สามีที่ฉันไม่เคยเลือก

ตอนที่ 25 / 39

ตอนที่ 25 — วันเริ่มต้นชีวิตคู่

"คุณจะเจอคนที่… เข้าใจคุณจริงๆ นะ" ภาคินัยพูดต่อจนจบประโยค พิมพ์ลดายิ้มบางๆ น้ำตาคลอเล็กน้อย "ขอบคุณค่ะ" เธอพึมพำ ก่อนจะขอตัวปลีกไป งานเลี้ยงฉลองแต่งงานของภาคินัยและทิพยรัตน์ดำเนินไปอย่างงดงามและเปี่ยมสุข แขกเหรื่อที่มาร่วมงานต่างก็อวยพรให้ทั้งคู่มีความสุขตลอดไป พ่อของภาคินัยซึ่งสุขภาพดีขึ้นมากแล้ว ยืนยิ้มอย่างภูมิใจอยู่ข้างๆ เขาจับมือทิพยรัตน์ไว้แน่น "พ่อดีใจนะที่ได้เห็นภาคินัยมีความสุข" ท่านกล่าว "ดูแลลูกชายของพ่อให้ดีนะ" ทิพยรัตน์ก้มลงกราบที่มือของท่านด้วยความซาบซึ้ง "หนูจะดูแลเขาให้ดีที่สุดค่ะคุณลุง" หลังจากงานเลี้ยงเลิกรา ภาคินัยและทิพยรัตน์ก็เดินทางไปยังบ้านหลังใหม่ของพวกเขา ซึ่งเป็นบ้านที่ภาคินัยตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเป็นเรือนหอ บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เป็นสถานที่ที่ทั้งคู่จะเริ่มต้นชีวิตคู่ร่วมกัน "บ้านสวยจังเลยค่ะ" ทิพยรัตน์เอ่ยชมขณะที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน รอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏบนใบหน้าของเธอ ภาคินัยโอบเอวเธอเข้ามาใกล้ "ผมอยากให้ที่นี่เป็นที่ที่ทำให้เธอมีความสุขที่สุด" เขาตอบ ทั้งคู่เดินสำรวจบ้านด้วยกัน ทุกซอกทุกมุมเต็มไปด้วยความหมาย ภาคินัยได้เตรียมทุกอย่างไว้สำหรับทิพยรัตน์อย่างดี ห้องนอนที่ตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น ห้องทำงานที่มีชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน และระเบียงที่มองเห็นวิวทิวทัศน์อันงดงาม "คุณเตรียมทุกอย่างไว้ให้ฉันเลยเหรอคะ" ทิพยรัตน์ถามด้วยความประหลาดใจ "แน่นอนครับ" ภาคินัยกล่าว "ผมอยากให้เธอสบายที่สุดในบ้านของเรา" คืนแรกของการเป็นสามีภรรยา ภาคินัยและทิพยรัตน์ใช้เวลาพูดคุยกันอย่างเปิดอก พวกเขาแบ่งปันความฝัน ความหวัง และความกลัวที่มีต่ออนาคตร่วมกัน "ฉันยังรู้สึกเหมือนฝันไปอยู่เลยค่ะ" ทิพยรัตน์กล่าวขณะที่เอนศีรษะซบไหล่ภาคินัย "ไม่คิดเลยว่าชีวิตจะพลิกผันมาถึงจุดนี้" "ผมก็เหมือนกันครับ" ภาคินัยตอบ "แต่ผมดีใจเหลือเกินที่โชคชะตาได้นำพาเรามาเจอกัน" "ขอบคุณนะคะที่รัก" ทิพยรัตน์เงยหน้าขึ้นมองเขา "ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง" "ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณเธอ" ภาคินัยก้มลงจุมพิตหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา "ขอบคุณที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตผม" วันเวลาต่อมา ภาคินัยและทิพยรัตน์ปรับตัวเข้ากับชีวิตคู่ได้อย่างรวดเร็ว ภาคินัยยังคงทำงานหนักเพื่อธุรกิจของเขา