ตอนที่ 16 — ลอบเข้าวังหลวงยามวิกาล
"ภาพลวงตาของเจ้าจะคงอยู่ได้นานเท่าใด ลลิตา?" องค์ชายบุรินทร์ตรัสถาม "เราไม่สามารถเสี่ยงอันตรายได้หากมันไม่เพียงพอ"
ลลิตาหลับตาลง ปรับลมหายใจให้สม่ำเสมอ พลังบางอย่างเริ่มไหลเวียนในกายของนาง "หากข้าได้สมาธิเต็มที่ และมีวัตถุดิบที่เหมาะสม ข้าเชื่อว่าข้าสามารถรักษาภาพลวงตาให้คงอยู่ได้นานราวหนึ่งชั่วยามพ่ะย่ะค่ะ"
"หนึ่งชั่วยาม..." องค์ชายบุรินทร์ทรงพยักพระพักตร์ช้าๆ "มันอาจจะเพียงพอ ถ้าเราวางแผนการอย่างรอบคอบ" พระองค์ทรงหันไปมองคุณหญิงบุษบาห์ "คุณหญิงครับ มีสิ่งใดที่เราจะใช้เป็นเครื่องล่อให้ทหารยามไขว้เขวได้บ้างหรือไม่"
คุณหญิงบุษบาห์ทูลตอบ "ข้าคิดว่าเราอาจจะใช้เสียงดัง หรือการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติบางอย่างพ่ะย่ะค่ะ แต่ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้มันส่งเสียงดังเกินไปจนเป็นที่สังเกตได้ง่าย"
"แล้วถ้าเราให้พวกนักแสดงในโรงละครหลวงสร้างความปั่นป่วนเล็กๆ น้อยๆ ในอีกฝั่งหนึ่งของกำแพงวังเล่าพ่ะย่ะค่ะ?" ขุนดนัยเสนอแนะ "อาจจะทำให้ทหารยามบางส่วนถูกเรียกตัวไปตรวจสอบ"
องค์ชายบุรินทร์ทรงพิจารณาข้อเสนอนั้น "เป็นความคิดที่ดี ขุนดนัย แต่เราต้องแน่ใจว่ามันจะไม่ทำให้เกิดความวุ่นวายจนเกินควบคุม" พระองค์ทรงหันมาทางลลิตาอีกครั้ง "ลลิตา เจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าสามารถรักษาภาพลวงตาให้คงอยู่ได้นานขนาดนั้น"
"ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่พ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย" ลลิตาทูลตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ข้าจะรวบรวมพลังที่ข้ามีทั้งหมด เพื่อให้ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วง"
"ดี" องค์ชายบุรินทร์ตรัส "ถ้าเช่นนั้น เราจะเริ่มต้นปฏิบัติการในคืนนี้" พระองค์ทรงหันไปทางทหารองครักษ์ที่ยืนอยู่เงียบๆ "จงเตรียมอาชาและเครื่องแต่งกายที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมยามค่ำคืนให้พร้อม เราจะออกเดินทางเมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า"
ก่อนที่การประชุมจะสิ้นสุด องค์ชายบุรินทร์ทรงหันมาตรัสกับลลิตาเป็นพิเศษ "ลลิตา ข้าทราบดีว่าเจ้าอาจยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องในอดีต แต่ขอให้เจ้าจงเชื่อมั่นในตัวข้า ว่าข้าจะทำให้ความยุติธรรมบังเกิด"
ลลิตาเงยหน้ามองพระองค์ ดวงตาของนางฉายแววซาบซึ้ง "ข้าเชื่อมั่นในตัวองค์ชายเพคะ" นางกล่าว "และข้าก็พร้อมที่จะร่วมมือกับองค์ชาย เพื่อเปิดโปงความชั่วร้ายของอัครเสนาบดีปราโมทย์"
เมื่อการประชุมลับเสร็จสิ้นลง แต่ละคนก็แยกย้ายกันไปเตรียมการตามหน้าที่ คุณหญิงบุษบาห์และขุนดนัยรีบไปจัดการเรื่องนักแสดง และจัดเตรียมการอำนวยความสะดวกให้แก่ทหารยามส่วนหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าแผนการจะดำเนินไปอย่างราบรื่น ส่วนองค์ชายบุรินทร์ทรงใช้เวลาอยู่กับลลิตา เพื่อทบทวนแผนการอีกครั้ง และคอยให้กำลังใจนาง
เมื่อยามราตรีเริ่มคืบคลานเข้ามา ความมืดมิดก็เริ่มปกคลุมพระนคร แสงจันทร์สาดส่องลงมาเป็นสีนวลอ่อน ยามนี้เองที่ความเคลื่อนไหวอันเงียบเชียบเริ่มก่อตัวขึ้นภายในตำหนักขององค์ชายบุรินทร์
"เราจะเข้าไปทางประตูหลังของตำหนักอัครเสนาบดี" องค์ชายบุรินทร์ตรัสขณะที่ทรงประทับอยู่บนหลังม้าเคียงข้างลลิตา "ที่นั่นมีทหารยามน้อยที่สุด"
