ตอนที่ 7 — เบื้องหลังม่านแห่งความลวง
ทางเดินลับทอดตัวลงสู่ความมืดสนิท อากาศเย็นเฉียบและอับชื้นปะทะใบหน้าของพิมพ์ลดา เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติก่อนจะก้าวเดินต่อไป ไฟฉายในมือส่องแสงเป็นวงแคบๆ เผยให้เห็นผนังหินขรุขระที่เปียกชื้นเป็นหย่อมๆ ยิ่งเดินลงลึกเท่าไหร่ เสียงภายนอกก็ยิ่งจางหายไป เหลือเพียงเสียงฝีเท้าของเธอเองที่ก้องกังวานอยู่ในความเงียบอันน่าขนลุก
“สวัสดีครับ” เสียงทุ้มแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหน้า ทำให้พิมพ์ลดาสะดุ้งสุดตัว เธอรีบหันไฟฉายไปทางต้นเสียง แต่กลับไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆ มีเพียงเงาตะคุ่มที่ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลังกองวัตถุที่วางระเกะระกะ
“ใครอยู่ตรงนั้น!” เธอตะโกนถาม เสียงสั่นเครือด้วยความหวาดหวั่น
“ไม่ต้องกลัว ผมไม่ได้มาทำร้ายคุณ” เสียงนั้นตอบกลับมา พร้อมกับร่างของชายชราคนหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมมืด เขาผอมบาง สวมเสื้อผ้าที่ดูเก่าแก่และสกปรก ดวงตาของเขาฉายแววเหนื่อยล้า แต่ก็มีความเฉลียวฉลาดซ่อนอยู่
“คุณเป็นใคร” พิมพ์ลดาถามอีกครั้ง เธอกำลังประเมินสถานการณ์ ชายผู้นี้ดูไม่เป็นอันตราย แต่ใครจะรู้ว่าภายใต้รูปลักษณ์ภายนอกนั้น ซ่อนความจริงอะไรไว้
“ผมชื่อ ‘พ่อบ้าน’ เป็นผู้ดูแลที่นี่มานาน” ชายชราตอบ “แต่ผมไม่ใช่พ่อบ้านที่คุณรู้จักหรอกนะ ชื่อผมเป็นเพียงนามสมมติเท่านั้น”
“คุณรู้เรื่องเกี่ยวกับที่นี่เหรอคะ” พิมพ์ลดาถามด้วยความหวัง “คุณรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่”
“ผมรู้… ผมรู้ทุกอย่าง” พ่อบ้านถอนหายใจยาว “ผมเห็นคุณมาตั้งแต่คุณมาถึงครั้งแรก แต่ผมทำอะไรไม่ได้ ผมถูกสั่งให้อยู่ในเงามืดเสมอ”
“ใครสั่งคะ”
“คนที่ควบคุมทุกสิ่ง… ผู้ที่สร้างเกมนี้ขึ้นมา” พ่อบ้านตอบ ดวงตาของเขาทอดยาวไปในความมืด ราวกับกำลังมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ไกลแสนไกล “เขาเป็นคนอันตราย เขาเล่นกับชีวิตผู้คนเหมือนเป็นหมากในกระดาน”
พิมพ์ลดากลืนน้ำลาย “เขา… เขาคือชานนท์ใช่ไหมคะ”
พ่อบ้านพยักหน้าช้าๆ “ใช่… ชานนท์ ผู้ชายที่ดูอบอุ่น อ่อนโยน แต่ภายใต้รอยยิ้มนั้น ซ่อนความดำมืดที่ไม่มีใครคาดคิด เขาเป็นคนฉลาดแกมโกง เขาชื่นชอบการบงการผู้อื่น”
“แต่… แต่เขาบอกว่าเขารักฉัน” พิมพ์ลดาเอ่ยเสียงแผ่วเบา คำพูดนั้นราวกับเสียงกระซิบของปีศาจที่พยายามจะหลอกลวงเธออีกครั้ง
“ความรักของเขา… มันเป็นพิษ” พ่อบ้านกล่าว “มันเป็นกับดักที่เขาสร้างขึ้นเพื่อควบคุมคุณ เขาต้องการให้คุณเป็นของเขาตลอดไป เขาไม่เคยต้องการให้คุณมีความทรงจำใดๆ ที่จะทำให้คุณหันหลังให้กับเขาได้”
“แล้ว… จี้นกพิราบนี่ล่ะคะ มันคืออะไร” พิมพ์ลดากำจี้นกพิราบในมือแน่น “มันเชื่อมโยงกับที่นี่ได้อย่างไร”
“นั่นคือ… กุญแจ” พ่อบ้านตอบ “กุญแจที่จะปลดล็อกความจริงทั้งหมด มันถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับคุณ เป็นส่วนหนึ่งของแผนการอันแยบยลของเขา แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นจุดอ่อนของเขาเช่นกัน”
“จุดอ่อน?” พิมพ์ลดาเลิกคิ้ว
“ใช่… เขาไม่เคยคิดว่าคุณจะค้นพบมัน เขาคิดว่าคุณจะหลงอยู่ในเกมที่เขาสร้างขึ้นตลอดไป” พ่อบ้านอธิบาย “เขาต้องการให้คุณลืมอดีตทั้งหมด และยอมรับชีวิตใหม่ที่เขามอบให้ แต่จี้นั้น… มันคือสิ่งที่คุณทิ้งไว้เบื้องหลัง มันคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายของความเป็นตัวคุณ”
“แล้ว… ทำไมเขาถึงเก็บมันไว้กับตัวเขา”
