หวนรักร่ายมนตรา ณ อยุธยา

ตอนที่ 27 / 49

ตอนที่ 27 — การประลองอำนาจ ณ ท้องพระโรง

ท้องพระโรงที่เคยเต็มไปด้วยความสง่างาม บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยบรรยากาศที่อึมครึมและตึงเครียด เสนาบดีและขุนนางผู้ใหญ่ต่างมารวมตัวกันตามพระบัญชาขององค์จักรพรรดิ สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังองค์จักรพรรดิที่ประทับอยู่บนพระแท่น แต่สีพระพักตร์ของพระองค์ดูอ่อนแรงลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด องค์ชายบุรินทร์ทรงก้าวเข้าสู่ท้องพระโรงพร้อมกับขุนดนัย ซึ่งถือม้วนเอกสารหลักฐานที่ชายแดนนำมา ลลิตาและคุณหญิงบุษบาห์ ยืนรออยู่ด้านนอก โดยมีทหารองครักษ์คอยคุ้มกัน "ถวายบังคมองค์จักรพรรดิ" องค์ชายบุรินทร์ทรงค้อมพระวรกายลง "และถวายบังคมพระมเหสี" พระมเหสีประทับอยู่ข้างองค์จักรพรรดิ ทรงมีสีพระพักตร์ที่เย็นชาและเต็มไปด้วยความไม่พอพระทัย "บุรินทร์" องค์จักรพรรดิ์ตรัสเรียกพระโอรสด้วยพระสุรเสียงที่แผ่วเบา "เจ้าได้นำหลักฐานมาแล้วใช่หรือไม่?" "พะย่ะค่ะ" องค์ชายบุรินทร์ทูลตอบ "หม่อมฉันมีหลักฐานที่จะเปิดโปงแผนการร้ายของอัครเสนาบดีปราโมทย์" "ดี" องค์จักรพรรดิทรงพยักพระพักตร์ "ว่ามาให้หมด" องค์ชายบุรินทร์ทรงหันไปทางขุนดนัย ขุนดนัยก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับม้วนเอกสาร "ข้าพเจ้าขุนดนัย ขอทูลรายงานถึงแผนการอันชั่วร้ายของอัครเสนาบดีปราโมทย์ ที่ได้กระทำการหลายอย่างที่เป็นการบ่อนทำลายราชสำนักและบ้านเมือง" ขุนดนัยเริ่มอ่านเอกสารช้าๆ ทุกคำพูดของเขาดังก้องไปทั่วท้องพระโรง ปราโมทย์ที่ยืนอยู่ท่ามกลางขุนนางทั้งหลาย หน้าซีดเผือดลงทุกขณะเมื่อได้ยินสิ่งที่ขุนดนัยกำลังกล่าวถึง "ตามเอกสารนี้" ขุนดนัยกล่าว "ท่านอัครเสนาบดีปราโมทย์ ได้วางแผนการลอบปลงพระชนม์องค์ชายบุรินทร์มาเป็นเวลาเนิ่นนาน โดยการจ้างวานนักฆ่าจากต่างแดน และยังได้ใส่ร้ายขุนนางผู้ภักดีหลายท่าน ทำให้พวกเขาถูกลงโทษอย่างไม่เป็นธรรม" เสียงฮือฮาดังขึ้นในหมู่ขุนนาง บางคนมองปราโมทย์ด้วยสายตาตำหนิ บางคนมองด้วยความไม่เชื่อ "นอกจากนี้" ขุนดนัยกล่าวต่อไป "เอกสารยังบ่งชี้ว่าท่านอัครเสนาบดีปราโมทย์ มีส่วนรู้เห็นในการใช้ยาพิษบางชนิดที่ทำให้องค์จักรพรรดิทรงพระประชวร ซึ่งเป็นยาที่หาได้ยากยิ่ง และมีส่วนผสมของสมุนไพรต้องห้าม" คำพูดนี้ทำให้เกิดความตกตะลึงอย่างรุนแรง องค์จักรพรรดิ์ทรงหันไปมองพระมเหสีด้วยพระเนตรที่เต็มไปด้วยคำถาม พระมเหสีทรงมีสีพระพักตร์ซีดเผือด แต่ก็พยายามรักษาอาการไว้ "เหลวไหล!" ปราโมทย์ตะโกนลั่น "นี่มันคำกล่าวหาที่ไร้สาระ! เจ้าจะเชื่อคำพูดของคนทรยศอย่างชายแดนได้อย่างไร!" "ชายแดนเป็นผู้ที่นำเอกสารนี้มาให้ข้าพเจ้าพะย่ะค่ะ" ขุนดนัยตอบอย่างหนักแน่น "และเอกสารนี้มีตราประทับของท่านอัครเสนาบดีปราโมทย์อย่างถูกต้อง" "เป็นไปไม่ได้!" ปราโมทย์ยังคงปฏิเสธ "เป็นไปได้อย่างไรที่ข้าจะทำเช่นนั้น!" "ท่านทำจริงๆ" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหน้าพระแท่น องค์ชายบุรินทร์ทรงก้าวออกมา "ท่านได้ทำทุกอย่างเพื่ออำนาจ และท่านก็กำลังจะถูกเปิดโปง" "บุรินทร์!" พระมเหสีทรงร้องเรียก "อย่ามายุ่งเรื่องนี้!" "หม่อมฉันไม่สามารถอยู่เฉยได้อีกต่อไปพะย่ะค่ะ" องค์ชายบุรินทร์ตรัส "ท่านปราโมทย์ได้กระทำการอันมิบังควรมานานเกินไปแล้ว" "เจ้ากำลังจะกล่าวหาข้าอย่างนั้นหรือ?" พระมเหสีทรงถาม "เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นผู้มีอำนาจในที่นี้?" "อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่ความถูกต้องพะย่ะค่ะ" องค์ชายบุรินทร์ตรัส "และหม่อมฉันเชื่อว่าองค์จักรพรรดิทรงจะตัดสินใจอย่างถูกต้อง" องค์จักรพรรดิ์ทรงมองไปยังปราโมทย์ พระองค์ทรงเห็นความตื่นตระหนกในแววตาของอัครเสนาบดี และทรงทราบว่าสิ่งที่ขุนดนัยกล่าวมานั้นเป็นความจริง "ปราโมทย์" องค์จักรพรรดิ์ตรัสเรียก "เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่?" ปราโมทย์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาพยายามรวบรวมสติ และมองไปยังพระมเหสี ขอความช่วยเหลือ แต่พระมเหสีทรงยืนนิ่ง ไม่แสดงท่าทีใดๆ "กระหม่อม..." ปราโมทย์เริ่มพูด แต่ก็ชะงักไป "กระหม่อม...กระหม่อมเพียงแต่...ต้องการให้ทุกอย่างดีขึ้น" "ดีขึ้นอย่างนั้นหรือ?" องค์จักรพรรดิทรงถาม "การลอบสังหารโอรสของข้า การใส่ร้ายขุนนางผู้ภักดี การทำให้ข้าป่วยหนัก...นี่คือสิ่งที่เจ้าเรียกว่า 'ดีขึ้น' อย่างนั้นหรือ?" ปราโมทย์ก้มหน้าลง ยอมรับความพ่ายแพ้ "จับตัวท่านอัครเสนาบดีปราโมทย์!" องค์จักรพรรดิทรงมีพระบัญชา "และนำตัวไปสอบสวน!" ทหารองครักษ์รีบเข้าควบคุมตัวปราโมทย์ทันที ปราโมทย์ดิ้นรนต่อสู้ แต่ก็ไม่สามารถต้านทานกำลังของทหารได้ "เจ้าจะเสียใจ บุรินทร์!" ปราโมทย์ตะโกนขณะถูกนำตัวออกไป "เจ้าจะเสียใจที่คิดต่อต้านข้า!" เมื่อปราโมทย์ถูกนำตัวออกไปแล้ว องค์จักรพรรดิ์ก็ทรงหันมาทางพระมเหสี "เจ้าเล่า...เจ้ามีอะไรจะอธิบายหรือไม่?" องค์จักรพรรดิทรงถามด้วยพระสุรเสียงที่เฉียบขาด พระมเหสีทรงยืนนิ่ง สีพระพักตร์ซีดเผือดราวกับกระดาษ "หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่มีอะไรจะกล่าวพะย่ะค่ะ" "อย่างนั้นหรือ?" องค์จักรพรรดิทรงถอนหายพระทัย "ข้าผิดหวังในตัวเจ้าเหลือเกิน" พระองค์ทรงหันไปทางองค์ชายบุรินทร์ "บุรินทร์ มานี่สิ" องค์ชายบุรินทร์ทรงเดินเข้าไปหาองค์จักรพรรดิ์ "พะย่ะค่ะ" "เจ้าได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว" องค์จักรพรรดิ์ตรัส "แม้จะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายมากมาย เจ้าก็ไม่เคยย่อท้อ" พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์มาจับพระหัตถ์ขององค์ชายบุรินทร์ "ข้า...ข้าคงไม่อยู่ได้อีกนาน" "อย่าตรัสเช่นนั้นพะย่ะค่ะ!" องค์ชายบุรินทร์ทรงกล่าวด้วยความกังวล "ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาตินะ บุรินทร์" องค์จักรพรรดิทรงแย้มพระสรวลบางๆ "เจ้าคือความหวังของแผ่นดินนี้" พระองค์ทรงมองไปยังขุนนางทั้งหลาย "ตั้งแต่นี้ไป องค์ชายบุรินทร์ จะทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนข้า จนกว่าจะถึงเวลาอันสมควร" คำประกาศนี้ทำให้ขุนนางทั้งหลายต่างพากันค้อมศีรษะรับ การเมืองในราชสำนักได้ถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ และการต่อสู้เพื่ออำนาจก็ได้ยุติลงชั่วคราว.

4,541 ตัวอักษร