หวนรักร่ายมนตรา ณ อยุธยา

ตอนที่ 1 / 49

ตอนที่ 1 — หมอหญิงลึกลับกับองค์ชายประชวร

สายลมเอื่อยๆ พัดพาเอากลิ่นอายบางเบาของดอกปีบและสายน้ำเจ้าพระยามาแตะปลายจมูก คุณหญิงบุษบาห์ หรือที่ในหมู่ผู้ใกล้ชิดเรียกขานกันว่า ‘หมอผี’ ลืมตาขึ้นช้าๆ เปลือกตาที่เคยขุ่นมัวจากพิษไข้เริ่มแจ่มใสขึ้น ร่างกายที่เคยอ่อนปวกเปียกราวกับต้นไม้ไร้น้ำเลี้ยง บัดนี้กลับมีเรี่ยวแรงพอจะทรงตัวนั่งพิงหมอนอิงใบโตได้แล้ว นางกวาดตามองไปรอบห้องบรรทมที่ตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่า แต่กลับให้ความรู้สึกอึดอัดและเย็นเยียบจนน่าขนลุก ไม่เหมือนกระท่อมปลายนาที่นางจากมา ที่ซึ่งเต็มไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นสมุนไพรหอมกรุ่น “ท่านหญิงฟื้นแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ” เสียงทุ้มห้าวของขุนนางวัยกลางคนดังขึ้นมา น้ำเสียงนั้นบ่งบอกถึงความประหลาดใจระคนไม่เชื่อสายตา คุณหญิงบุษบาห์หันไปมองเจ้าของเสียง ชายผู้นั้นสวมชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มปักลายพะยูง ใบหน้าคมสันมีหนวดเคราบางๆ ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเคารพ “ขอบคุณท่านขุน” นางตอบเสียงแหบพร่า “ที่นี่ที่ใดหรือพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้สึกว่าตนเอง... มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” ขุนนางผู้นั้นเดินเข้ามาใกล้ ก้มศีรษะลงเล็กน้อย “ที่นี่คือพระราชวังหลวง กรุงศรีอยุธยา พ่ะย่ะค่ะ ท่านหญิงสลบไปเมื่อสองวันก่อน พอดีกับที่องค์ชายบุรินทร์ประชวรหนัก หมอหลวงทั่วพระราชสำนักต่างก็สิ้นปัญญา แต่จู่ๆ ท่านหญิงก็ฟื้นขึ้นมาพร้อมอาการป่วยที่หายไปอย่างน่าอัศจรรย์” เขาเว้นจังหวะ “และเมื่อเช้านี้เอง องค์ชายท่านก็มีอาการดีขึ้นอย่างไม่คาดฝาเช่นกัน” คุณหญิงบุษบาห์ขมวดคิ้ว “องค์ชาย... ประชวรหนักหรือพ่ะย่ะค่ะ” นางทวนคำ พลางนึกถึงภาพใบหน้าซีดเซียวเย็นเฉียบของบุรุษหนุ่มที่นางแอบมองผ่านม่านที่กั้นไว้เมื่อคืนนี้ องค์ชายบุรินทร์ องค์รัชทายาทผู้เลื่องลือเรื่องความเย็นชาและเด็ดขาด ดุจน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย “ใช่พ่ะย่ะค่ะ” ขุนนางผู้นั้นตอบ “อาการขององค์ชายเหมือนถูกของ... บอกไม่ถูก ไม่มีใครในแผ่นดินที่จะรักษาได้ นอกจากท่านหญิง” “กระหม่อมเพียงใช้สมุนไพรพื้นบ้านตามตำราของย่าเท่านั้น หาใช่หมอผีหมอวิเศษอันใดไม่” คุณหญิงบุษบาห์รีบปฏิเสธ นางรู้ดีว่าวิชาที่นางร่ำเรียนมานั้นไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้ง่ายๆ การกล่าวอ้างว่าตนเองมีพลังพิเศษ อาจนำมาซึ่งความเดือดร้อนได้ “แต่... ฝีมือของท่านหญิงนั้นเหนือกว่าหมอหลวงทั้งปวง” ขุนนางผู้นั้นยังคงยืนกราน “หลังจากนี้ ท่านหญิงก็ต้องพำนักอยู่ในพระราชวังแห่งนี้ เพื่อถวายการรักษาองค์ชายต่อไป” “ถวายการรักษา...” คุณหญิงบุษบาห์พึมพำกับตัวเอง “กระหม่อม... ยอมรับ” นางตอบตกลง แม้จะยังสับสนกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อร่างของนางแข็งแรงขึ้นอีกนิด