รักหลอกที่กลายเป็นจริง

ตอนที่ 26 / 37

ตอนที่ 26 — ความจริงที่ปรากฏ

เสียงกระซิบกระซาบดังเซ็งแซ่ไปทั่วห้องพิจารณาคดี การเปิดเผยหลักฐานใหม่นี้ ทำให้รูปคดีพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง ทนายฝ่ายโจทก์ดูสับสนและกำลังเร่งตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด พิมพ์ดาวมองเอกภพด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “คุณเอกภพ” ทนายฝ่ายโจทก์หันไปพูดกับเอกภพ “คุณมีอะไรจะอธิบายเกี่ยวกับเอกสารเหล่านี้บ้างครับ” เอกภพหน้าซีดเผือด เขาจ้องมองเอกสารในมือทนายฝ่ายโจทก์อย่างไม่เชื่อสายตา “ผม…ผมไม่เคยเห็นเอกสารพวกนี้มาก่อน!” “ท่านแน่ใจหรือครับ” ทนายฝ่ายโจทก์ถามเสียงเข้ม “ในเอกสารระบุชื่อบริษัทของท่านชัดเจน และลายเซ็นในสัญญาว่าจ้าง ก็ดูเหมือนจะเป็นลายเซ็นของท่าน” “ผม…ผมถูกใส่ร้าย!” เอกภพตะโกนเสียงดัง “สมชายกับพิมพ์ดาว พวกเขาร่วมมือกันปั้นเรื่องนี้ขึ้นมา!” “ถ้าอย่างนั้น” พิมพ์ดาวกล่าวเสริมอย่างเยือกเย็น “คุณจะอธิบายได้ไหมว่า ทำไมรายการเดินบัญชีของบริษัทคุณ ถึงแสดงให้เห็นการรับเงินจำนวนมหาศาล จากบริษัทที่เกี่ยวพันกับวิรัตน์ และทำไมเงินจำนวนนั้นถึงถูกโอนกลับมาให้สมชาย?” “มัน…มันเป็นเรื่องของธุรกิจ!” เอกภพพยายามแก้ตัว “เรามีข้อตกลงทางธุรกิจหลายอย่างร่วมกัน!” “ข้อตกลงทางธุรกิจที่ต้องอำพรางด้วยการสร้างสัญญาเงินกู้ปลอม?” พัฒน์ถามสวนกลับ “และข้อตกลงทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการว่าจ้างบริษัทการเงินที่ทำผิดกฎหมาย?” เอกภพเงียบกริบ เขาไม่สามารถหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลได้อีกต่อไป สีหน้าของเขาแสดงออกถึงความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด “ท่านผู้พิพากษาที่เคารพ” พิมพ์ดาวหันไปทางท่านผู้พิพากษา “จากหลักฐานที่ปรากฏ ทั้งสัญญาเงินกู้ปลอม รายการเดินบัญชีของบริษัทคุณเอกภพ และสัญญาว่าจ้างบริษัทการเงินผิดกฎหมาย สิ่งเหล่านี้ล้วนชี้ให้เห็นว่า การฟ้องร้องคุณพิมพ์ดาวในครั้งนี้ เป็นแผนการที่ถูกวางขึ้นอย่างแยบยล เพื่อทำลายชื่อเสียงและธุรกิจของคุณพิมพ์ดาว” “และแหล่งที่มาของเงินที่คุณพิมพ์ดาวได้รับมา” พิมพ์ดาวกล่าวเสียงหนักแน่น “คือเงินที่สมชายตั้งใจจะคืนให้ดิฉันจากการทำงานในอดีต ซึ่งเป็นเงินที่สมชายได้รับจากการร่วมงานกับคุณเอกภพ ในลักษณะที่ซับซ้อน และมีเจตนาที่จะปกปิดไว้” “คุณวินัยครับ” ท่านผู้พิพากษาหันไปทางคุณวินัย “ท่านยืนยันได้หรือไม่ว่า เอกสารที่ท่านมอบให้แก่ฝ่ายจำเลย เป็นของจริง” “ผมยืนยันครับท่าน” คุณวินัยตอบ “ผมค้นพบเอกสารสำคัญหลายชิ้นที่บ้านของนายสมชาย ซึ่งถูกซ่อนไว้เป็นอย่างดี เอกสารเหล่านั้นบ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างสมชาย วิรัตน์ และเอกภพ” “และเกี่ยวกับสัญญาเงินกู้ฉบับนั้น” คุณวินัยกล่าวเสริม “ผมจำได้ว่านายสมชายเคยปรึกษาผมเกี่ยวกับปัญหาทางการเงิน และการพยายามจะจัดระเบียบหนี้สิน เขาเคยกล่าวอ้างว่ากำลังจะได้รับเงินก้อนใหญ่จากการลงทุนบางอย่าง แต่ผมไม่เคยทราบรายละเอียดมาก่อน จนกระทั่งได้เห็นเอกสารเหล่านี้” “คุณชาญครับ” ท่านผู้พิพากษาหันไปทางคุณชาญที่นั่งอยู่ในห้อง “ท่านเคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของสมชายและวิรัตน์ ว่าเกี่ยวข้องกับการค้าของหนีภาษี” “ใช่ครับท่าน” คุณชาญยืนยัน “เท่าที่ผมทราบ ธุรกิจของพวกเขาเกี่ยวข้องกับการนำเข้าสินค้าโดยหลีกเลี่ยงภาษี