ตอนที่ 16 — เบื้องลึกแห่งหอสมบัติ
นี่... มันไม่ใช่แค่ทางลับธรรมดา" บัวแก้วเอ่ยเสียงสั่นพร่า มือของเธอยังคงประคองอัญมณีแห่งนภาที่เปล่งประกายสีฟ้าอ่อนๆ ราวกับมีชีวิต จ้องมองลงไปในความมืดมิดเบื้องล่าง ทางเข้าที่เพิ่งเปิดออกนั้นไม่ได้นำไปสู่ห้องเก็บของที่เต็มไปด้วยหีบสมบัติอย่างที่เธอคาดหวัง แต่กลับเป็นบันไดหินที่ทอดลึกลงไปใต้ดิน เผยให้เห็นความเก่าแก่และความลึกลับที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังของสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่แห่งนี้
"ตามตำราแล้ว" พระยาเดชเดชากล่าว พลางก้าวเท้าลงไปสำรวจบันไดขั้นแรกอย่างระมัดระวัง "หอสมบัติหลวงแห่งนี้ถูกสร้างทับบนโบราณสถานเก่าแก่สมัยก่อนกรุงศรี..." เขาชะงักไปครู่หนึ่ง สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านมาจากเบื้องล่าง "บางที... ทางลับนี้นี่แหละ คือส่วนที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยนั้น"
ชายชุดดำเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มสว่างขึ้นเล็กน้อย "พวกท่านต้องรีบแล้ว" เขาเอ่ยเตือน "แสงแรกของวันกำลังจะมาถึง หากมีใครพบเห็นทางเข้าที่เปิดอยู่ อาจนำมาซึ่งความยุ่งยากได้"
"เข้าใจแล้ว" พระยาเดชเดชาหันกลับมามองบัวแก้ว "เจ้าพร้อมหรือยัง"
บัวแก้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "พร้อมเพคะ" เธอตอบ พลางกุมอัญมณีแห่งนภาแน่นขึ้น "ไม่ว่าอะไรจะรออยู่ข้างหน้า ข้าก็พร้อมที่จะเผชิญหน้า"
ทั้งสองสบตากัน ความเข้าใจและความไว้เนื้อเชื่อใจฉายชัดในแววตา ก่อนที่พระยาเดชเดชาจะก้าวลงบันไดไปเป็นคนแรก บัวแก้วตามติดไปทันที โดยมีองครักษ์ทั้งสองคอยคุ้มกันอยู่ห่างๆ ส่วนชายชุดดำก็ยืนเฝ้ามองอยู่ด้านบนคอยเป็นหูเป็นตา
เมื่อเท้าสัมผัสพื้นด้านล่าง ความรู้สึกแรกที่บัวแก้วรับรู้คือความชื้นและกลิ่นอายของความเก่าแก่ที่อบอวลไปทั่วบริเวณ แสงสลัวจากอัญมณีแห่งนภาและตะเกียงที่พระยาเดชเดชาจุดขึ้น ส่องสว่างให้เห็นโถงใต้ดินที่กว้างขวาง ผนังหินสลักลายโบราณที่ยังคงความสมบูรณ์ แม้จะผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน
"นี่มัน... ไม่น่าเชื่อ" พระยาเดชเดชาพึมพำ พลางใช้มือลูบไปตามลวดลายบนผนัง "ลวดลายเหล่านี้... ข้าเคยเห็นในบันทึกโบราณ เป็นสัญลักษณ์ของอาณาจักรที่สาบสูญไปแล้ว"
"อาณาจักรที่สาบสูญ?" บัวแก้วทวนคำด้วยความสงสัย "แล้วมันมาเกี่ยวข้องกับหอสมบัติหลวงได้อย่างไรเพคะ"
"นั่นคือสิ่งที่ข้าเองก็กำลังสงสัยอยู่" พระยาเดชเดชากล่าว "แต่ที่แน่ๆ คือ ที่นี่ไม่ใช่แค่ทางลับธรรมดา แต่มันคือประตูสู่ประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม"
ขณะที่พวกเขากำลังสำรวจโถงใต้ดินอย่างตื่นตาตื่นใจ องครักษ์นายหนึ่งก็ส่งเสียงร้องเตือน "ท่านพระยา! เสียงฝีเท้า!"