“เพราะเขาต้องการควบคุมมัน… เขาต้องการเก็บความลับทั้งหมดไว้กับตัวเอง เขาจะใช้มันเป็นเครื่องมือในการบงการคุณต่อไป หากคุณมีมันอยู่ในมือ เขาจะสูญเสียอำนาจบางส่วนไป”
พิมพ์ลดาเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างมากขึ้น ภาพต่างๆ ที่เคยเลือนรางเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง เธอเห็นภาพตัวเองในชุดราตรีสีดำในงานเลี้ยงวันนั้น ภาพของจี้ที่อยู่บนคอเสื้อของเธอ…
“ฉันจำได้… ฉันจำได้บางอย่าง” พิมพ์ลดาพึมพำ “ในงานเลี้ยงวันนั้น… ฉันเห็นบางอย่างที่คอเสื้อของตัวเอง… เป็นรอยเหมือนรอยขีดข่วน… แล้วก็… แล้วก็มีคนเข้ามา… ดึงฉันออกไป…”
“ใช่… มันคือสิ่งที่เขาทำ” พ่อบ้านกล่าว “เขาพยายามจะลบความทรงจำของคุณ เขาใช้ยาบางชนิด… หรืออาจจะเป็นการสะกดจิตบางรูปแบบ… เพื่อทำให้คุณลืมทุกสิ่งทุกอย่าง”
“แต่… ทำไมเขาถึงไม่ทำลายจี้นั้นไปเลย”
“เพราะเขารู้ว่าคุณจะมองหามัน… เขาต้องการให้คุณมองหา… เพื่อเขาจะได้ควบคุมคุณได้ง่ายขึ้น เขาจะคอยดูว่าคุณจะไปถึงไหน… แล้วเขาก็จะเข้ามาขัดขวางคุณ”
พิมพ์ลดาสัมผัสกับจี้นกพิราบอีกครั้ง ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นมาในใจ มันไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่มันคือสัญลักษณ์ของความหวัง สัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ
“แล้ว… ห้องลับนี่คืออะไรคะ” เธอถาม พลางกวาดสายตาไปรอบๆ
“ที่นี่คือ… หัวใจของเกม” พ่อบ้านตอบ “เป็นที่ที่เขาเก็บทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับแผนการของเขาไว้ เป็นที่ที่เขาบันทึกข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับคุณ… และเกี่ยวกับเหยื่อรายอื่นๆ ของเขา”
“เหยื่อรายอื่นๆ?” พิมพ์ลดารู้สึกหนาวสะท้านไปถึงไขสันหลัง
“ใช่… คุณไม่ใช่คนแรก… และอาจจะไม่ใช่คนสุดท้าย” พ่อบ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “เขาหลอกล่อผู้คนเข้ามาในชีวิตของเขา… แล้วก็ทำลายพวกเขาอย่างช้าๆ”
พิมพ์ลดาเหลือบมองไปที่กองวัตถุที่วางระเกะระกะอยู่ข้างผนัง เธอเห็นลังไม้เก่าๆ กล่องกระดาษแข็งที่ปิดสนิท และหีบเหล็กขนาดใหญ่
“ตรงนั้น… มีอะไรอยู่คะ” เธอชี้ไปที่หีบเหล็ก
“ความลับ… ความลับที่เขาหวงแหนที่สุด” พ่อบ้านตอบ “เปิดมันออกมาสิ… แล้วคุณจะเข้าใจทุกอย่าง”
พิมพ์ลดาเดินเข้าไปใกล้หีบเหล็กนั้น มันมีขนาดใหญ่และหนักมาก เธอพยายามจะเปิดมัน แต่ก็ไม่สำเร็จ มันถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนา
“กุญแจ… กุญแจอยู่ที่ไหนคะ” เธอถาม
พ่อบ้านชี้ไปที่โต๊ะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่มุมห้อง “กุญแจ… อยู่ใกล้แค่เอื้อม”
พิมพ์ลดาเดินไปที่โต๊ะนั้น บนโต๊ะมีเพียงสมุดบันทึกเล่มเก่าๆ เล่มหนึ่งวางอยู่ เธอเปิดมันออก ทันทีที่เปิดออก เธอก็พบกับภาพถ่ายที่ถูกแนบอยู่ด้านใน
ภาพถ่ายนั้นเป็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอดูสวยงามและอ่อนหวาน แต่ในดวงตาของเธอฉายแววเศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูก
“นี่… ใครคะ” พิมพ์ลดาถาม
“เธอคือ… คนรักเก่าของชานนท์” พ่อบ้านตอบ “คนที่เขาเคยอ้างว่ารักมาก… แต่สุดท้าย… เขาก็ทำลายเธอเช่นกัน”
พิมพ์ลดารู้สึกเหมือนมีบางอย่างบีบรัดหัวใจ เธอเห็นความคล้ายคลึงบางอย่างระหว่างตัวเองกับผู้หญิงในภาพถ่ายนั้น
“ฉัน… ฉันควรทำอย่างไรคะ” เธอถาม พลางหันไปมองพ่อบ้าน
“เปิดหีบนั้น… แล้วคุณจะพบคำตอบ” พ่อบ้านกล่าว “นี่คือโอกาสสุดท้ายของคุณ… ที่จะหลุดพ้นจากเกมนี้”
พิมพ์ลดามองไปที่หีบเหล็กอีกครั้ง เธอรู้ว่าเธอต้องเผชิญหน้ากับความจริง ไม่ว่ามันจะเจ็บปวดเพียงใดก็ตาม เธอตัดสินใจแน่วแน่ที่จะเปิดมันออก
5,068 ตัวอักษร