ตอนที่ 10 — ความลับของกระดาษแผนที่
"ท่านต้องการจะขายอาวุธสงครามใช่หรือไม่?" อารยาถามเสียงเฉียบขาด "อาวุธที่ถูกผลิตขึ้นอย่างลับๆ โดยใช้ทรัพยากรของแผ่นดินไปเป็นวัตถุดิบ?"
ขุนพิชัยหน้าถอดสีจนแทบจะกลืนหายไปกับผืนผ้าที่เขาสวมใส่ ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ท้องพระโรงอย่างหวาดระแวง ราวกับกำลังมองหาทางหนีทีไล่ เขาเม้มปากแน่น ไม่ยอมเอ่ยคำใดออกมา
พระเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรไปยังขุนพิชัยด้วยความกริ้วอย่างเห็นได้ชัด "ขุนพิชัย จงตอบคำถามของหญิงผู้นี้มา บัดนี้! เจ้ากำลังปองร้ายต่อราชอาณาจักรของเราอย่างไร?"
"กระหม่อม... กระหม่อมเพียงแต่... ต้องการจะ... ทำให้บ้านเมืองเราแข็งแกร่งขึ้นพ่ะย่ะค่ะ" ขุนพิชัยกล่าวเสียงสั่นเครือ พยายามหาข้ออ้างที่ฟังดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ "อาวุธเหล่านั้น... หากเรามีไว้ในครอบครอง... เราก็จะสามารถต่อกรกับศัตรูจากต่างแดนได้..."
"แข็งแกร่งขึ้นด้วยการขายสมบัติของแผ่นดินให้แก่ศัตรู?" หลวงเทพฤทธิ์เอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน "แผนการของเจ้านั้นน่ารังเกียจยิ่งกว่าสิ่งใด! เจ้ากำลังนำพาความวิบัติมาสู่แผ่นดิน เพียงเพราะความโลภของเจ้า!"
"ไม่จริง! กระหม่อมไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง!" ขุนพิชัยตะโกนเสียงดัง "กระหม่อมทำไปเพราะ... เพราะข้าเห็นถึงภัยอันตรายที่กำลังจะมาถึง..."
"ภัยอันตรายอันใด?" อารยาถามต่อทันที "เจ้าหมายถึงการที่ชาติตะวันตกจะยกทัพมาโจมตีเราอย่างที่เจ้าได้ยินข่าวลือมาหรือไม่? หากเป็นเช่นนั้นจริง การขายอาวุธให้พวกนั้นเท่ากับเป็นการส่งเสริมให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น และเป็นภัยต่อเรามากกว่าเดิมเสียอีก!"
"เจ้าเข้าใจผิดแล้ว!" ขุนพิชัยพยายามแก้ต่าง "กระดาษแผ่นนั้น... มันคือ... มันคือแผนที่เส้นทางค้าที่ปลอดภัยที่สุด! หากเราสามารถค้าขายกับพวกเขาได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางที่เอาเปรียบเรา..."
"เส้นทางค้าที่ปลอดภัยที่สุด?" เสนาบดีการคลังเอ่ยเสียงเย็น "แล้วเหตุใดเจ้าจึงต้องปิดบังเรื่องนี้ไว้? เหตุใดเจ้าจึงต้องแอบลักลอบขนสินค้าออกไป? และเหตุใดเจ้าจึงต้องพยายามใส่ร้ายหลวงเทพฤทธิ์?"
"ข้า... ข้า... เกรงว่าคนอื่นจะไม่เข้าใจ" ขุนพิชัยอ้าง "และ... และหลวงเทพฤทธิ์... ท่านมักจะคัดค้านการค้าขายกับชาวตะวันตกเสมอ... กระหม่อมคิดว่า... หากท่านไม่อยู่ตรงนี้... การดำเนินการทุกอย่างจะง่ายขึ้น..."
"ง่ายขึ้นสำหรับเจ้าที่จะโกงกินบ้านเมืองใช่หรือไม่?" หลวงเทพฤทธิ์ตอกกลับ เขาไม่เชื่อคำแก้ตัวของขุนพิชัยแม้แต่น้อย
พระเจ้าอยู่หัวทรงนิ่งฟังการโต้เถียงของทุกคนอย่างเงียบๆ สีพระพักตร์ของพระองค์ยังคงเคร่งขรึม "ขุนพิชัย... เจ้ากล่าวอ้างว่ากระดาษแผ่นนั้นคือแผนที่เส้นทางค้า... แต่ในเอกสารที่หลวงเทพฤทธิ์นำมานั้น มีหลักฐานการติดต่อกับชาวตะวันตกเพื่อส่งมอบอาวุธสงครามให้แก่พวกเขา... ซึ่งมันขัดแย้งกับสิ่งที่เจ้ากล่าวอ้างเป็นอย่างยิ่ง"
"พ่ะย่ะค่ะ... เป็นไปได้ว่า... กระดาษแผ่นนั้น... อาจจะมีสองด้าน" อารยาเสริมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว "ด้านหนึ่งอาจเป็นแผนที่เส้นทางค้าจริงดังที่ขุนพิชัยกล่าวอ้าง แต่ในขณะเดียวกัน... อีกด้านหนึ่ง... อาจจะเป็นแผนการส่งมอบอาวุธให้แก่พวกเขา..."
ขุนพิชัยถึงกับสะดุ้ง เขาเหลือบมองอารยาด้วยความหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด "เจ้า... เจ้าเห็น... เห็นมันได้อย่างไร?"
