CEO แห่งยุโรปเหนือ ค้นหาใจในสยาม

ตอนที่ 7 / 47

ตอนที่ 7 — ความหวังใหม่ในแปลงนาเก่า

"…จนกระทั่งได้เรียนรู้ถึงหลักการเกษตรอินทรีย์ และได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่งเมื่อเราเลิกใช้สารเคมี" ลุงสมชายกล่าวต่อ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "แรกๆ ก็ไม่ง่ายนะครับ คุณอันนา ตอนแรกชาวบ้านก็กลัวว่าผลผลิตจะน้อยลง กลัวว่าจะขาดทุน แต่พอเราเริ่มปรับตัว เรียนรู้ และได้รับความร่วมมือจากบริษัทของคุณอันนา ผลผลิตก็ดีขึ้น สุขภาพของคนในชุมชนก็ดีขึ้น แถมยังมีรายได้เพิ่มจากการขายวัตถุดิบอินทรีย์ให้กับสยาม ไบโอ-เทค นี่อีกด้วย" อเล็กซานเดอร์ พยักหน้าอย่างตั้งใจ เขาเหลือบมองไปยังอันนาซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ดวงตาของเธอมุ่งมั่นและเปี่ยมไปด้วยความหวัง "การที่ท่านสามารถนำพาชุมชนให้เปลี่ยนแปลงมาสู่แนวทางที่ยั่งยืนได้เช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่องอย่างยิ่งครับ" อเล็กซานเดอร์กล่าว "ในยุโรปเอง การผลักดันให้เกษตรกรเปลี่ยนมาสู่เกษตรอินทรีย์ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน มักจะมีอุปสรรคเรื่องต้นทุนและความเคยชินกับวิธีการแบบเดิมๆ" "มันต้องใช้เวลาและความเข้าใจครับคุณอเล็กซานเดอร์" อันนาเสริม "ที่นี่เราไม่ได้มองว่าเกษตรกรเป็นแค่ผู้ผลิตวัตถุดิบ แต่เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวสยาม ไบโอ-เทค เราจึงต้องดูแลเอาใจใส่ และให้ความรู้ควบคู่กันไป เราจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการจัดการดิน การเพาะปลูกแบบอินทรีย์ การควบคุมศัตรูพืชโดยวิธีธรรมชาติ และที่สำคัญคือ การบริหารจัดการการเงินและวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของเรา" "และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ การสร้างความเชื่อมั่น" ลุงสมชายแทรกขึ้น "คุณอันนาเคยมานั่งคุยกับพวกเราบ่อยๆ แกอธิบายให้เห็นภาพว่า ถ้าเราทำเกษตรอินทรีย์ ผลผลิตที่ได้จะปลอดภัยกว่า มีคุณค่ามากกว่า และที่สำคัญคือ สิ่งแวดล้อมจะดีขึ้น ลูกหลานเราจะได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ตอนแรกๆ ก็มีคนสงสัย แต่พอเห็นแปลงนาของแกที่เริ่มทำอินทรีย์ก่อน แล้วผลผลิตดีขึ้นเรื่อยๆ คนอื่นๆ ก็เริ่มหันมาทำตาม" อเล็กซานเดอร์ มองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง เขาเห็นแปลงนาสีเขียวขจีสลับกับสวนผลไม้ที่ดูอุดมสมบูรณ์ "ผมสัมผัสได้ถึงความภาคภูมิใจในตัวงานของพวกคุณนะครับ" เขาเอ่ย "มันไม่ใช่แค่การทำธุรกิจ แต่เป็นการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน" "นั่นคือหัวใจของสยาม ไบโอ-เทค ค่ะ" อันนาตอบด้วยรอยยิ้ม "เราเชื่อว่าธุรกิจที่ยั่งยืนจริงๆ ต้องเติบโตไปพร้อมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เติบโตบนความเสียหายของสิ่งเหล่านั้น" บทสนทนาดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่ อเล็กซานเดอร์ได้ซักถามถึงรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการผลิต การเก็บเกี่ยว การแปรรูปเบื้องต้น และระบบการขนส่งวัตถุดิบอินทรีย์มายังโรงงานชีวมวล ลุงสมชายและอันนาได้อธิบายอย่างละเอียด พร้อมทั้งเล่าถึงความท้าทายต่างๆ ที่เคยเจอ เช่น ปัญหาภัยแล้ง โรคระบาดในพืชผล หรือการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาด แต่พวกเขาก็สามารถปรับตัวและก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้นมาได้ด้วยการทำงานร่วมกัน "ผมได้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นมากครับ" อเล็กซานเดอร์กล่าวขณะลุกขึ้นยืน "การได้มาเห็นวิถีชีวิตของพวกคุณ ได้เห็นความตั้งใจจริงในการพัฒนา และได้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมเช่นนี้ ทำให้ผมมั่นใจในศักยภาพของสยาม ไบโอ-เทค มากยิ่งขึ้น" "ขอบคุณค่ะคุณอเล็กซานเดอร์" อันนากล่าว "หวังว่าการมาเยือนครั้งนี้ จะทำให้คุณอเล็กซานเดอร์มองเห็นโอกาสในการร่วมงานกับเราในระยะยาว" "แน่นอนครับ" อเล็กซานเดอร์ตอบ ดวงตาของเขาสบประสานกับอันนา "ผมเชื่อว่า ด้วยวิสัยทัศน์และแนวทางการทำงานของพวกเรา จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวในประเทศไทย และอาจรวมไปถึงภูมิภาคนี้ได้" ก่อนที่พวกเขาจะเดินทางกลับ ลุงสมชายได้มอบตะกร้าผลไม้สดที่เพิ่งเก็บเกี่ยวจากสวนของเขาให้อเล็กซานเดอร์ "นี่ครับ คุณอเล็กซานเดอร์ ผลไม้จากสวนอินทรีย์ของเรา ลองชิมดูนะครับ รับรองว่าอร่อยและปลอดภัยแน่นอน" "ขอบคุณมากครับคุณสมชาย" อเล็กซานเดอร์รับตะกร้ามาด้วยความยินดี "ผมจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงการมาเยือนชุมชนที่น่ารักแห่งนี้" เมื่อรถลีมูซีนเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของชาวบ้านที่ออกมาส่ง อันนาหันไปมองอเล็กซานเดอร์ที่กำลังมองออกไปนอกหน้าต่าง ด้วยสีหน้าครุ่นคิด "คุณอเล็กซานเดอร์คิดอย่างไรบ้างคะ" เธอถามอย่างระมัดระวัง อเล็กซานเดอร์หันมามองอันนา "ผมประทับใจมากอันนา" เขาเอ่ย "ผมเห็นถึงความทุ่มเทของคุณ และเห็นถึงความเข้มแข็งของชุมชนแห่งนี้ มันเป็นมากกว่าแค่ธุรกิจพลังงาน แต่เป็นการสร้างสังคมที่ยั่งยืนจริงๆ" "นั่นคือสิ่งที่ดิฉันพยายามทำมาตลอดค่ะ" อันนาตอบ "แต่ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องทำอีกมาก" "ผมเชื่อว่าคุณจะทำได้" อเล็กซานเดอร์กล่าว "และผมก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเดินทางครั้งนี้ของสยาม ไบโอ-เทค" คำพูดของเขาทำให้อันนายิ้มกว้าง เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวังและความมุ่งมั่น ราวกับว่าสิ่งแวดล้อมที่เคยตึงเครียดระหว่างพวกเขากำลังค่อยๆ ละลายหายไป พร้อมกับแสงอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังจะลับขอบฟ้า

3,942 ตัวอักษร