ตอนที่ 16 — รอยร้าวแห่งความไว้วางใจ
"คุณแน่ใจเหรอคะว่า... ว่าเราจะผ่านเรื่องนี้ไปได้จริงๆ" เสียงของชัญญาสั่นเครือขณะที่เธอนั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ในห้องรับแขกของคอนโดที่เงียบเหงา เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแสงไฟสลัวๆ ของเมืองยามค่ำคืน ราวกับเป็นกระจกสะท้อนความรู้สึกวุ่นวายในใจของเธอ
นภัทรนั่งลงข้างๆ เขาค่อยๆ เอื้อมมือไปกุมมือของเธอไว้ "ผมแน่ใจครับคุณชัญญา เราจะผ่านมันไปได้แน่นอน" เขากล่าวเสียงนุ่มนวล "เรามีกันและกันนะ"
ชัญญากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เธอปล่อยให้มันไหลรินอาบแก้ม "แต่ทุกอย่างมันพังไปหมดแล้วค่ะ บริษัทของเรา... ครอบครัวของเรา... ทุกอย่างมันดูเหมือนจะไม่มีทางแก้ไขได้อีกแล้ว" เธอพึมพำ "พ่อของดิฉัน... ทำไมท่านถึงทำแบบนี้ได้"
"ผมเข้าใจดีว่ามันยากลำบากมากแค่ไหน" นภัทรบีบมือเธอเบาๆ "แต่การจมอยู่กับอดีตหรือการโทษตัวเอง จะไม่ช่วยอะไรขึ้นมาเลย สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้คือการมองไปข้างหน้า และสู้ต่อไป"
"สู้ต่อไป... ด้วยอะไรคะ" ชัญญาถามอย่างสิ้นหวัง "เราแทบไม่เหลืออะไรเลย"
"เรายังมีกันและกัน" นภัทรเน้นย้ำ "และเรายังมีศักดิ์ศรีของความเป็นนักธุรกิจ เราจะสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ จากศูนย์ก็ได้"
"จากศูนย์..." ชัญญาทวนคำ เธอหลับตาลง พยายามนึกภาพอนาคตที่สดใสกว่านี้ แต่ภาพของวิศรุตที่ถูกใส่กุญแจมือ ยังคงติดตาเธออยู่ไม่ไปไหน ความรู้สึกผิดเล็กๆ น้อยๆ ผุดขึ้นมาในใจ แม้ว่าเธอจะรู้ว่าสิ่งที่เธอทำคือสิ่งที่ถูกต้อง แต่การต้องเผชิญหน้ากับผลลัพธ์ที่ตามมา มันก็หนักหนาเกินกว่าที่เธอจะรับไหว
"คุณชัญญาครับ" นภัทรเห็นเธอเงียบไป จึงเอ่ยเรียก "ผมรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่"
ชัญญาลืมตาขึ้น จ้องมองใบหน้าของเขา "คุณรู้?"
"ผมรู้ว่าคุณรู้สึกผิด" นภัทรกล่าว "แต่คุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ คุณเพียงแค่เปิดเผยความจริง และนำคนผิดมารับโทษ นี่คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว"
"แต่ถ้าดิฉันไม่ไปหาเอกสารเหล่านั้น..."
"ถ้าคุณไม่ไป คุณก็จะปล่อยให้เขาทำลายบริษัทของคุณไปเรื่อยๆ" นภัทรตัดบท "คุณก็จะต้องแบกรับภาระนี้ไปตลอดชีวิต คุณจะยอมให้มันเกิดขึ้นงั้นเหรอ?"
