ตอนที่ 1 — คำมั่นสัญญาที่ไม่ได้ยินยอม
สายฝนพรำโปรยปรายราวกับจะอาบไล้ความเศร้าโศกของพิธีวิวาห์ที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในคฤหาสน์หลังงามของตระกูลวิชญกร ท่ามกลางแขกเหรื่อผู้มีเกียรติมากมายที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในวันมงคลสมรสของ ทิพยรัตน์ วิชญกร ทายาทสาวคนเดียวของตระกูล กับ ภาคินัย อัครเดช ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และชาติตระกูล แต่สำหรับทิพยรัตน์แล้ว วันนี้คือวันที่ชีวิตของเธอถูกพรากเอาอิสรภาพไปอย่างถาวร
เธอสวมชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับจะบอกเป็นนัยถึงความอ่อนบริสุทธิ์ที่กำลังจะถูกข่มเหง แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความขมขื่นและสิ้นหวัง ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววสดใส บัดนี้กลับหมองมัวราวกับถูกเงามืดบดบัง ใบหน้าสวยหวานที่ปกติจะประดับไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน บัดนี้กลับซีดเซียวไร้เลือดฝาด ริมฝีปากบางเม้มแน่น ไม่ให้เสียงสะอื้นหลุดรอดออกมา
“แม่คะ… แม่แน่ใจเหรอคะ” เสียงของทิพยรัตน์สั่นเครือขณะที่เธอกำลังยืนอยู่หลังม่านกั้นดอกไม้สด พ่อของเธอ พลเอกวิชญกร ซึ่งเป็นทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้บงการชีวิตของเธอ ยืนขนาบข้าง ใบหน้าเคร่งขรึมเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“แม่แน่ใจที่สุดลูก ทิพยรัตน์ นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดของลูก การแต่งงานกับภาคินัยจะทำให้ตระกูลของเราแข็งแกร่งขึ้นไปอีก” พลเอกวิชญกรตอกย้ำเสียงหนักแน่นราวกับว่าความคิดของเขาคือความถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว
“แต่หนู… หนูไม่เคยรักเขา หนูไม่เคยเลือกเขา” น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้บัดนี้ไหลรินอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่
“ความรักเป็นเรื่องของเวลาลูก เมื่ออยู่ด้วยกันไปนานๆ ความผูกพันมันจะเกิดขึ้นเอง ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาชื่อเสียงและผลประโยชน์ของตระกูล” ผู้เป็นพ่อเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
“แต่หนู… หนูอยากเลือกเส้นทางชีวิตของหนูเอง” ทิพยรัตน์พยายามอ้อนวอน แต่แววตาของพ่อกลับแข็งกร้าวขึ้น
“ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วทิพยรัตน์ นี่คือคำสั่ง” เสียงของพลเอกวิชญกรเย็นชาจนทิพยรัตน์รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงไขสันหลัง เธอรู้ดีว่าการต่อต้านคำสั่งของพ่อมีแต่จะนำมาซึ่งความเจ็บปวด และครั้งนี้เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการยอมจำนน
เมื่อเสียงเพลงบรรเลงขึ้น ชายแก่ที่ทำหน้าที่เป็นพิธีกรก็ก้าวออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง “ขอเชิญเจ้าสาว ทิพยรัตน์ วิชญกร ก้าวออกไปพบกับเจ้าบ่าว ภาคินัย อัครเดช ณ เบื้องหน้าบิดามารดา และแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน”