แต่เขาก็แบ่งเวลามาให้ทิพยรัตน์เสมอ ทิพยรัตน์เองก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลบ้าน และการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับงานศิลปะ ซึ่งเป็นความฝันของเธอมาตลอด "วันนี้มีนิทรรศการศิลปะที่หอศิลป์แห่งชาติค่ะ" ทิพยรัตน์ชวนภาคินัย "คุณพอจะมีเวลาไปเป็นเพื่อนฉันไหมคะ" "แน่นอนอยู่แล้วครับ" ภาคินัยตอบทันที "อยากไปก็ไปกันเลย" ทั้งคู่ใช้เวลาเดินชมงานศิลปะอย่างเพลิดเพลิน ทิพยรัตน์ตื่นเต้นและมีความสุขมากที่ได้เห็นผลงานที่เธอชื่นชอบ ภาคินัยมองดูเธอด้วยความรัก เขารู้สึกดีใจที่ได้เห็นเธอมีความสุขกับสิ่งที่เธอรัก "คุณชอบผลงานไหนมากที่สุดครับ" ภาคินัยถาม "ทุกชิ้นเลยค่ะ" ทิพยรัตน์ตอบ "แต่ถ้าให้เลือกจริงๆ ก็คงจะเป็นภาพวาดสีน้ำมันรูปทิวทัศน์ริมทะเลนั่นค่ะ มันให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลายมากๆ" "ผมว่ามันก็สวยดีนะ" ภาคินัยกล่าว "แต่ผมชอบภาพวาดของคุณมากกว่า" ทิพยรัตน์หน้าแดงเล็กน้อย "คุณก็พูดไป" "ผมพูดจริงๆ นะ" ภาคินัยยืนยัน "รอยยิ้มของคุณตอนที่ได้ชมงานศิลปะ มันสวยกว่าภาพวาดไหนๆ เลย" วันเวลาแห่งความสุขดำเนินต่อไป ภาคินัยและทิพยรัตน์ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างราบรื่น ความเข้าใจและความรักที่มีให้กันค่อยๆ เติมเต็มซึ่งกันและกัน "คุณรู้ไหม" ทิพยรัตน์เอ่ยขึ้นมาในคืนหนึ่ง ขณะที่ทั้งคู่นอนกอดกันอยู่บนเตียง "ฉันเคยคิดว่าชีวิตของฉันจะไม่มีวันมีความสุขได้อีกแล้ว" "แต่ตอนนี้คุณก็มีความสุขแล้วไม่ใช่เหรอครับ" ภาคินัยกระชับอ้อมกอด "ผมจะทำให้คุณมีความสุขตลอดไป" "ฉันเชื่อค่ะ" ทิพยรัตน์ตอบ "เพราะฉันก็รักคุณที่สุดเหมือนกัน" เรื่องราวของมรดกของคุณสมชายยังคงอยู่ แต่ทั้งคู่ก็ได้ตกลงกันว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างรอบคอบและโปร่งใส ภาคินัยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดูแลทรัพย์สินดังกล่าว โดยมีทนายความของเขาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการด้วย "ผมจะทำให้แน่ใจว่าเงินของผมจะถูกนำไปใช้ในทางที่ถูกต้อง" ภาคินัยให้คำมั่นกับทิพยรัตน์ "ผมจะไม่ยอมให้มันไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก" "ฉันเชื่อใจคุณค่ะ" ทิพยรัตน์กล่าว "และฉันก็จะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ" ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แน่นแฟ้นขึ้นทุกวัน จากคนที่เคยถูกจับคู่ให้แต่งงานกันโดยไม่ได้เลือก ตอนนี้ทั้งคู่ได้เลือกที่จะรักและอยู่เคียงข้างกันอย่างแท้จริง ความสุขที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นได้เบ่งบานเป็นความรักที่มั่นคงและยั่งยืน

3,703 ตัวอักษร