรกิจของผมไป" "ถ้าอย่างนั้น... เราก็คงต้องเจอกันอีก" วิชัยกล่าว พลางยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะเดินออกจากห้องไป หลังจากวิชัยไปแล้ว กวินตราก็หันไปหาพัชระ "เขาพูดจาดูถูกคุณเกินไป" "ผมชินแล้วครับ" พัชระถอนหายใจ "แต่ผมก็ขอบคุณที่คุณอยู่เป็นเพื่อนผม" "ไม่เป็นไรค่ะ" กวินตราบอก "ดิฉันอยากให้คุณรู้ว่า คุณไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว" พัชระมองกวินตราด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง เขาเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มของเธอเบาๆ "คุณคือกำลังใจที่สำคัญที่สุดของผม กวินตรา" กวินตรายิ้มรับ "และคุณก็เป็นกำลังใจของดิฉันเช่นกันค่ะ พัชระ"

5,552 ตัวอักษร