ตอนที่ 23 — หลักฐานใหม่ที่นำไปสู่การตัดสินใจ
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ การพิจารณาคดีในศาลยังคงดำเนินต่อไป พิมพ์ดาวและพัฒน์ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเตรียมเอกสารและการหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนรูปคดีของพวกเขา ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ต้องบริหารจัดการบริษัทภายใต้ข้อจำกัดที่ยังคงมีอยู่
“คุณพิมพ์ดาวคะ” สมศรีเดินเข้ามาในห้องทำงาน “มีจดหมายจากบริษัทกฎหมายที่คุณวินัยใช้บริการอยู่ค่ะ”
พิมพ์ดาวรับซองจดหมายมาเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว สายตาของเธอจับจ้องไปที่ตัวอักษรในเอกสาร
“นี่มัน…” พิมพ์ดาวอุทานออกมาเบาๆ
“มีอะไรเหรอคะ” พัฒน์ที่นั่งทำงานอยู่ใกล้ๆ หันมาถาม
“คุณวินัยเขา…เขาเจอเอกสารบางอย่างที่บ้านค่ะ” พิมพ์ดาวกล่าว “เป็นเอกสารที่เกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินในอดีตของสมชาย สมัยที่ยังทำธุรกิจร่วมกับวิรัตน์”
“เอกสารอะไรครับ” พัฒน์ขยับเข้ามาดู
“มันเป็นสำเนาของสัญญาการกู้ยืมเงินค่ะ” พิมพ์ดาวอธิบาย “เป็นเงินจำนวนมากที่สมชายกู้ยืมมาจากวิรัตน์”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องของเราครับ” พัฒน์ถาม
“คุณวินัยบอกว่า เอกสารนี้มีลายเซ็นของสมชาย และมีลายเซ็นของพยานคนหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตพนักงานของบริษัทที่สมชายเคยร่วมงานด้วย” พิมพ์ดาวกล่าว “เอกสารนี้จะช่วยยืนยันได้ว่า เงินที่คุณพิมพ์ดาวได้รับมานั้น เป็นเงินที่สมชายคืนให้คุณพิมพ์ดาวจากการกู้ยืมของเขาเอง ไม่ใช่เงินที่ได้มาโดยมิชอบ”
“ยอดเยี่ยมเลยครับ” พัฒน์ยิ้ม “นี่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะช่วยพลิกคดีได้เลย”
“แต่…ที่สำคัญกว่านั้นคือ…” พิมพ์ดาวอ่านต่อ “ในเอกสารนี้ยังมีการระบุถึงแหล่งที่มาของเงินที่สมชายจะนำไปใช้คืนวิรัตน์ค่ะ”
“แหล่งที่มาของเงิน?” พัฒน์ทวนคำ
“ใช่ค่ะ” พิมพ์ดาวพยักหน้า “มันระบุว่าสมชายจะนำเงินส่วนหนึ่งมาจากการขายหุ้นบางส่วนของบริษัทที่เขาร่วมกับวิรัตน์ถืออยู่ และส่วนที่เหลือจะมาจาก…การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์”
“การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์…” พัฒน์ครุ่นคิด “แต่ผมจำได้ว่าคุณชาญเคยบอกว่า สมชายกับวิรัตน์ทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าของหนีภาษี”
“นั่นสิคะ” พิมพ์ดาวกล่าว “แล้วทำไมในเอกสารนี้ถึงระบุถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ล่ะคะ”
“บางที…มันอาจจะเป็นการปกปิดแหล่งที่มาที่แท้จริงของเงินก็ได้ครับ” พัฒน์สันนิษฐาน “หรือบางที…การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อาจจะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่”
“แล้ว…เราจะตรวจสอบเรื่องนี้ได้ยังไงคะ” พิมพ์ดาวถาม