ทั้งสามรีบหันไปมอง ทันใดนั้นเอง ร่างของขุนนางพิชัยก็ปรากฏขึ้นจากเงามืด เขาเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
"มีเรื่องด่วน" ขุนนางพิชัยกล่าวเสียงหอบ "เจ้าพระยาพิศาลรู้เรื่องของเราแล้ว เขาได้ส่งทหารเข้าปิดล้อมบริเวณนี้เมื่อครู่ แต่เราสามารถหลบเลี่ยงมาได้"
"ปิดล้อม?" พระยาเดชเดชามีสีหน้าตึงเครียด "เช่นนั้น พวกเราต้องรีบออกจากที่นี่"
"ไม่ทันเสียแล้ว" ขุนนางพิชัยส่ายหน้า "ทหารของข้าที่คอยเฝ้าอยู่ด้านบน รายงานมาว่า พวกมันกำลังไล่ต้อนเรามาทางนี้"
ความหวังที่จะได้สำรวจเบื้องลึกของหอสมบัติพลันมลายหายไป บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันและความอันตรายที่คืบคลานเข้ามา
"เราจะทำอย่างไรดีเพคะ" บัวแก้วเอ่ยถาม มองไปรอบๆ โถงอย่างกังวล
"พวกเจ้ายังมีทางออก" ขุนนางพิชัยชี้ไปยังผนังด้านหนึ่งของโถง "ตรงนั้นมีกลไกที่ซ่อนอยู่ เป็นทางออกฉุกเฉินที่ข้าเตรียมไว้ แต่ข้าต้องขอให้พวกเจ้าสัญญากับข้าก่อน"
"สัญญาอะไรหรือขอรับ" พระยาเดชเดชาถาม
"ไม่ว่าพวกเจ้าจะค้นพบอะไรในหอสมบัติแห่งนี้ก็ตาม" ขุนนางพิชัยกล่าว ดวงตาของเขามุ่งมั่น "พวกเจ้าต้องปกป้องมันไว้ อย่าให้ตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่สมควร"
"ข้าขอสาบาน" พระยาเดชเดชากล่าวอย่างหนักแน่น "ข้าจะปกป้องมรดกของชาติยิ่งชีพ"
บัวแก้วเองก็พยักหน้าเห็นด้วย "ข้าก็จะทำเช่นนั้นเพคะ"
"ดี" ขุนนางพิชัยคลี่ยิ้มเล็กน้อย "ไปเถอะ รีบไปก่อนที่พวกมันจะมาถึง"
เขานำทางพวกเขาไปยังผนังด้านหนึ่ง ซึ่งมีลวดลายสลักที่ดูคล้ายกับผนังส่วนอื่นๆ แต่เมื่อสัมผัสกลับรู้สึกถึงความแตกต่าง "ตรงนี้" เขาชี้ไปยังสัญลักษณ์รูปดวงดาวดวงหนึ่ง "หากกดสัญลักษณ์นี้พร้อมกับใช้พลังจากอัญมณีแห่งนภา มันจะเปิดออก"
บัวแก้วไม่รอช้า เธอวางอัญมณีแห่งนภาลงบนสัญลักษณ์ดวงดาว และออกแรงกดลงไปพร้อมกัน แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง และก้อนหินขนาดใหญ่ก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นอุโมงค์ที่มืดมิดและแคบกว่าทางเข้าแรก
"รีบไป!" เสียงตะโกนจากด้านบนดังขึ้น "พวกมันกำลังจะลงมาแล้ว!"
พระยาเดชเดชาผลักบัวแก้วเบาๆ "ไปก่อนเลย!"
บัวแก้วรีบมุดเข้าไปในอุโมงค์อย่างรวดเร็ว องครักษ์ทั้งสองตามเข้าไปติดๆ ส่วนพระยาเดชเดชาก็หันไปคว้าตะเกียง และส่งสัญญาณให้ขุนนางพิชัยไปก่อน
"แล้วท่านล่ะขอรับ" ขุนนางพิชัยถาม
"ข้าจะตามไป" พระยาเดชเดชากล่าว "ข้าต้องแน่ใจว่าไม่มีใครตามพวกเรามา"
ขุนนางพิชัยพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบหายตัวไปในอุโมงค์ พระยาเดชเดชาหันกลับไปมองทางเข้าโถงใต้ดินที่กำลังจะปิดลง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของทหารที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เขาตัดสินใจดับตะเกียง ปล่อยให้ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่ง
"พวกมันอยู่ที่ไหน!" เสียงตะโกนดังมาแต่ไกล
พระยาเดชเดชาเห็นรอยแยกเล็กๆ ใกล้กับทางเข้าโถง เขาแอบเข้าไปซ่อนตัวอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบเชียบ สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากการก้าวเดินของทหารที่เข้ามาในโถงใต้ดิน
"ไม่พบร่องรอย!" เสียงหนึ่งตะโกน "เหมือนกับว่าพวกเขาหายตัวไปในอากาศ!"
