ตอนที่ 32 — รอยร้าวที่ปรากฏ
แม้ว่าความวุ่นวายต่างๆ จะคลี่คลายลงไปแล้ว แต่รอยร้าวที่เกิดขึ้นในราชสำนักนั้นยังคงทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็นอยู่เสมอ
พระมเหสีทรงเก็บพระองค์อยู่ในตำหนักอันเงียบเหงา วันๆ หนึ่งทรงใช้เวลาไปกับการนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ไร้ซึ่งพระพักตร์ที่เคยเฉิดฉาย บัดนี้มีแต่ความหมองหม่นที่ฉายชัด
ขุนนางบางส่วนที่เคยพัวพันกับแผนการร้ายของปราโมทย์ เริ่มมีท่าทีระแวงซึ่งกันและกัน พวกเขาทราบดีว่าความจริงได้ถูกเปิดเผยแล้ว และอำนาจที่เคยมีก็อาจจะถูกถอนออกไปได้ทุกเมื่อ
องค์จักรพรรดิ์ทรงเริ่มกลับมามีพระพลานามัยแข็งแรงขึ้น แต่พระองค์ก็ทรงประชวรพระทัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่พระมเหสีทรงมีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับแผนการร้าย
"บุรินทร์" องค์จักรพรรดิ์ตรัสเรียกพระโอรสขณะประทับอยู่ ณ ห้องทรงพระอักษร "เจ้าแน่ใจหรือว่าพระมารดาของเจ้า...ทรงรู้เห็นทุกอย่าง?"
องค์ชายบุรินทร์ทรงคุกเข่าลงตรงหน้าพระบิดา "พะย่ะค่ะ องค์จักรพรรดิ์ จากคำให้การของปราโมทย์ และจากพยานหลักฐานที่หม่อมฉันรวบรวมมา บ่งชี้ได้ว่าพระมเหสีทรงทราบเรื่องราวทั้งหมด"
องค์จักรพรรดิ์ทรงถอนพระทัยอย่างหนัก "หากเป็นเช่นนั้น...แล้วเราจะทำเช่นไรกับพระมเหสีเล่า?"
"หม่อมฉันเชื่อว่า พระมเหสีทรงมีเหตุผลของพระองค์เองเพคะ" ลลิตาซึ่งเข้ามาถวายการดูแลองค์จักรพรรดิ์อยู่เสมอ กล่าวเสริมขึ้น "บางที...พระองค์อาจจะทรงถูกบีบบังคับ หรืออาจจะมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้พระองค์ทรงต้องทำเช่นนั้น"
องค์จักรพรรดิ์ทรงหันมามองลลิตา "แต่ถึงกระนั้น การกระทำของพระนางก็เป็นภัยต่อราชบัลลังก์ เป็นภัยต่อแผ่นดิน"
"หม่อมฉันทราบดีเพคะ" ลลิตาตอบ "แต่หากเราสามารถหาทางประนีประนอม โดยที่พระองค์ทรงไม่ได้รับอันตรายถึงชีวิต และทรงยินยอมที่จะละวางทุกสิ่งทุกอย่าง... นั่นอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด"
องค์ชายบุรินทร์ทรงมองลลิตาด้วยความชื่นชม พระองค์ทรงทราบดีว่าลลิตาพยายามจะหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย แม้แต่กับพระมารดาของพระองค์เอง
"เจ้าคิดว่าเราควรจะทำอย่างไร?" องค์จักรพรรดิ์ตรัสถามพระโอรส
"หม่อมฉันคิดว่า เราควรจะให้เวลาพระมเหสีได้ทบทวนการกระทำของพระองค์เองเพคะ" องค์ชายบุรินทร์ทูลตอบ "หากพระองค์ทรงสำนึกผิดอย่างแท้จริง และทรงยินยอมที่จะถวายคืนอำนาจทั้งหมด... หม่อมฉันเชื่อว่า องค์จักรพรรดิ์จะทรงเมตตา"
องค์จักรพรรดิ์ทรงพยักพระพักตร์ช้าๆ "ก็ได้...เราจะให้โอกาสพระมเหสีได้ทบทวน" พระองค์ทรงหันไปทางลลิตา "เจ้า...เจ้าทำให้เราสบายพระทัยมาก"
ลลิตาถวายบังคม "หม่อมฉันเพียงทำหน้าที่ของหมอหลวงที่ดีเพคะ"
แต่ในใจของเธอ เธอก็อดรู้สึกเป็นห่วงลึกๆ ต่อพระมเหสีไม่ได้ เธอเข้าใจดีถึงความเจ็บปวดจากการถูกหักหลัง และความสิ้นหวัง
ในขณะเดียวกัน องค์ชายบุรินทร์ก็ทรงรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างภายในพระทัยของพระองค์เอง ความรู้สึกที่มีต่อลลิตานั้นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แต่พระองค์ก็ทรงตระหนักดีถึงอุปสรรคที่อยู่ตรงหน้า
"ลลิตา" องค์ชายบุรินทร์ตรัสเรียก เมื่อทั้งสองเสด็จออกมาจากห้องทรงพระอักษร "เจ้าแน่ใจหรือว่า...เจ้าจะสามารถอยู่กับข้าได้?"