"ข้าได้เตรียมยาบางอย่างไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ" คุณหญิงบุษบาห์ยื่นขวดยาเล็กๆ สีเข้มให้แก่องค์ชาย "หากเราจำเป็นต้องใช้ มันจะช่วยให้ทหารยามสลบไปชั่วครู่"
"ขอบใจมาก คุณหญิง" องค์ชายรับยามาเก็บไว้ "ขุนดนัย เจ้าเตรียมพยานไว้แล้วใช่หรือไม่"
"เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย" ขุนดนัยตอบ "พวกเขาจะรออยู่ที่จุดนัดพบเมื่อเราได้หลักฐานมาแล้ว"
ลลิตาหลับตาลง สูดลมหายใจลึกๆ พลังงานที่เคยปั่นป่วนในกายเริ่มสงบลง นางเพ่งสมาธิไปยังตำหนักของอัครเสนาบดีปราโมทย์ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลนัก ภาพของกำแพงสูงใหญ่และอาคารที่โอ่อ่าปรากฏขึ้นในมโนภาพของนาง
"พร้อมแล้วหรือยัง" องค์ชายบุรินทร์ตรัสถาม
"พร้อมเพคะ" ลลิตาตอบ
กลุ่มขององค์ชายบุรินทร์ ซึ่งประกอบด้วยพระองค์เอง ลลิตา คุณหญิงบุษบาห์ และขุนดนัย พร้อมด้วยทหารองครักษ์คนสนิทอีกสองสามนาย ได้เคลื่อนตัวออกจากตำหนักขององค์ชายอย่างเงียบเชียบ พวกเขาใช้เส้นทางลับที่คุ้นเคย หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับผู้คนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อใกล้ถึงตำหนักของอัครเสนาบดี องค์ชายบุรินทร์ทรงโบกมือเป็นสัญญาณให้หยุด "ลลิตา ได้เวลาแล้ว"
ลลิตาพยักหน้า นางยืนนิ่งกลางลานหญ้าเล็กๆ ที่ปกคลุมไปด้วยหมอกบางๆ ยามค่ำคืน มือทั้งสองข้างของนางประสานกันเบื้องหน้า อัญมณีสีฟ้าอ่อนที่ประดับอยู่บนสร้อยคอของนางเริ่มเปล่งประกายระยิบระยับ นางค่อยๆ ร่ายมนตรา บทสวดโบราณที่เคยฝึกฝนมาถูกขับขานออกมาอย่างแผ่วเบา ทว่าทรงพลัง
อากาศรอบตัวลลิตาเริ่มบิดเบี้ยว แสงจันทร์ถูกหักเห ภาพของพุ่มไม้ ต้นไม้ และแม้กระทั่งกำแพงวังบางส่วนเริ่มพร่าเลือน ก่อนที่จะกลายเป็นม่านหมอกสีขาวขุ่นที่ปกคลุมบริเวณนั้นไว้ ภาพลวงตาที่ลลิตาสร้างขึ้นนั้นสมจริงเสียจนหากใครมองเผินๆ อาจคิดว่าเป็นเพียงหมอกหนาทึบที่ก่อตัวขึ้นเองตามธรรมชาติ
"สำเร็จแล้ว" องค์ชายบุรินทร์ตรัสด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชม "เจ้าทำได้ยอดเยี่ยมมาก ลลิตา"
"เราต้องรีบเข้าไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ" ขุนดนัยเร่ง "ภาพลวงตาอาจจะอยู่ได้ไม่นานเท่าที่เราคาดหวัง"
องค์ชายบุรินทร์ทรงพยักพระพักตร์ และนำขบวนบุกเข้าไปในตำหนักอัครเสนาบดีอย่างรวดเร็ว พวกเขาใช้เส้นทางที่วางแผนไว้ ลอบผ่านยามที่กำลังงีบหลับอยู่ ทหารองครักษ์ที่ถูกส่งไปก่อกวนด้านอื่นก็เริ่มสร้างความไขว้เขวให้กับยามส่วนใหญ่ได้สำเร็จ
พวกเขาตรงไปยังห้องทำงานลับของอัครเสนาบดีปราโมทย์ ซึ่งลลิตาได้เคยสัมผัสพลังงานบางอย่างที่บ่งบอกถึงที่ตั้งของมันมาก่อน ห้องนี้ซ่อนตัวอยู่หลังฉากกั้นภาพวาดขนาดใหญ่ หายากยิ่งกว่าสิ่งใด
"นี่ต้องเป็นที่นี่แน่ๆ" องค์ชายบุรินทร์ตรัส ขณะที่ทรงใช้ปลายดาบสะกิดฉากกั้นภาพวาดนั้นเบาๆ
"องค์ชายเพคะ" ลลิตาเอ่ยเสียงกระซิบ "ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานชั่วร้ายบางอย่างที่แฝงเร้นอยู่ภายใน"
"เราต้องระวังให้มาก" องค์ชายตรัสตอบ "ขุนดนัย คุณหญิง ช่วยกันดูต้นทาง"
องค์ชายบุรินทร์ทรงใช้กำลังผลักฉากกั้นภาพวาดออกไปอย่างนุ่มนวล เผยให้เห็นทางลับที่ทอดลงสู่ชั้นใต้ดิน ทันทีที่ประตูเปิดออก ลมเย็นเฉียบก็ปะทะใบหน้าของทุกคน บ่งบอกถึงความอับชื้นและไร้การใช้งานมานาน
"ข้าจะลงไปก่อน" องค์ชายบุรินทร์กล่าว "พวกเจ้าตามข้ามา"
4,869 ตัวอักษร