หัวใจที่เขาไม่เคยต้องการ

ตอนที่ 1 / 34

ตอนที่ 1 — ตะวันอันเย็นชาของเขา

ผืนฟ้าสีครามสดใสทอประกายเหนือเมืองหลวงที่กำลังตื่นตัวยามเช้า ทว่าสำหรับ "กวินท์" ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคมสันราวกับสกัดจากหินอ่อน ดวงตาของเขากลับไม่เคยสะท้อนสีสันของวันใหม่นั้นเลย มันมืดมิด เย็นชา และราวกับถูกเคลือบด้วยน้ำแข็งบางๆ ที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ เขาคือประธานกรรมการบริหารหนุ่มแห่ง "วรัญญู กรุ๊ป" อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่พ่อของเขาสร้างมาด้วยสองมือ และเขาก็รักษาทุกอย่างไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่เบื้องหลังความสำเร็จอันน่าทึ่งนั้น กลับเป็นหัวใจที่ด้านชา ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ต่อเรื่องของความรัก "คุณกวินท์ครับ สัญญาที่เซ็นกับทางบริษัทเคเบิลทีวีฉบับร่างเสร็จแล้วครับ" เสียงทุ้มนุ่มของ "ภาคย์" เลขาฯ ส่วนตัวดังขึ้นขณะยื่นแฟ้มเอกสารสีดำขลับให้ "รอให้ผมเซ็นแล้วค่อยเอาไป" กวินท์ตอบเสียงเรียบโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพกราฟหุ้นสีเขียวสดใส ภาคย์พยักหน้ารับอย่างเคยชิน เขารู้ดีว่าเจ้านายของเขาเป็นคนแบบไหน เป็นคนที่ทุกอย่างต้องเป๊ะ ต้องสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ และที่สำคัญที่สุด คือไม่เคยเปิดใจให้กับสิ่งใดที่อยู่นอกเหนือจากเป้าหมายทางธุรกิจ "วันนี้มีนัดกับคุณวิชัยตอนบ่ายสองนะครับ เรื่องโปรเจกต์คอนโดหรูริมแม่น้ำ" ภาคย์เสริม "แล้วก็มีงานเลี้ยงการกุศลของมูลนิธิคุณหญิงกัลยาตอนสองทุ่ม" "เลื่อนนัดกับคุณวิชัยเป็นบ่ายสามครึ่ง ส่วนงานเลี้ยง...ถ้าผมไม่ไปจะมีปัญหาอะไรไหม" กวินท์ถาม น้ำเสียงติดจะรำคาญเล็กน้อย "อาจจะนิดหน่อยครับ คุณหญิงกัลยาเป็นผู้มีพระคุณของครอบครัวเรา การไปร่วมงานเป็นการแสดงความเคารพที่ดี" ภาคย์อธิบายอย่างนุ่มนวล "แต่ถ้าคุณกวินท์ไม่สะดวกจริงๆ ผมจะแจ้งให้ท่านทราบครับ" กวินท์ถอนหายใจเบาๆ "ก็ได้ ไปก็ได้ แค่ให้มันเสร็จๆ ไป" เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ "แต่ถ้ามีใครพยายามจะจับคู่ผมกับลูกสาวใครอีก ฉันจะให้ภาคย์ไปแทน" ภาคย์อมยิ้ม "ผมจะระวังให้ครับ" ในขณะเดียวกัน ณ ตึกแถวเก่าแก่ใจกลางเมือง ที่กลิ่นอายของกาแฟสดโชยมาแตะจมูก "ลลิตา" หญิงสาวผู้มีดวงตาเป็นประกายราวกับดวงดาว กำลังง่วนอยู่กับการชงกาแฟให้ลูกค้าประจำ ร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนี้ "มุมกาแฟของลลิ" คือโลกทั้งใบของเธอ เป็นทั้งที่ทำงานและบ้าน เป็นที่ที่เธอได้มอบรอยยิ้มและกาแฟรสชาติละมุนให้กับผู้คน "แก้วเดิมค่ะคุณป้า" ลลิตาเอ่ยทักทายลูกค้าสูงวัยด้วยรอยยิ้มสดใส "ลาเต้อุ่นๆ เพิ่มวิปครีมเหมือนเคยนะคะ" "ขอบใจจ้ะหนูลิ วันนี้ดูหน้าตาสดใสเป็นพิเศษนะ" คุณป้าวัยหกสิบกว่ากล่าวพลางยื่นแบงก์ร้อยให้ "ค่ะ ป้า วันนี้มีเรื่องดีๆ เข้ามาเยอะแยะเลยค่ะ" ลลิตาตอบอย่างอารมณ์ดี เธอเพิ่งได้รับข่าวดีว่าค่าเช่าร้านของเธอจะลดลงครึ่งหนึ่งในช่วงสามเดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นความช่วยเหลือครั้งใหญ่สำหรับธุรกิจที่กำลังไปได้สวยแต่ก็ยังคงต้องประหยัด "ดีแล้วล่ะหนูลิ ชีวิตต้องมีเรื่องดีๆ เข้ามาบ้าง" คุณป้ากล่าวอวยพร "แต่เอ๊ะ วันนี้เห็นหนุ่มหล่อคนนั้นมากับน้องสาวเขาด้วยนะ จอดรถอยู่หน้าร้านแกเลย" ลลิตาเลิกคิ้ว สงสัยว่าใครคือ "หนุ่มหล่อคนนั้น" เธอไม่ค่อยได้สังเกตลูกค้าคนอื่นๆ นัก นอกจากลูกค้าประจำที่คุ้นเคย "ใครเหรอคะป้า" "ก็ไอ้หนุ่มหล่อที่ฉันเคยบอกแกไง หน้าตาก็ดูดีทีเดียว แต่ดูเย็นชาไปหน่อย" คุณป้าเปรย "อ้อ เขาเข้ามาแล้วล่ะ" ลลิตาหันไปมองตามที่คุณป้าบอก เธอก็ได้พบกับชายหนุ่มที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เขาอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท ราคาสูงลิ่ว ที่ขับเน้นรูปร่างสูงสง่าของเขาให้เด่นชัดขึ้น ใบหน้าคมคาย หล่อเหลาไร้ที่ติ ดวงตาคมกริบสีดำสนิทนั้นสาดส่องมายังเธอราวกับจะแผดเผา บ่งบอกถึงอำนาจและความเย็นชาที่ยากจะเข้าถึง "ผมขอลาเต้เย็นแก้วนึง" ชายหนุ่มพูดเสียงห้วน ไม่ได้มองหน้าเธอโดยตรง แต่สายตากลับกวาดสำรวจไปทั่วร้านอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังประเมินราคา "ค่ะ" ลลิตาตอบรับ พยายามเก็บอาการประหลาดใจที่สัมผัสได้จากน้ำเสียงและแววตาของเขา เธอไม่เคยเจอใครที่ทำให้เธอรู้สึกถึง "พลังงาน" ที่หนาแน่นและเย็นยะเยือกเช่นนี้มาก่อน "แล้วน้องสาวผมขอคาปูชิโน่ร้อนแก้วหนึ่งครับ" ชายหนุ่มพูดต่อ โดยคราวนี้หันไปทางหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งมีใบหน้าอ่อนหวานน่ารักกว่าเขาหลายเท่า "พี่คะ แล้วเราจะนั่งตรงไหนดีคะ" หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ "ตรงไหนก็ได้ที่มันไม่เกะกะ" ชายหนุ่มตอบห้วนๆ ทำให้ลลิตาอดสงสัยไม่ได้ว่าเขามีปัญหาอะไรกับโลกนี้ "พี่คะ อย่าพูดแบบนั้นสิคะ" หญิงสาวแอบกระซิบเบาๆ "ขอโทษนะคะ" เธอหันมาพูดกับลลิตา "พี่ชายฉันเขา...