สามีที่ฉันไม่เคยเลือก

ตอนที่ 4 / 39

ตอนที่ 4 — ความใกล้ชิดที่ก่อตัวอย่างอุ่นใจ

วันเวลาที่ผ่านพ้นไป การใช้ชีวิตร่วมกันภายใต้ชายคาเดียวกัน แม้จะเริ่มต้นด้วยความเหินห่างและไร้ความผูกพัน แต่กลับกลายเป็นสะพานเชื่อมให้ทิพยรัตน์และภาคินัยได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้น ความเข้าใจที่เคยมีอยู่เพียงน้อยนิด เริ่มก่อตัวเป็นความรู้สึกอบอุ่นที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในหัวใจของทั้งคู่ ภาคินัยที่เคยเย็นชาและห่างเหิน เริ่มแสดงออกถึงความใส่ใจอย่างเห็นได้ชัด การพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ ยามเช้าก่อนไปทำงาน หรือการถามไถ่เรื่องราวในชีวิตประจำวันของเธอ กลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรที่ขาดไม่ได้ "วันนี้มีนัดสำคัญที่บริษัทหรือเปล่าคะ" ทิพยรัตน์เอ่ยถามขณะที่ภาคินัยกำลังทานอาหารเช้า ภาคินัยเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาคมฉายแววอ่อนโยนกว่าทุกวัน "มีนิดหน่อย แต่ไม่น่าจะนานมากนัก ทำไมเหรอ มีอะไรรึเปล่า" "เปล่าค่ะ แค่ถามเผื่อว่าคุณอาจจะกลับดึก จะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารเย็น" เธอตอบพลางยิ้มบางๆ "ถ้าผมกลับดึก อาจจะชวนคุณไปทานข้างนอกก็ได้นะ" ภาคินัยเสนอ "วันนี้คุณอยากไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะไหม ผมพอจะมีเวลาช่วงบ่าย" ทิพยรัตน์รู้สึกใจเต้นแรงเล็กน้อยกับข้อเสนอที่น่าประหลาดใจ "ไปค่ะ ฉันอยากไป" ช่วงบ่ายวันนั้น ทิพยรัตน์และภาคินัยออกเดินทางไปยังสวนสาธารณะใกล้เคียง อากาศอบอุ่นกำลังดี แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงมาท่ามกลางร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ พวกเขาสวมเสื้อผ้าลำลองที่ดูสบายตา เดินเคียงข้างกันไปตามทางเดินที่ปูด้วยอิฐ "คุณชอบสวนสาธารณะเหรอ" ภาคินัยถามขณะที่มองดูรอยยิ้มสดใสของทิพยรัตน์ "ชอบค่ะ มันให้ความรู้สึกสงบดี" เธอตอบ "ตอนเด็กๆ ฉันชอบมาวิ่งเล่นที่นี่กับเพื่อนๆ" "ผมเองก็เคยมาที่นี่เหมือนกัน สมัยเรียนมหาวิทยาลัย" ภาคินัยเล่า "แต่มักจะมานั่งอ่านหนังสือ หรือไม่ก็มานั่งคิดอะไรเงียบๆ คนเดียว" "คุณก็ชอบความสงบเหมือนกันนะคะ" ทิพยรัตน์กล่าว พวกเขาเดินคุยกันไปเรื่อยๆ ทิพยรัตน์เล่าเรื่องราวในวัยเด็กถึงความสนุกสนานกับการวิ่งเล่น การแอบชอบเพื่อนสมัยเรียน ขณะที่ภาคินัยก็เล่าถึงความกดดันในการเรียน การต้องแบกรับความคาดหวังของครอบครัว "บางที ผมก็รู้สึกว่าชีวิตผมขาดสีสันไปเยอะเลยนะ" ภาคินัยถอนหายใจเบาๆ "ทุกอย่างดูจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้หมดแล้ว" "แต่คุณก็ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานนะคะ" ทิพยรัตน์พูดให้กำลังใจ "นั่นก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่เหรอคะ" "มันก็ใช่" ภาคินัยตอบ "แต่บางครั้ง ผมก็อยากมีอิสระที่จะทำอะไรตามใจตัวเองบ้าง เหมือนตอนที่คุณบอกว่าอยากเป็นนักเปียโน" "คุณยังจำเรื่องนั้นได้เหรอคะ" ทิพยรัตน์ประหลาดใจ "แน่นอน" ภาคินัยยิ้ม "ผมว่ามันเป็นความฝันที่สวยงามนะ" "ขอบคุณค่ะ" เธอกล่าว "แต่ตอนนี้ ฉันก็มีความสุขกับชีวิตที่เป็นอยู่ค่ะ" "ผมดีใจที่ได้ยินแบบนั้น" ภาคินัยมองหน้าเธอตรงๆ "ขอบคุณนะทิพยรัตน์ ที่เข้ามาในชีวิตผม" คำพูดนั้นทำให้ทิพยรัตน์รู้สึกอบอุ่นจนพูดอะไรไม่ออก เธอเพียงแค่ยิ้มตอบรับ ตลอดช่วงบ่ายวันนั้น ความรู้สึกที่เคยมีระหว่างทั้งสองก็ยิ่งชัดเจนขึ้น การเดินเคียงข้างกัน การสบตา การสนทนาที่เปิดอก ทำให้กำแพงที่เคยแข็งแกร่ง เริ่มร้าวฉานลงทีละน้อย เมื่อยามเย็นใกล้เข้ามา ภาคินัยจูงมือทิพยรัตน์ไปยังร้านอาหารเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากสวนสาธารณะ เป็นร้านที่เขาเคยมาบ่อยๆ สมัยยังเป็นนักศึกษา "ผมอยากให้คุณลองทานอาหารที่นี่" ภาคินัยกล่าว "เป็นร้านโปรดของผมสมัยก่อน" "บรรยากาศดีจังค่ะ" ทิพยรัตน์กล่าวชมเมื่อเข้าไปในร้าน พวกเขาเลือกนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง สั่งอาหารจานพิเศษของร้านมาทานกัน "รสชาติอร่อยมากเลยค่ะ" ทิพยรัตน์เอ่ยขณะตักอาหารเข้าปาก "ผมดีใจที่คุณชอบ" ภาคินัยยิ้ม "จำได้ว่าตอนนั้น ผมมานั่งกินที่นี่คนเดียวบ่อยๆ" "ทำไมคะ" ทิพยรัตน์ถาม "ก็… ไม่มีใครให้มานั่งทานด้วย" ภาคินัยตอบเสียงเบา "หรือบางที ก็แค่ไม่อยากให้ใครเห็นมุมที่ดูอ่อนแอของตัวเอง" "แต่ตอนนี้ คุณมีฉันแล้วนะคะ" ทิพยรัตน์พูดอย่างไม่รู้ตัว ภาคินัยชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันมาสบตาเธอ ดวงตาของเขาฉายแววประหลาดใจและอ่อนโยน "ใช่… คุณมีฉันแล้ว" บทสนทนาในค่ำคืนนั้น ทำให้ทั้งสองรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา ความรู้สึกห่างเหินที่เคยปกคลุม ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและความเข้าใจที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นในหัวใจ เมื่อกลับถึงบ้าน ทิพยรัตน์รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เธอไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป การได้ใช้เวลาร่วมกับภาคินัย การได้พูดคุย เปิดใจ ทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตคู่ที่เคยคิดว่าจะไม่มีวันมีความสุข กลับมีแสงสว่างเล็กๆ ส่องเข้ามา คืนนั้น เมื่อทั้งสองแยกย้ายกันไปยังห้องนอนของตนเอง ทิพยรัตน์นอนคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ เธอไม่แน่ใจว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้คืออะไร แต่มันทำให้เธอรู้สึกดีอย่างประหลาด

3,727 ตัวอักษร