“ผมว่าเราต้องลองติดต่อไปหาคุณชาญอีกครั้งครับ” พัฒน์เสนอ “แล้วลองถามเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง”
“ดีค่ะ” พิมพ์ดาวเห็นด้วย “ฉันจะให้ทนายความดำเนินการเรื่องนี้ควบคู่ไปด้วย”
หลังจากนั้น พัฒน์ได้ติดต่อไปยังคุณชาญอีกครั้ง
“สวัสดีครับคุณชาญ” พัฒน์กล่าว “ผมพัฒน์เองครับ”
“อ้อ คุณพัฒน์ มีอะไรหรือเปล่าครับ” เสียงของคุณชาญฟังดูเหนื่อยล้า
“ผมมีเรื่องอยากจะรบกวนสอบถามเพิ่มเติมครับ” พัฒน์กล่าว “คือว่า…คุณพิมพ์ดาวได้รับเอกสารบางอย่างมาจากคุณวินัยครับ เป็นเอกสารเกี่ยวกับธุรกิจเก่าของสมชาย”
“เอกสารอะไรครับ”
“เป็นสำเนาสัญญาเงินกู้ระหว่างสมชายกับคุณวิรัตน์ครับ” พัฒน์อธิบาย “ในนั้นมีการระบุถึงแหล่งที่มาของเงินที่สมชายจะนำไปใช้คืนวิรัตน์ ซึ่งมีส่วนหนึ่งระบุถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์”
ชาญเงียบไปครู่หนึ่ง “การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์…เหรอครับ”
“ใช่ครับ” พัฒน์ตอบ “ผมเลยอยากจะถามคุณชาญว่า สมชายเคยมีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จริงๆ หรือเปล่าครับ หรือว่าในตอนนั้น คุณวิรัตน์มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ด้วย”
“อืม…” ชาญครุ่นคิด “ตอนนั้นผมจำได้ว่า…สมชายกับวิรัตน์มีปัญหาขัดแย้งกันเรื่องเงินพอสมควรเลยครับ”
“แล้วเรื่องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ล่ะครับ” พัฒน์ถามย้ำ
“ผม…ผมไม่แน่ใจนะครับ” ชาญตอบอย่างลังเล “ตอนนั้นเรื่องมันซับซ้อนมาก ผมจำได้แค่ว่า…มันมีเรื่องของการฟอกเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย”
“ฟอกเงิน?” พิมพ์ดาวที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ตกใจ
“ใช่ครับ” ชาญยืนยัน “ผมจำได้ลางๆ ว่า…วิรัตน์พยายามจะเอาเงินผิดกฎหมายบางส่วนเข้ามาในระบบ โดยการเอาไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แต่เหมือนจะมีปัญหาเรื่องการตรวจสอบ หรืออาจจะเรื่องการเมืองบางอย่าง ทำให้แผนของเขาล้มเหลว”
“แล้วสมชายรู้เรื่องนี้ด้วยไหมครับ” พัฒน์ถาม
“ผมไม่แน่ใจครับ” ชาญกล่าว “สมชายอาจจะรู้ หรืออาจจะไม่รู้ก็ได้ แต่ที่แน่ๆ คือ…หลังจากนั้นไม่นาน วิรัตน์ก็หายตัวไป และสมชายก็พยายามจะล้างมือจากวงการนั้น”
“ถ้าอย่างนั้น…เอกสารสัญญาเงินกู้ที่ระบุถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อาจจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการพยายามฟอกเงินของวิรัตน์ก็ได้” พิมพ์ดาวกล่าว “แล้วสมชายอาจจะถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องโดยไม่เต็มใจ”
“หรือบางที…สมชายอาจจะร่วมมือกับวิรัตน์ในการฟอกเงินก็ได้” พัฒน์เสริม “แต่สุดท้าย เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น วิรัตน์ก็หายตัวไป ทิ้งให้สมชายต้องรับผิดชอบ”
“แล้วเงินที่คุณพิมพ์ดาวได้รับมา…มาจากแหล่งไหนแน่คะ” พิมพ์ดาวเริ่มสับสน