ชัญญาเงียบไป เธอรู้ว่าเขาพูดถูก แต่การยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย "แล้วเรื่องของคุณวิศรุตล่ะคะ" เธอถามเสียงเบา "เขาจะไม่มีวันให้อภัยดิฉันแน่ๆ"
"เรื่องนั้น... เราค่อยว่ากันอีกที" นภัทรตอบ "ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือบริษัทของเรา และตัวคุณเอง"
"แล้วเรื่องของเด็กๆ ล่ะคะ" ชัญญาถามขึ้นอย่างกะทันหัน "พวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป"
นภัทรรู้สึกประหลาดใจกับการเปลี่ยนหัวข้อของเธอ แต่ก็ตอบตามตรง "ผมจะดูแลพวกเขาให้ดีที่สุด ผมสัญญา"
"ขอบคุณค่ะ" ชัญญาพึมพำ เธอซบหน้าลงกับไหล่ของนภัทร รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาบ้าง "คุณคือคนที่อยู่เคียงข้างดิฉันจริงๆ"
"ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ" นภัทรกล่าว เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น
ทั้งสองนั่งเงียบๆ ปล่อยให้เวลาเยียวยาบาดแผลในใจ แม้ว่าความหวังจะริบหรี่ แต่ก็ยังมีแสงสว่างเล็กๆ ที่ปลายอุโมงค์ และแสงสว่างนั้น ก็คือการมีกันและกัน
ในวันรุ่งขึ้น ชัญญากับนภัทรได้เข้าพบทนายความเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ของบริษัท ทนายความแจ้งว่าบริษัทของพวกเขากำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่หลวง การที่วิศรุตถูกจับกุมได้ทำให้การดำเนินงานหลายอย่างหยุดชะงักลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการสำคัญที่กำลังจะเปิดตัว
"ผมเข้าใจดีว่าสถานการณ์มันเลวร้าย" ทนายความกล่าว "แต่เรายังมีโอกาสที่จะฟื้นฟูกิจการได้ หากเราสามารถหาแหล่งเงินทุนใหม่ และสามารถชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นได้"
"หาแหล่งเงินทุนใหม่?" ชัญญาถาม "จากที่ไหนคะ ในเมื่อตอนนี้เราไม่มีอะไรเหลือแล้ว"
"ผมได้ทำการติดต่อกับนักลงทุนบางรายไว้แล้ว" ทนายความตอบ "แต่พวกเขาก็ยังลังเลที่จะลงทุนในบริษัทที่กำลังมีปัญหา"
"เราต้องทำอะไรบ้างคะ" นภัทรถาม "เพื่อให้พวกเขาเชื่อมั่นในตัวเรา"
"พวกคุณต้องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหา และมีแผนการธุรกิจที่ชัดเจน" ทนายความอธิบาย "และที่สำคัญที่สุด คือต้องแสดงให้เห็นว่า โครงการที่จะเปิดตัวนั้น มีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จ และสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างมหาศาล"
ชัญญาและนภัทรแลกสายตากัน พวกเขารู้ดีว่านี่เป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ แต่พวกเขาก็พร้อมที่จะสู้
"เราจะทำทุกวิถีทาง" ชัญญากล่าวเสียงหนักแน่น "เพื่อกอบกู้บริษัทของเรากลับคืนมา"
นภัทรพยักหน้าเห็นด้วย "เราจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น ว่าเราคู่ควรกับความไว้วางใจของพวกเขา"
หลังจากออกจากสำนักงานทนายความ ชัญญากับนภัทรก็กลับมายังออฟฟิศร้างของบริษัท ภาพของพนักงานที่เคยทำงานอย่างขยันขันแข็งบัดนี้ได้กระจัดกระจายไปหมดแล้ว บรรยากาศในออฟฟิศเต็มไปด้วยความเงียบเหงาและอ้างว้าง
"ดูสิคะ" ชัญญากล่าวเสียงเศร้า "เราเคยมีทุกอย่างที่นี่"
"เราจะสร้างมันขึ้นมาใหม่" นภัทรยืนยัน "ผมจะช่วยคุณ"
"แต่คุณก็มีภาระหน้าที่ของตัวเอง" ชัญญากล่าว "คุณไม่จำเป็นต้องมาแบกรับเรื่องของดิฉัน"
"ผมอยากช่วยคุณ" นภัทรตอบ "และผมก็เชื่อมั่นในตัวคุณ"
ชัญญามองใบหน้าของนภัทร เธอเห็นความจริงใจในแววตาของเขา ความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อเขาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ แต่ก็มั่นคง
"ขอบคุณนะคะ" เธอพูด "ขอบคุณจริงๆ"
"เรามาเริ่มงานกันเถอะ" นภัทรกล่าว "ผมมีไอเดียบางอย่างเกี่ยวกับแผนการธุรกิจของเรา"
ทั้งสองเริ่มทำงานกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พวกเขาใช้เวลาหลายวันหลายคืน วางแผนธุรกิจใหม่ ปรับปรุงแผนงานเดิม และติดต่อกับนักลงทุนรายใหม่ ท่ามกลางความกดดันและความสิ้นหวัง ชัญญากับนภัทรก็ค่อยๆ พบเจอกับประกายแห่งความหวังที่ส่องประกายขึ้นมา
4,331 ตัวอักษร