ลลิตาชะงักไปเล็กน้อย "หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่เข้าใจเพคะ"
"ความรู้สึกของข้าที่มีต่อเจ้า" องค์ชายบุรินทร์ตรัส "มันชัดเจนมากขึ้นทุกวัน แต่ข้าก็รู้ว่า...สถานะของเรานั้นแตกต่างกันมาก"
"หม่อมฉันทราบดีเพคะ" ลลิตาตอบ "และหม่อมฉันก็ไม่เคยคาดหวังสิ่งใดจากองค์ชาย"
"แต่ข้า...ข้าหวัง" องค์ชายบุรินทร์ตรัส "ข้าหวังว่าเจ้าจะลองให้โอกาสข้า...ลองเปิดใจให้กับข้า"
ลลิตาก้มหน้าลงมองพื้นอีกครั้ง "หม่อมฉัน...หม่อมฉันต้องการเวลาเพคะ"
"ข้าจะรอ" องค์ชายบุรินทร์ตรัส "ข้าจะรอให้เจ้าพร้อม"
แต่ในขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองกำลังจะก้าวไปข้างหน้า ก็มีข่าวร้ายเข้ามาจากชายแดน
"พะย่ะค่ะ องค์ชาย" ขุนศึกประจำเมืองกาญจนบุรีส่งสาส์นด่วนมาแจ้ง "กองทัพของขอมได้ยกทัพเข้ามาประชิดชายแดนของเราแล้ว"
องค์ชายบุรินทร์ทรงรับสาส์นมาอ่านด้วยพระพักตร์เคร่งเครียด "เป็นไปได้อย่างไร? นี่พวกมันกล้าหาญถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"
"พะย่ะค่ะ" ขุนศึกตอบ "ดูเหมือนว่า พวกมันจะทราบว่าราชสำนักของเรากำลังอ่อนแอ เพราะเหตุการณ์ภายในที่ผ่านมา"
ลลิตาที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็รู้สึกใจหายวาบ "แย่แล้วเพคะ"
"เราต้องเตรียมพร้อมรับมือ" องค์ชายบุรินทร์ตรัส "ข้าจะขึ้นไปบัญชาการทัพด้วยตนเอง"
"แต่...องค์ชาย" ลลิตาทัดทาน "องค์จักรพรรดิ์เพิ่งจะทรงหายประชวร"
"ข้าไม่สามารถปล่อยให้บ้านเมืองต้องตกอยู่ในอันตรายได้" องค์ชายบุรินทร์ตรัสอย่างหนักแน่น "ข้าต้องไป"
องค์จักรพรรดิ์ทรงทราบข่าวก็ทรงมีพระราชดำรัสให้องค์ชายบุรินทร์ทรงเตรียมพร้อมรับศึก
"บุรินทร์" องค์จักรพรรดิ์ตรัส "เจ้าจงระมัดระวังตัวให้จงหนัก"
"พะย่ะค่ะ องค์จักรพรรดิ์" องค์ชายบุรินทร์ทรงรับพระราชดำรัส
ก่อนที่องค์ชายบุรินทร์จะออกเดินทางไปยังชายแดน พระองค์ทรงแวะมาหาลลิตาที่เรือนของเธอ
"ข้าอาจจะต้องจากไปสักระยะหนึ่ง" องค์ชายบุรินทร์ตรัส "ดูแลตัวเองให้ดีนะ ลลิตา"
"เพคะ องค์ชาย" ลลิตาตอบเสียงแผ่วเบา "ขอให้พระองค์ทรงปลอดภัย"
"ข้าจะกลับมา" องค์ชายบุรินทร์ตรัส "ข้าจะกลับมาหาเจ้า"
พระองค์ทรงกุมมือของเธอไว้แน่น ก่อนจะทรงค้อมพระเศียรลงจุมพิตที่หน้าผากของเธอเบาๆ ลลิตาหลับตาลง สัมผัสอันอ่อนโยนนั้นทำให้หัวใจของเธออบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด
เมื่อองค์ชายบุรินทร์เสด็จจากไป ลลิตาก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ความกังวลฉายชัดบนใบหน้า
สถานการณ์ของบ้านเมืองยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และบัดนี้ ภัยคุกคามจากภายนอกก็กำลังจะคืบคลานเข้ามาอีกครั้ง
4,397 ตัวอักษร