ทิพยรัตน์สูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสติที่กำลังแตกสลาย เธอค่อยๆ ก้าวเท้าออกไปใต้แสงไฟสปอร์ตไลท์ที่สว่างจ้า ฝีเท้าหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยโซ่ตรวน เมื่อเดินผ่านม่านดอกไม้ออกไป สายตาทุกคู่ก็จับจ้องมาที่เธอ เธอเห็นใบหน้าของภาคินัยยืนรออยู่ตรงแท่นพิธี เขาสวมชุดทักซิโด้สีดำสนิท ดูสง่างามราวกับเจ้าชายในเทพนิยาย ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม มีเพียงแววตาเรียบนิ่งที่มองมายังเธอ
ภาคินัย อัครเดช ชายหนุ่มวัยสามสิบปี นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ผู้บริหารอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ เขาเป็นที่หมายปองของสาวๆ มากมาย แต่กลับเลือกทิพยรัตน์ วิชญกร หญิงสาวที่เขาเพิ่งรู้จักแท้ๆ
“ยินดีด้วยนะทิพยรัตน์” ภาคินัยเอ่ยขึ้นเมื่อทิพยรัตน์มายืนข้างเขา เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้ายังคงไร้อารมณ์
“ขอบคุณค่ะ” ทิพยรัตน์ตอบรับเสียงแผ่วเบา พยายามไม่สบตาเขา
“พ่อของเธอมีบุญคุณกับพ่อของฉันมาก การแต่งงานครั้งนี้ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณ” ภาคินัยพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา ราวกับกำลังแจ้งข้อเท็จจริงบางอย่างให้เธอรับทราบ
“ฉันรู้ค่ะ” ทิพยรัตน์พยักหน้าเบาๆ เธอรู้ดีถึงเบื้องหลังของการแต่งงานครั้งนี้ พ่อของเธอ พลเอกวิชญกร มีความขัดแย้งทางธุรกิจกับคู่แข่งคนสำคัญ ซึ่งคู่แข่งคนนั้นก็คือพ่อของภาคินัย การแต่งงานครั้งนี้จึงเป็นเหมือนการสร้างพันธมิตรทางการเมืองและธุรกิจระหว่างสองตระกูลที่ทรงอำนาจ
“ฉันไม่ต้องการความรักจากเธอ” ภาคินัยพูดต่อโดยไม่มองหน้าเธอ “ฉันต้องการแค่การเป็นภรรยาที่เหมาะสมเท่านั้น”
คำพูดของเขาบาดลึกเข้าไปในหัวใจของทิพยรัตน์ เธอเงยหน้ามองเขาอย่างตัดพ้อ “คุณ… คุณก็ไม่ได้เลือกฉันเหมือนกันใช่ไหมคะ”
ภาคินัยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ราวกับประหลาดใจที่เธอถามคำถามนี้ “มันไม่สำคัญหรอกว่าใครจะเลือกใคร สิ่งสำคัญคือเราต้องทำตามหน้าที่”
“หน้าที่… หรือข้อตกลง” ทิพยรัตน์กัดริมฝีปากแน่น รู้สึกเหมือนกำลังจะร้องไห้อีกครั้ง
“ก็แล้วแต่เธอจะคิด” ภาคินัยตอบปัดๆ ราวกับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อยที่สุดในโลก
พิธีดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นตามบท ทิพยรัตน์สาบานตน เธอเอ่ยคำมั่นสัญญาที่ไม่ได้มาจากใจ แต่มาจากความจำใจ น้ำตาแห่งความทุกข์ระทมไหลรินลงมาอย่างเงียบงัน โดยไม่มีใครสังเกตเห็น นอกจากคนเพียงไม่กี่คน
เมื่อเสร็จพิธีการสำคัญ พลเอกวิชญกรก็ก้าวเข้ามาโอบไหล่ลูกสาว “เก่งมากทิพยรัตน์ พ่อภูมิใจในตัวลูก”
ทิพยรัตน์ได้แต่ยิ้มฝืนๆ ให้พ่อ เธอรู้ว่ารอยยิ้มนี้มันช่างดูไร้ความหมายเสียเหลือเกิน
“ต่อไปนี้ลูกก็คือภรรยาของคุณภาคินัยแล้วนะ ดูแลตัวเองให้ดี” พลเอกวิชญกรกำชับ
“ค่ะพ่อ”
“ถ้ามีปัญหาอะไร หรือต้องการอะไร บอกพ่อได้เสมอ” พลเอกวิชญกรเสริม
“ค่ะ”
“ดีมาก” พลเอกวิชญกรหันไปหาภาคินัย “ฝากดูแลลูกสาวผมด้วยนะภาคินัย”
“ผมจะดูแลเธอให้ดีที่สุดครับ” ภาคินัยตอบรับด้วยน้ำเสียงที่ยังคงราบเรียบ
การแต่งงานที่ไม่ได้เลือกนี้ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางคำอวยพรจากผู้คนรอบข้าง แต่ในใจของทิพยรัตน์มีเพียงความว่างเปล่า และความหวังเล็กๆ ที่จะผ่านพ้นช่วงเวลาที่เลวร้ายนี้ไปให้ได้
4,321 ตัวอักษร