แต่ผมไม่เคยทราบว่ามีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือมีการเกี่ยวข้องกับบริษัทของคุณเอกภพในลักษณะนี้” “ข้อมูลของท่าน สอดคล้องกับหลักฐานที่เราได้มาครับ” พิมพ์ดาวกล่าว “การที่เอกสารระบุถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อาจเป็นเพียงฉากบังหน้าที่สมชายกับวิรัตน์สร้างขึ้นมา เพื่อปกปิดการทำธุรกิจที่ผิดกฎหมาย” “และเมื่อแผนการของพวกเขาเริ่มสั่นคลอน” พิมพ์ดาวกล่าวต่อ “เอกภพจึงเข้ามามีบทบาท โดยการรับเงินที่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายของสมชายและวิรัตน์ ผ่านบริษัทของตนเอง แล้วส่งกลับคืนให้สมชายในรูปแบบที่ซับซ้อน เพื่อสร้างหลักฐานอันเป็นเท็จในการฟ้องร้องดิฉัน” “ผม…ผมไม่ยอมรับ!” เอกภพตะโกนขึ้นอีกครั้ง “ทั้งหมดนี่คือแผนการของพิมพ์ดาวกับพัฒน์! พวกเขาพยายามใส่ร้ายผม!” “คุณกำลังกล่าวหาใคร?” ทนายฝ่ายโจทก์ถาม “คุณกล่าวหาอดีตหุ้นส่วนของคุณ? คุณกล่าวหาทนายความของคุณ? หรือคุณกล่าวหาศาล?” เอกภพหน้าซีดเผือด เขาหันไปมองทนายฝ่ายโจทก์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “ท่านผู้พิพากษาที่เคารพ” พัฒน์กล่าว “พวกเราได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดอย่างรอบคอบ และได้นำเสนอต่อศาลด้วยความบริสุทธิ์ใจ พวกเราเชื่อมั่นว่า ความจริงจะปรากฏ และคุณพิมพ์ดาวจะได้รับการพิสูจน์ความบริสุทธิ์” ท่านผู้พิพากษาพยักหน้า “ศาลได้รับฟังพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว และจะใช้เวลาในการพิจารณาต่อไป” การพิจารณาคดีดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง พิมพ์ดาวและพัฒน์ตอบคำถามต่างๆ ที่ศาลซักถามอย่างใจเย็นและหนักแน่น พวกเขาได้นำเสนอข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยมีเอกสารเป็นพยานสำคัญ “คุณพิมพ์ดาว” ท่านผู้พิพากษาถาม “คุณแน่ใจได้อย่างไรว่าเงินจำนวนนี้ คือเงินที่คุณสมชายตั้งใจจะคืนให้คุณ” “ในตอนแรก ดิฉันก็ไม่แน่ใจเช่นกันค่ะท่าน” พิมพ์ดาวตอบ “แต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ทั้งหมด และจากหลักฐานที่พบในภายหลัง ดิฉันเชื่อมั่นว่าสมชายกำลังพยายามจะชดใช้ความผิดในอดีต และเงินก้อนนี้ คือส่วนหนึ่งของการชดใช้เหล่านั้น” “และคุณเอกภพ” ท่านผู้พิพากษาหันไปทางเอกภพ “ท่านมีข้อโต้แย้งใดๆ เกี่ยวกับหลักฐานที่ฝ่ายจำเลยนำเสนอหรือไม่” เอกภพส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง “ผม…ผมไม่มีอะไรจะกล่าวอีกแล้วครับ” “ดี” ท่านผู้พิพากษาพยักหน้า “ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว และจะให้คำตัดสินในวันนัดพิจารณาครั้งต่อไป” เมื่อการพิจารณาคดีในวันนั้นสิ้นสุดลง พิมพ์ดาวยิ้มให้กับพัฒน์อย่างโล่งใจ “เราทำได้แล้วนะ” “ใช่” พัฒน์จับมือพิมพ์ดาวไว้แน่น “เราทำได้แล้ว” ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะออกจากห้องพิจารณาคดี ทนายฝ่ายโจทก์ก็เดินเข้ามาหา “คุณพิมพ์ดาว” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป “ผม…ต้องขอโทษด้วย ผมไม่ทราบมาก่อนว่าเรื่องราวจะซับซ้อนถึงเพียงนี้” พิมพ์ดาวมองเขาด้วยความเข้าใจ “ดิฉันเข้าใจค่ะ” “ผม…จะแจ้งต่อลูกความของผมให้ยุติการฟ้องร้องในคดีนี้” ทนายฝ่ายโจทก์กล่าว “และผมหวังว่า…คุณจะให้อภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น” “ขอบคุณค่ะ” พิมพ์ดาวตอบ “หวังว่าเราทุกคนจะสามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้”

4,853 ตัวอักษร