อารมณ์ไม่ค่อยดีน่ะค่ะ" "ไม่เป็นไรค่ะ" ลลิตายิ้มให้ "เดี๋ยวจัดให้ค่ะ" ขณะที่เธอกำลังชงกาแฟ เธอก็รู้สึกได้ถึงสายตาของชายหนุ่มคนนั้นที่จ้องมองมา ไม่ได้มองที่ตัวเธอโดยตรง แต่เหมือนกำลังมองผ่านเธอไปยังบางสิ่งบางอย่าง ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจและหงุดหงิด ราวกับว่าการมาอยู่ที่นี่เป็นสิ่งที่ฝืนใจเขาอย่างที่สุด "นี่กาแฟของคุณค่ะ" ลลิตาวางแก้วลาเต้เย็นตรงหน้าเขา เขาเหลือบมองแวบหนึ่ง แล้วหยิบเงินมาวางบนเคาน์เตอร์ "ไม่ต้องทอน" เขาพูดเสียงเย็น แล้วหันไปหาผู้หญิงคนนั้น "ไปกันได้แล้ว" "ขอบคุณค่ะ" หญิงสาวกล่าวอย่างสุภาพ ก่อนจะรีบเดินตามพี่ชายออกไป ทิ้งให้ลลิตายืนงุนงงอยู่กับความรู้สึกแปลกๆ ที่ยังคงค้างคา "แปลกคนจริงๆ" เธอพึมพำกับตัวเอง พลางมองตามรถยนต์หรูสีดำที่แล่นหายไปบนถนน "แต่หน้าตาดีจริงๆ นั่นแหละ" เธอหัวเราะเบาๆ กับความคิดของตัวเอง ก่อนจะหันกลับไปทำงานต่อ โดยไม่รู้เลยว่า ชายหนุ่มผู้เย็นชาคนนั้น ได้ทิ้ง "เงา" บางอย่างไว้ในใจเธอแล้ว...และยิ่งไปกว่านั้น คือเขาได้ทิ้ง "คำมั่นสัญญา" อันไร้ค่าไว้ในใจของเขาเอง ว่าจะไม่มีวันยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนอีก ในค่ำคืนนั้น กวินท์นั่งอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกวรัญญู กรุ๊ป มองออกไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เขาเพิ่งเสร็จสิ้นการประชุมอันยาวนานกับนักลงทุนต่างชาติ และอีกไม่กี่ชั่วโมง เขาก็ต้องไปร่วมงานเลี้ยงการกุศลที่เขาไม่อยากจะไปเลยแม้แต่น้อย "วันนี้วุ่นวายดีนะ" เขาพึมพำกับตัวเอง ขณะยกแก้ววิสกี้ราคาแพงขึ้นจิบ "แต่ก็ยังดีกว่าต้องมาเจอเรื่องไร้สาระ" เขาคิดถึงร้านกาแฟเล็กๆ ที่เขาบังเอิญแวะเข้าไปเมื่อช่วงบ่าย กลิ่นกาแฟหอมกรุ่น เสียงเพลงเบาๆ และรอยยิ้มของผู้หญิงที่ชื่อลลิตา...ความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัวเขาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกปัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว "ไม่เลย" เขาบอกตัวเอง "ฉันไม่ต้องการความวุ่นวายแบบนั้น" เขาจ้องมองแหวนที่สวมอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้าย มันเป็นแหวนรุ่นพ่อ ที่มีสัญลักษณ์ของตระกูลสลักไว้อย่างงดงาม "ฉันไม่ต้องการรัก" เขาพูดกับเงาของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกบานใหญ่ "และฉันจะไม่มีวันให้ใครมาทำให้หัวใจที่ด้านชาของฉันต้องสั่นไหวอีกเด็ดขาด" เขาดื่มวิสกี้รวดเดียวหมดแก้ว รู้สึกถึงความร้อนที่แล่นไปทั่วร่าง แต่ความเย็นชาในหัวใจของเขากลับไม่เคยจางหายไปเลย

5,375 ตัวอักษร