เมียลับของนักการเมืองหนุ่ม

ตอนที่ 13 / 42

ตอนที่ 13 — การปรากฏตัวที่คาดไม่ถึง

หลายสัปดาห์ผ่านไปอย่างเชื่องช้า วราลียังคงใช้ชีวิตที่ถูกห่อหุ้มด้วยความเงียบงัน เธอพยายามปลีกตัวออกจากวงโคจรของภาคินอย่างเด็ดเดี่ยว การพบเจอเมธาวีในวันนั้น และภาพความจริงเบื้องหลังชีวิตของภาคินที่เธอเพิ่งได้เห็น ทำให้เธอตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่ ว่าการถอยห่างออกมาคือทางออกที่ดีที่สุด ถึงแม้หัวใจจะเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใดก็ตาม ทุกๆ วัน เธอจดจ่ออยู่กับการทำงาน พยายามไม่คิดถึงใบหน้าของเขา ไม่คิดถึงรอยยิ้มที่เคยอบอุ่น ไม่คิดถึงสัมผัสที่เคยปลอบประโลม ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ ภาพเหล่านั้นก็ยิ่งฉายชัดขึ้นในห้วงความคิด ราวกับเป็นเงาตามตัวที่ไม่มีวันหลุดพ้น “คุณวราลีคะ” เสียงของแพรวพราวเลขาคนสนิทดังขึ้น ทำลายความเงียบที่ปกคลุมโต๊ะทำงาน วราลีสะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองแพรวพราวที่ยืนอยู่หน้าห้องทำงานพร้อมแฟ้มเอกสาร “มีนัดของคุณภาคินค่ะ เขาบอกว่าให้เข้ามาได้เลย” ชื่อภาคินหลุดออกมาจากปากของแพรวพราวเหมือนสายฟ้าฟาดกลางแดด วราลีชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ เธอพยายามระงับอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน “เขามาเหรอคะ... แล้วเขาบอกว่ามีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่า” “ไม่ค่ะ เขาไม่ได้บอกรายละเอียด แต่เห็นว่าสำคัญมาก” แพรวพราวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เธอไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังท่าทีสงบนิ่งของวราลีนั้น กำลังเกิดพายุหมุนแห่งความรู้สึก วราลีถอนหายใจเบาๆ พลางยกมือขึ้นนวดขมับ “อืม... งั้นก็ให้เขาเข้ามาได้เลยค่ะ” เธอไม่แน่ใจว่าตัวเองพร้อมจะเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้งหรือไม่ การตัดสินใจของเธออาจจะแข็งแกร่ง แต่หัวใจก็ยังคงอ่อนแอเกินกว่าจะรับมือกับบางสิ่งบางอย่างที่มันไม่เคยชินได้ เธอพยายามรวบรวมสมาธิกลับมาที่เอกสารตรงหน้า แต่สายตาของเธอกลับเลื่อนลอยไป ภาพเหตุการณ์วันนั้นปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าซีดเผือดของเมธาวี คำพูดที่เธอเอ่ยออกมาอย่างเจ็บปวด น้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ทั้งหมดนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นเบาๆ วราลีสูดลมหายใจลึกก่อนจะเอ่ยอนุญาต “เข้ามาได้ค่ะ” บานประตูเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งที่คุ้นเคย ภาคินในชุดสูทสีเข้ม ดูสง่างามราวกับเช่นเคย แต่แววตาของเขากลับฉายแววเหนื่อยอ่อนและมีความกังวลบางอย่างที่วราลีไม่เคยเห็นมาก่อน เขาหยุดยืนอยู่ที่ประตู มองมาที่เธอด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา “เป็นไงบ้าง” ภาคินถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่แฝงความอ่อนโยน วราลีเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ใบหน้าของเธอเย็นชาไร้ความรู้สึก “คุณภาคิน... มีอะไรหรือเปล่าคะ” “ผม... ผมแค่อยากมาเจอคุณ” เขาตอบ เสียงของเขาเบาลงเล็กน้อย ราวกับกำลังใช้ความพยายามอย่างมากในการควบคุมบางสิ่งบางอย่าง “ผม... ผมคิดถึงคุณ” คำว่า "คิดถึง" หลุดออกมาจากปากของเขา ทำเอาก้อนเนื้อในอกของวราลีบีบรัดอย่างรุนแรง เธอพยายามเม้มปากแน่น ไม่ให้ความรู้สึกที่กำลังปะทุขึ้นมาแสดงออกทางสีหน้า “คุณภาคินคะ เรา... เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอคะ” “ผมรู้ว่าเราตกลงกันแล้ว” ภาคินเดินเข้ามาในห้องอย่างช้าๆ เขาหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานของเธอประมาณสองก้าว “แต่ผม... ผมทนไม่ไหวแล้ววราลี ผมต้องมาหาคุณ” “หาฉันทำไมคะ” วราลีถามเสียงสั่นเครือ เธอพยายามกดเสียงไม่ให้มีความโกรธหรือเสียใจเจือปน “คุณมีครอบครัว มีชีวิตของคุณที่รออยู่” “ชีวิตผม... มันไม่สมบูรณ์ถ้าไม่มีคุณ” ภาคินพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ผมรู้ว่าผมทำผิดกับคุณมาก ผมรู้ว่าผมทำให้คุณเสียใจ แต่ผม... ผมรักคุณนะวราลี” คำสารภาพรักของเขาหลุดออกมาอีกครั้ง คราวนี้มันเหมือนดาบที่กรีดลึกลงไปในหัวใจของวราลี เธอหลับตาลงช้าๆ พยายามข่มกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ “คุณภาคินคะ... อย่าพูดแบบนี้เลยค่ะ” “ทำไมผมจะพูดไม่ได้” ภาคินถาม น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าวขึ้นมาเล็กน้อย “ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงพยายามผลักไสผมออกไป ทั้งๆ ที่เรารักกัน” “เรารักกันเหรอคะ” วราลีหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เจ็บปวด “คุณแน่ใจเหรอคะว่านั่นคือความรัก” ภาคินมองเธออย่างไม่เข้าใจ “คุณกำลังพูดถึงอะไร” “ฉันเห็นค่ะ” วราลีพูดเสียงเบาลง “ฉันเห็นคุณกับเมธาวีวันนั้น... ฉันเข้าใจแล้วทุกอย่าง” ใบหน้าของภาคินซีดเผือดลงไปอีก “วราลี... เรื่องวันนั้นมัน...” “ไม่ต้องอธิบายค่ะ” วราลีตัดบท “ฉันเข้าใจดี” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า “ฉันเข้าใจว่าคุณรักเธอ... ฉันเข้าใจว่าฉันเป็นแค่เงาของคุณ เป็นแค่คนที่คุณมาหาเมื่อคุณรู้สึกเหงา หรือเมื่อคุณต้องการใครสักคน” “ไม่! ไม่ใช่แบบนั้นนะวราลี” ภาคินรีบปฏิเสธ เขาก้าวเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น “ผมรักคุณ ผมรักคุณจริงๆ เรื่องวันนั้น... มันมีเหตุผลที่ซับซ้อน” “เหตุผลที่ซับซ้อนแค่ไหนก็ไม่สำคัญค่ะ” วราลีพูด น้ำเสียงของเธอหนักแน่นขึ้น “เพราะสุดท้ายแล้ว คุณก็ยังเลือกเธออยู่ดี” “ผมไม่ได้เลือกใครเลย!” ภาคินตะคอกออกมาอย่างไม่อดทน “ผมกำลังพยายามแก้ไขทุกอย่าง” “แก้ไข? คุณจะแก้ไขมันยังไงคะ” วราลีถามกลับ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มไหลรินลงมา “คุณจะให้ฉันไปบอกทุกคนว่าฉันเป็นอะไรกับคุณเหรอคะ? คุณจะให้ฉันไปเผชิญหน้ากับสังคม ครอบครัวของคุณ ที่คุณบอกว่าสำคัญนักหนา? คุณจะให้ฉันเป็นคนทำลายชีวิตของคุณเองหรือไง” ภาคินเงียบไป เขารู้ว่าวราลีพูดถูก เขารู้ว่าสิ่งที่เขาขอจากเธอ มันหนักหนาเกินกว่าที่ใครจะรับไหว “ฉัน... ฉันยอมรับในความสัมพันธ์ของเราค่ะ” วราลีพูดต่อ เสียงของเธอแหบพร่า “ฉันมีความสุขที่ได้อยู่กับคุณ ถึงแม้จะเป็นแค่เงา แต่ฉันก็เลือกที่จะยอมรับมัน... แต่เมื่อฉันรู้ความจริงทั้งหมด ฉันก็รู้ว่าฉันไม่สามารถอยู่แบบนี้ต่อไปได้อีกแล้ว” “วราลี...” ภาคินเอ่ยชื่อเธอแผ่วเบา “คุณภาคินคะ” วราลีสูดลมหายใจลึก “ได้โปรด... กลับไปหาครอบครัวของคุณเถอะค่ะ ฉัน... ฉันไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่ซับซ้อนของคุณได้อีกแล้ว” เธอหันกลับไปมองกองเอกสารบนโต๊ะทำงานอีกครั้ง พยายามหลบสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดของเขา “ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรแล้ว... ฉันขอตัวทำงานต่อนะคะ” ภาคินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขารู้สึกราวกับถูกทอดทิ้งอีกครั้ง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมทุกอย่างถึงได้ยุ่งเหยิงไปหมด เขาต้องการเพียงแค่ความรัก ความสุข แต่กลับต้องเผชิญกับความซับซ้อนของโลกใบนี้ “ผม... ผมจะไปก่อน” เขาพูดเสียงเบา เขาหันหลังเดินออกจากห้องทำงานของวราลีไป ทิ้งให้เธอนั่งอยู่เพียงลำพังกับความปวดร้าวในหัวใจ วราลียังคงนั่งอยู่ที่เดิม น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่อาจห้าม เธอรู้ดีว่าการตัดสินใจของเธอถูกต้องแล้ว แต่มันก็เจ็บปวดเหลือเกิน การตัดขาดจากภาคินในครั้งนี้ อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่แท้จริง

5,154 ตัวอักษร