"ข้าเห็นมันตอนที่พวกเราเข้าตรวจค้นโกดังร้าง" อารยาตอบอย่างมั่นคง "มันถูกพับซ่อนไว้อย่างแนบเนียน... แต่ด้วยความรู้เรื่องเทคนิคการพิมพ์และกระดาษที่ข้ามี... ข้าจึงสามารถสังเกตเห็นความผิดปกติได้..."
"เทคนิคการพิมพ์? กระดาษ?" พระเจ้าอยู่หัวทรงเอ่ยคำเหล่านั้นด้วยความสงสัย "หญิงผู้นี้... นางเป็นผู้ใดกันแน่?"
หลวงเทพฤทธิ์รีบกราบทูล "พ่ะย่ะค่ะ ทูลพระกรุณา... อารยาผู้นี้... นางมีความรู้ความสามารถในหลายๆ ด้านอย่างน่าอัศจรรย์... นางสามารถอ่านอักษรของชาวตะวันตกได้อย่างคล่องแคล่ว... นางมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่เกินกว่าสามัญชนทั่วไปจะพึงทราบ... และที่สำคัญ... นางได้ช่วยเหลือพวกกระหม่อมในการคลี่คลายคดีนี้มาโดยตลอด..."
"แต่ที่มาที่ไปของนาง... นางเป็นใคร... มาจากไหน... ดูเหมือนจะไม่มีใครทราบแน่ชัด" เสนาบดีการคลังกล่าวเสริม "แต่นางก็แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีต่อแผ่นดิน และปัญญาสามารถอันเป็นที่ประจักษ์"
พระเจ้าอยู่หัวทรงพิจารณาอารยาอย่างลึกซึ้ง พระองค์ทรงเห็นประกายแห่งความเฉลียวฉลาดในดวงตาของนาง และทรงสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่นางมีต่อแผ่นดิน "ช่างเป็นเรื่องที่น่าทึ่งเสียจริง... ความสามารถของเจ้า... มันช่างเหนือธรรมดา... เอาเถิด... หากเจ้าได้ช่วยเหลือแผ่นดินของเรา... เราก็ย่อมขอบใจเจ้า"
"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ" อารยาถวายความเคารพด้วยใจที่ยังคงเต้นระรัว
"ขุนพิชัย" พระเจ้าอยู่หัวตรัสต่อ "ความผิดของเจ้ามีมากมายเหลือเกิน... การยักยอกทรัพย์แผ่นดิน... การคบคิดกับชาวต่างชาติเพื่อขายอาวุธ... การใส่ร้ายขุนนางผู้ซื่อสัตย์... และบัดนี้... การโกหกต่อเบื้องพระพักตร์ของเรา... เจ้าจะให้การอย่างไร?"
ขุนพิชัยทรุดตัวลงคุกเข่า น้ำตาไหลพราก "กระหม่อม... กระหม่อมสมควรตายพ่ะย่ะค่ะ... โปรดทรงเมตตา... โปรดลดหย่อนโทษให้กระหม่อมด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ..."
"ความผิดของเจ้าถึงขั้นประหารชีวิต" พระเจ้าอยู่หัวตรัสเสียงเฉียบขาด "แต่... เนื่องจากเจ้าได้สารภาพผิด และยอมรับว่าถูกความโลภครอบงำ... เราจะให้โอกาสเจ้า... เจ้าจะต้องชดใช้ความผิดด้วยการนำพาเราไปสู่ที่ซ่อนอาวุธที่เจ้าผลิตขึ้นอย่างลับๆ... และต้องเปิดเผยผู้ที่อยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมดนี้... หากเจ้าให้ความร่วมมือ... เราอาจจะพิจารณาโทษของเจ้าใหม่"
ขุนพิชัยเงยหน้าขึ้นมองพระเจ้าอยู่หัวด้วยความหวัง "จริงหรือพ่ะย่ะค่ะ? หากกระหม่อมให้ความร่วมมือ... โทษของกระหม่อมจะลดลงจริงหรือ?"
"หากเจ้าให้ความร่วมมืออย่างจริงใจ และไม่คิดหลอกลวงอีก... เราจะพิจารณา" พระเจ้าอยู่หัวตรัสเน้นย้ำ "แต่หากเจ้ายังคงปิดบัง หรือคิดหนี... โทษประหารชีวิตก็ยังคงรอเจ้าอยู่"
"กระหม่อม... กระหม่อมจะให้ความร่วมมือพ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมจะพาไป! จะบอกทุกอย่าง!" ขุนพิชัยร้องลั่น เขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตรอด
"ดี" พระเจ้าอยู่หัวทรงพยักหน้า "หลวงเทพฤทธิ์... เสนาบดีการคลัง... จงดูแลขุนพิชัยให้ดี... และเตรียมกำลังทหารไว้ให้พร้อม... เราจะออกเดินทางในทันที"
"พ่ะย่ะค่ะ" หลวงเทพฤทธิ์และเสนาบดีการคลังรับคำ
อารยามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยใจที่โล่งอก เธอรู้สึกยินดีที่ความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย และผู้ที่กระทำผิดกำลังจะได้รับโทษ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมดนี้กันแน่? และการกระทำของขุนพิชัยนั้น มีเพียงความโลภส่วนตัว หรือมีเบื้องหลังที่ซับซ้อนกว่านั้น?
5,238 ตัวอักษร