ขุนนางผู้นั้นก็พานางไปยังตำหนักขององค์ชายบุรินทร์ หัวใจของนางเต้นระรัวขึ้นทุกขณะที่ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ตำหนักที่สถิตของรัชทายาทผู้เย็นชา “ถวายพระพรองค์ชาย” ขุนนางผู้นั้นกล่าวเมื่อเปิดประตูเข้าไป “หมอหลวงบุษบาห์ มาถวายการตรวจตามพระบัญชา” ร่างสูงสง่าขององค์ชายบุรินทร์ประทับอยู่บนพระแท่นบรรทม ใบหน้าของพระองค์ดูดีขึ้นกว่าเมื่อคืนอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงซีดเซียวและแฝงไว้ด้วยความอ่อนเพลีย ดวงพระเนตรสีนิลฉายประกายเย็นชาทอดมองมายังคุณหญิงบุษบาห์ นางรีบก้มหน้าลงหมอบกราบด้วยความนอบน้อม “ลุกขึ้นเถิด” เสียงขององค์ชายดังขึ้น เรียบเฉย ไร้อารมณ์ “เมื่อวานนี้ เจ้าทำให้เราประหลาดใจ” “กระหม่อมเพียงทำหน้าที่ของตนเองพ่ะย่ะค่ะ” คุณหญิงบุษบาห์ตอบ พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น “หน้าที่ของเจ้าคือการรักษาเรา” องค์ชายบุรินทร์ตรัสย้ำ “บอกมาสิ ว่าเจ้าใช้สิ่งใดรักษาเรา” คุณหญิงบุษบาห์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “กระหม่อม... ใช้ยาตำรับโบราณของตระกูลพ่ะย่ะค่ะ เป็นยาสมุนไพรที่สกัดจาก... พืชพันธุ์หายาก” “พืชพันธุ์หายาก?” องค์ชายเลิกพระขนงเล็กน้อย “มีสิ่งใดผิดปกติในตัวเราหรือไม่” “มีบางอย่าง... ที่ไม่ใช่อาการป่วยธรรมดาพ่ะย่ะค่ะ” คุณหญิงบุษบาห์เลือกที่จะเลี่ยงตอบตรงๆ “เป็นดุจเงาแห่งโรคที่เกาะกินพระวรกาย ทำให้พระองค์อ่อนแอลงทุกขณะ” “เงาแห่งโรค...” องค์ชายบุรินทร์ทรงพยักพระพักตร์ช้าๆ ทรงครุ่นคิด “เจ้าแน่ใจหรือ ว่าเจ้าสามารถขับไล่มันออกไปได้” “กระหม่อมจะพยายามอย่างสุดความสามารถพ่ะย่ะค่ะ” คุณหญิงบุษบาห์ตอบเต็มเสียง “ดี” องค์ชายบุรินทร์ตรัส “เจ้าจงประจำอยู่ที่ตำหนักนี้ คอยดูแลเราต่อไป ขุนนางคนนี้จะเป็นผู้ดูแลความสะดวกของเจ้า” พระองค์ทรงผายพระหัตถ์ไปยังขุนนางผู้นั้น “หากเจ้าทำให้เราผิดหวัง... ผลจะเป็นเช่นไร เจ้าคงคาดเดาได้” คำขู่ที่แฝงมานั้นเย็นเยียบจนคุณหญิงบุษบาห์รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงไขสันหลัง นางก้มลงกราบอีกครั้ง “กระหม่อมจะไม่ทำให้ทรงผิดหวังพ่ะย่ะค่ะ” เมื่อการสนทนาสิ้นสุดลง ขุนนางผู้นั้นก็พาคุณหญิงบุษบาห์ออกมาจากห้องบรรทม “ท่านหญิงโปรดวางใจ” เขากล่าว “กระหม่อมจะคอยดูแลท่านหญิงอย่างดีที่สุด” “ขอบคุณท่านขุน” คุณหญิงบุษบาห์กล่าว “แต่กระหม่อมอยากทราบว่า... ท่านขุนมีนามว่าอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ” “ขุนดนัย สรวิชญ์พ่ะย่ะค่ะ” เขาแนะนำตัว “เป็นขุนนางกำกับดูแลราชการฝ่ายใน” “กระหม่อมบุษบาห์” นางแนะนำตัวกลับ “ยินดีที่ได้รู้จักท่านขุน” “เช่นกันพ่ะย่ะค่ะ” ขุนดนัยยิ้มบางๆ “เอาล่ะ ท่านหญิง เราไปดูตำหนักที่ท่านจะพำนักกันเถิด” คุณหญิงบุษบาห์พยักหน้า นางรู้ดีว่าการเดินทางเข้ามาในวังหลวงครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การมารักษาองค์ชาย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยอำนาจ การเมือง และอาจรวมถึงอันตรายที่มองไม่เห็นอีกมากมาย

4,298 ตัวอักษร