ตอนที่ 34 — กุญแจดอกสุดท้ายและการผนึก
"แล้วก็... กุญแจดอกนี้... ดูเหมือนจะเป็น..." คิงทวนคำพูดของตัวเองอีกครั้ง เขาก้มลงมองแผ่นหินจารึกที่อาจารย์สมศักดิ์ถืออยู่ พลางใช้นิ้วชี้ลากไปตามสัญลักษณ์โบราณบนแผ่นหินนั้น ลวดลายที่ดูเหมือนจะไร้ความหมายก่อนหน้านี้ บัดนี้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาในความคิดของเขา มันเชื่อมโยงกับภาพวาดในหนังสือบันทึกของต้นซากุระอย่างน่าประหลาด
"มันคืออะไร คิง?" นานาถาม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นที่จะไขปริศนาที่อยู่ตรงหน้า "บอกเราสิ!"
"มัน... มันเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่บอกถึงการรวมกันของพลัง" คิงตอบ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่แผ่นหิน "การรวมกันของพลังจากกล่องทั้งสองใบ และพลังจาก... ต้นซากุระเอง"
อาจารย์สมศักดิ์พยักหน้าช้าๆ "ถูกต้องแล้วคิง บันทึกของต้นซากุระเล่มนี้ และแผ่นหินจารึกนี้... มันคือคู่มือในการรักษาความสมดุลของโลกใบนี้" ท่านเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มยามเย็น "เราอาจจะมาถึงจุดที่สำคัญที่สุดแล้ว"
ลีโอหันไปมองร่างของชายปริศนาที่ยังคงนั่งหอบหายใจอยู่ริมลำธาร "แล้วเขาคนนั้นล่ะครับ อาจารย์? เขาจะทำยังไงต่อ?"
"เขา... เขาคงจะไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว" อาจารย์สมศักดิ์ถอนหายใจเบาๆ "เขาได้เผชิญหน้ากับผลของการกระทำของตัวเองแล้ว"
ชายปริศนาเงยหน้าขึ้นมองพวกเขา ดวงตาของเขาฉายแววเหนื่อยอ่อนและยอมแพ้ "พวกแก... พูดถูก" เสียงของเขาแหบพร่า "ข้า... ข้าคิดว่าข้าจะใช้พลังนี้... เพื่อให้คนที่ข้ารัก... กลับมา"
"ใครคือคนที่ท่านรัก?" นานาถามด้วยความรู้สึกสงสารระคนสงสัย
"ภรรยาของข้า... นางจากไปเมื่อหลายปีก่อน" ชายปริศนาพูดพลางก้มหน้ามองมือที่สั่นเทา "ข้าพยายามหาทางทุกวิถีทาง... จนกระทั่งข้ามาพบกับบันทึกโบราณที่บอกเล่าถึงเรื่องนี้... ข้าคิดว่านี่คือโอกาสเดียวของข้า"
"แต่พลังแห่งนี้... มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะควบคุมได้โดยง่าย" อาจารย์สมศักดิ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "มันอาจจะนำมาซึ่งความหายนะมากกว่าสิ่งใด"
"ข้ารู้แล้ว... ข้ารู้แล้ว" ชายปริศนาพึมพำ "ข้า... ข้าผิดไปแล้ว"
คิงค่อยๆ วางหนังสือบันทึกของต้นซากุระลง แล้วเดินเข้าไปหาชายปริศนาอย่างช้าๆ "เราเข้าใจความรู้สึกของท่านนะครับ" คิงพูด "แต่การทำเช่นนี้... มันจะสร้างปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิม"
"เจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร?" ชายปริศนาถาม "ข้า... ข้าไม่เหลืออะไรแล้ว"
"ท่านยังเหลือโอกาสที่จะแก้ไข" คิงยื่นมือออกไป "มาช่วยเราผนึกประตูนี้กันเถอะ"
ชายปริศนาเงยหน้าขึ้นมองมือของคิงด้วยความประหลาดใจ เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ วางกล่องไม้โบราณลงข้างตัว แล้วใช้มือที่สั่นเทาของเขาเอื้อมมือไปจับมือของคิง
"ข้า... จะช่วย"
เมื่อมือของทั้งสองสัมผัสกัน สัญลักษณ์บนแผ่นหินจารึกก็เริ่มเปล่งแสงเรืองรองขึ้น แสงนั้นสว่างวาบราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว
"อาจารย์ครับ! นานา! ลีโอ!" คิงตะโกน "พวกเราต้องทำพร้อมกัน!"