“จากเอกสารที่คุณวินัยเจอ และจากคำบอกเล่าของคุณชาญ” พัฒน์สรุป “มีความเป็นไปได้สูงว่า เงินจำนวนมากที่สมชายต้องหามาคืนวิรัตน์ อาจจะมาจากเงินที่เขาได้จากการทุจริต หรือการฟอกเงินบางส่วน ซึ่งอาจจะเชื่อมโยงกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ล้มเหลว หรืออาจจะเป็นเพียงฉากบังหน้า”
“แล้ว…เราจะพิสูจน์ยังไงคะว่าเงินที่สมชายให้ฉันมานั้น ไม่ใช่เงินที่ผิดกฎหมาย” พิมพ์ดาวถาม
“เอกสารสัญญาเงินกู้จากคุณวินัย คือหลักฐานสำคัญที่สุดค่ะ” พัฒน์กล่าว “มันจะพิสูจน์ได้ว่าสมชายมีภาระหนี้สินกับวิรัตน์ และเขากำลังพยายามชำระหนี้ ซึ่งเงินที่เขาให้คุณพิมพ์ดาว ก็เป็นส่วนหนึ่งของการชำระหนี้ดังกล่าว”
“แล้วเรื่องการฟอกเงินล่ะคะ” พิมพ์ดาวกังวล “ถ้าเราพิสูจน์ไม่ได้ว่าเงินก้อนนั้นสะอาดจริงๆ…”
“เราต้องใช้หลักฐานทั้งหมดที่เรามี” พัฒน์กล่าว “เรามีสมุดบัญชีเล่มเล็กที่มีการบันทึกรายการต่างๆ อย่างละเอียด และเราก็มีเอกสารสัญญาเงินกู้ฉบับนี้ มันจะช่วยสร้างความสมเหตุสมผลให้กับเรื่องราวทั้งหมด”
“แต่…เอกภพก็คงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ” พิมพ์ดาวกล่าว “เขาคงจะพยายามหาทางพลิกแพลงเรื่องนี้อยู่ดี”
“แน่นอนครับ” พัฒน์เห็นด้วย “เขาอาจจะพยายามกล่าวหาว่าสมชายยักยอกเงินจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกล่าวหาว่าเงินก้อนนั้นมาจากแหล่งที่ผิดกฎหมายจริงๆ”
“เราต้องเตรียมรับมือกับทุกอย่าง” พิมพ์ดาวกล่าว “ฉันจะคุยกับทนายความเรื่องการตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดอีกครั้ง และจะขอให้คุณวินัยเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นพยาน”
“ดีครับ” พัฒน์จับมือเธอ “เรามาถึงจุดนี้ได้ ก็เพราะความพยายามของเรา และกำลังใจที่เรามีให้กัน”
พิมพ์ดาวยิ้มให้เขา “ฉันจะสู้จนถึงที่สุดค่ะ”
หลังจากนั้น พิมพ์ดาวและพัฒน์ก็ได้นำเอกสารสัญญาเงินกู้ฉบับใหม่ไปให้กับทนายความทันที
“เอกสารชิ้นนี้มีประโยชน์มากครับ” ทนายความกล่าว “มันจะช่วยเสริมรูปคดีของเราได้อย่างแข็งแกร่ง”
“แล้ว…เราจะใช้ประโยชน์จากข้อมูลเรื่องการฟอกเงินได้ไหมคะ” พิมพ์ดาวถาม
“เราสามารถนำเสนอข้อมูลนี้ต่อศาลได้ครับ” ทนายความอธิบาย “แต่เราต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนมากกว่านี้ เพื่อสนับสนุนข้อกล่าวหานี้”
“เราจะพยายามหาหลักฐานเพิ่มเติมครับ” พัฒน์กล่าว “แต่เท่าที่ตอนนี้เรามี ก็น่าจะเพียงพอที่จะทำให้เอกภพไม่สามารถกล่าวหาคุณพิมพ์ดาวได้ง่ายๆ แล้วใช่ไหมครับ”
“ใช่ครับ” ทนายความยืนยัน “การมีเอกสารสัญญาเงินกู้ฉบับนี้ ทำให้ข้อกล่าวหาของเอกภพดูมีน้ำหนักน้อยลงไปมาก เราสามารถโต้แย้งได้ว่า เงินที่คุณพิมพ์ดาวได้รับ เป็นการชำระหนี้ตามกฎหมาย”
“ขอบคุณมากครับคุณทนาย” พิมพ์ดาวกล่าวด้วยความโล่งใจ “เรากำลังจะมีหวังมากขึ้นแล้ว”
“เรายังคงต้องจับตาดูเอกภพต่อไปครับ” ทนายความกล่าวเตือน “เขาอาจจะมีไม้เด็ดซ่อนไว้อีก”
“เราจะเตรียมพร้อมรับมือครับ” พัฒน์กล่าว
6,049 ตัวอักษร