"เป็นไปไม่ได้!" เสียงที่ดังที่สุด ตวาดกลับมา "เจ้าพระยาพิศาลจะยอมให้เราพลาดไปง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้! ค้นให้ละเอียดทุกซอกทุกมุม!"
พระยาเดชเดชากลั้นหายใจ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของทหารที่เดินเข้ามาใกล้ตำแหน่งที่เขาซ่อนตัวอยู่ หัวใจของเขาเต้นระรัว แต่เขายังคงรักษาความนิ่งไว้ เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องบัวแก้วและภารกิจที่สำคัญยิ่งนี้
ขณะที่ทหารกลุ่มหนึ่งเดินผ่านจุดที่เขาซ่อนตัวอยู่ พระยาเดชเดชาก็สังเกตเห็นบางอย่างที่พื้น เขาเห็นรอยเท้าเล็กๆ ที่จงใจทำขึ้น เป็นสัญลักษณ์ที่เขาและบัวแก้วเคยตกลงกันไว้ เป็นสัญญาณบอกว่าพวกเขาได้ผ่านไปยังเส้นทางอื่นแล้ว
เมื่อทหารเหล่านั้นเดินจากไป พระยาเดชเดชาก็รีบออกจากที่ซ่อนตัว เขามองไปรอบๆ โถงใต้ดินที่บัดนี้ถูกแสงไฟจากตะเกียงของทหารสาดส่องจนสว่างวาบ เขาตัดสินใจเดินไปยังทางเข้าโถงที่ถูกปิดลงไปแล้ว พยายามจะมองหาช่องทางอื่น
"ไม่พบอะไรเลยหรือ" เสียงเจ้าพระยาพิศาลดังขึ้น มาพร้อมกับทหารจำนวนมากที่เดินเข้ามาในโถง "เป็นไปได้อย่างไรที่พวกเขาจะหายตัวไปได้"
พระยาเดชเดชารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะลังเล เขาตัดสินใจเดินกลับไปยังบันไดหินที่นำมาสู่โถงใต้ดินนี้ เขาต้องหาทางกลับไปหาบัวแก้วให้เร็วที่สุด ท่ามกลางความมืดมิดและความสับสน เขาภาวนาในใจขอให้บัวแก้วปลอดภัย
เมื่อปีนบันไดกลับขึ้นมา เขาพบว่าทางเข้าลับได้ถูกปิดลงไปแล้วอย่างสนิท เขาพยายามจะหากลไกเพื่อเปิดมันออกอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบสิ่งใดที่บ่งบอกถึงช่องทาง
"แย่แล้ว" เขาพึมพำ "ข้าติดอยู่ข้างนอก"
ทันใดนั้นเอง เสียงกระซิบก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง "ท่านพระยา"
พระยาเดชเดชาหันกลับไปมอง พบกับชายชุดดำที่ยืนรออยู่ "ขุนนางพิชัยส่งข้ามา" ชายชุดดำกล่าว "พวกท่านกำลังจะถูกค้นพบ ทางออกฉุกเฉินที่ข้าเตรียมไว้... มันอยู่ที่นี่"
ชายชุดดำพาพระยาเดชเดชาไปยังอีกมุมหนึ่งของหอสมบัติ ซึ่งมีลักษณะเป็นกำแพงหินทึบธรรมดา "หากใช้พลังจากอัญมณี... และสวดมนต์บทนี้..." เขาพึมพำคาถาโบราณที่ฟังดูเข้าใจยาก
พระยาเดชเดชาเข้าใจสถานการณ์ เขาหยิบอัญมณีแห่งนภาที่บัวแก้วมอบให้เขาไว้ก่อนหน้านี้ออกมา มันเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ใช้มันในสถานการณ์เช่นนี้ เขาตั้งใจรวบรวมสมาธิ และนึกถึงบัวแก้ว ภาพใบหน้าของเธอปรากฏขึ้นในความคิด
"ข้าจะปกป้องเจ้า" เขาพึมพำกับตัวเอง "ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม"
เขาหลับตาลง พยายามทำตามคำแนะนำของชายชุดดำ และใช้พลังที่เหลืออยู่ของอัญมณีแห่งนภาที่บัดนี้เหลือเพียงเศษเสี้ยว แต่ก็ยังคงเปล่งประกายอ่อนๆ
6,339 ตัวอักษร