อาจารย์สมศักดิ์รีบหยิบแผ่นหินจารึกขึ้นมา นานาและลีโอรีบเดินเข้ามาใกล้ พวกเขายืนล้อมวงรอบคิง ชายปริศนา และแผ่นหินจารึก
"ตามสัญลักษณ์ในบันทึก" อาจารย์สมศักดิ์กล่าว "เราต้องวางกล่องทั้งสองใบไว้บนแผ่นหิน แล้วตั้งจิตอธิษฐานให้ประตูนั้นปิดลง"
คิงและชายปริศนาค่อยๆ หยิบกล่องไม้โบราณทั้งสองใบขึ้นมา วางมันลงบนแผ่นหินจารึกที่กำลังเรืองแสง แสงจากสัญลักษณ์บนหินส่องกระทบกล่องไม้ ทำให้ลวดลายบนกล่องนั้นดูราวกับมีชีวิต
"หลับตาลง" อาจารย์สมศักดิ์ออกคำสั่ง "แล้วตั้งจิตให้แน่วแน่... คิดถึงความสงบสุข... คิดถึงการปิดผนึกสิ่งชั่วร้าย"
ทุกคนหลับตาลง ลมหายใจของพวกเขาเริ่มเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงน้ำตกที่เคยดังกลบทุกสิ่ง บัดนี้กลับเบาลง ราวกับธรรมชาติกำลังกลั้นหายใจรอคอย
ภาพในจินตนาการของคิงเริ่มปรากฏขึ้น เขาเห็นประตูบานใหญ่ที่กำลังค่อยๆ ปิดลง เปลวไฟสีดำที่เคยคุกรุ่นอยู่รอบประตูนั้น เริ่มมอดไหม้ และความมืดมิดที่พยายามจะคืบคลานเข้ามา ก็ถูกผลักกลับออกไป
นานารู้สึกถึงพลังงานอันอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในตัวเธอ มันเหมือนกับแสงสว่างที่ค่อยๆ ขับไล่ความหนาวเย็นออกไป
ลีโอสัมผัสได้ถึงความเข้มแข็งที่เพิ่มพูนขึ้นในตัวเขา เขารู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเขาเอง
อาจารย์สมศักดิ์รู้สึกถึงความเบาบางของภาระที่แบกมาตลอด ท่านเห็นภาพความสงบสุขกลับคืนสู่โรงเรียนและความทรงจำของท่าน
แม้แต่ชายปริศนาก็สัมผัสได้ถึงความสงบที่เข้ามาแทนที่ความสิ้นหวังในหัวใจของเขา เขาภาวนาให้การกระทำของเขานำมาซึ่งการไถ่บาป
แสงที่เปล่งประกายจากแผ่นหินจารึกค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้น จนสว่างจ้าไปทั่วบริเวณนั้น เสียงฮัมที่เคยแผ่วเบา บัดนี้ดังขึ้นเป็นจังหวะที่หนักแน่น และทรงพลัง
ทันใดนั้นเอง เสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้น ราวกับโลกกำลังสั่นสะเทือน ลมพัดแรงจนกิ่งไม้รอบตัวพวกเขาสั่นไหว
เมื่อแสงสว่างเริ่มจางหายไป พวกเขาลืมตาขึ้น ภาพเบื้องหน้าทำให้ทุกคนต้องเบิกตากว้าง
3,845 ตัวอักษร