ตอนที่ 13 — สัมผัสที่ปลดเปลื้องปมในใจ
กวินท์มองมือของเธอที่วางทับอยู่บนมือของเขา สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่าน ร่างกายของเขาที่เคยแข็งกร้าวราวกับหินผา ค่อยๆ อ่อนลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็เอ่อคลอเบ้า เขากลั้นใจสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามควบคุมอารมณ์ที่ปั่นป่วนอยู่ภายใน
"ผม...ผมไม่เคยบอกเรื่องนี้กับใครเลยครับ" กวินท์เอ่ยเสียงสั่นเครือ "แม้แต่กับเพื่อนสนิทที่สุด ผมก็ไม่เคยปริปาก"
ลลิตายังคงวางมือบนมือของเขาอย่างให้กำลังใจ "ไม่เป็นไรค่ะคุณกวินท์ ค่อยๆ พูดนะคะ ดิฉันอยู่ที่นี่แล้ว"
"ผมรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งครับ" กวินท์สารภาพ "ตอนเด็กๆ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงทำแบบนั้น ทำไมท่านถึงเลือกที่จะเดินจากไป ทิ้งให้ผมกับแม่ต้องอยู่กันตามลำพัง ผมเก็บความรู้สึกนั้นมาตลอดหลายปี เติบโตมาพร้อมกับคำถามที่ไม่มีวันได้รับคำตอบ"
ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในหัวของกวินท์ ภาพของเขาในวัยเด็กที่กำลังรอคอยพ่อกลับบ้านอย่างใจจดใจจ่อ ภาพของแม่ที่พยายามเข้มแข็งเพื่อลูก ภาพของความเงียบงันที่ปกคลุมบ้านในวันที่พ่อไม่เคยกลับมา
"ผมพยายามจะเกลียดท่านนะครับ" กวินท์กล่าวต่อ "พยายามจะทำลายความรู้สึกผูกพันทุกอย่างที่มี แต่ยิ่งพยายาม ผมก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวด"
ลลิตาบีบมือเขาเบาๆ "ความรู้สึกเจ็บปวดเป็นเรื่องธรรมดาค่ะคุณกวินท์ มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต"
"แต่ผมก็รู้สึกผิดครับ" กวินท์พูดต่อ "รู้สึกผิดที่ไม่สามารถเข้าใจการตัดสินใจของท่านได้ ผมพยายามมองหาเหตุผล แต่ก็ไม่เคยเจอ"
"บางครั้ง...เราก็ไม่สามารถหาคำตอบให้กับทุกสิ่งได้ค่ะ" ลลิตาปลอบ "และบางครั้ง การยอมรับความจริงก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด"
"ที่ดินแปลงนี้..." กวินท์ชี้ไปนอกหน้าต่าง "เป็นเครื่องเตือนใจตลอดเวลา ว่าผมมีพ่อ และท่านเลือกที่จะไม่สนใจ"
"แต่มันก็เป็นมรดกนะครับ" ลลิตาเสริม "เป็นส่วนหนึ่งของคุณ"
"ใช่ครับ" กวินท์พยักหน้า "และผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับมัน ผมคิดจะขายมันทิ้งไปหลายครั้ง แต่มันก็เหมือนกับว่าผมกำลังตัดขาดความสัมพันธ์บางอย่างที่ผมเองก็ยังไม่แน่ใจว่าผมอยากตัดขาดจริงๆ หรือเปล่า"
"คุณกวินท์คะ" ลลิตาเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเข้าใจ "การที่พ่อของคุณเลือกที่จะไป ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่มีค่า"
คำพูดของลลิตาเหมือนน้ำเย็นที่ชโลมใจที่กำลังแห้งผากของกวินท์ เขาไม่เคยได้ยินคำพูดที่ปลอบประโลมแบบนี้มาก่อน จากใครเลย
"ผม...ผมไม่รู้จะพูดอะไรเลยครับ" กวินท์ยอมรับ "ขอบคุณมากนะครับคุณลลิตา"
"ไม่เป็นไรค่ะ" ลลิตายิ้ม "ดิฉันเข้าใจค่ะ"
มือของกวินท์ที่วางอยู่บนมือของลลิตา ค่อยๆ บีบตอบเบาๆ เขารู้สึกถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านปลายนิ้วของเธอ ความอบอุ่นที่ค่อยๆ สลายความหนาวเย็นในใจของเขาไปทีละน้อย
"ผม...ผมคิดว่าผมควรจะบอกคุณเรื่องนี้" กวินท์กล่าว "เพราะเรากำลังจะร่วมงานกัน และผมไม่อยากให้มีอะไรมาปิดบัง"
"ดิฉันขอบคุณคุณกวินท์นะคะ" ลลิตาตอบ "ที่ให้เกียรติและไว้ใจดิฉัน"
"จริงๆ แล้ว..." กวินท์ลังเลเล็กน้อย "ผมอยากจะขอให้คุณช่วยผมจัดการเรื่องที่ดินแปลงนี้ได้ไหมครับ"
ลลิตาเลิกคิ้ว "หมายความว่ายังไงคะ"
"ผมคิดว่า...ผมอยากจะทำอะไรบางอย่างกับที่ดินแปลงนี้" กวินท์กล่าว "บางอย่างที่จะทำให้ผมรู้สึกว่า...ผมได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง"
"คุณกวินท์อยากจะพัฒนาที่ดินแปลงนั้นเหรอคะ" ลลิตาคาดเดา
"ผมยังไม่แน่ใจครับ" กวินท์ตอบ "แต่ผมรู้สึกว่า ผมไม่สามารถปล่อยให้มันเป็นแค่ที่ดินเปล่าๆ ได้อีกต่อไป ผมอยากจะเปลี่ยนมันให้เป็นอะไรบางอย่างที่มีความหมาย"
"ดิฉันยินดีช่วยค่ะ" ลลิตาตอบทันที "เรามาช่วยกันคิดนะคะ"
กวินท์มองใบหน้าของลลิตา เขาเห็นแววตาที่มุ่งมั่นและความจริงใจที่เปล่งประกายออกมา เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าการเปิดเผยความลับในใจจะนำพามาซึ่งโอกาสใหม่ๆ แบบนี้
"ขอบคุณมากนะครับ" กวินท์พูดเสียงหนักแน่น "คุณทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมากจริงๆ"
"ฉันดีใจค่ะ" ลลิตาตอบ "บางครั้ง การมีใครสักคนรับฟังก็ช่วยได้มากแล้วค่ะ"
พวกเขานั่งเงียบไปสักพัก บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความตึงเครียดที่เคยมีจากการเผชิญหน้ากับอดีตของกวินท์ ได้ถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจและความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้น
"คุณลลิตาครับ" กวินท์เอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ผมอยากจะชวนคุณไปทานมื้อค่ำครับ"
ลลิตาหันมามองเขา "มื้อค่ำเหรอคะ"
"ใช่ครับ" กวินท์พยักหน้า "เพื่อฉลอง...การที่เรากำลังจะเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ด้วยกัน"
ลลิตายิ้ม "ยินดีค่ะคุณกวินท์"
กวินท์รู้สึกถึงความสุขที่เอ่อล้น เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะรู้สึกแบบนี้ได้อีก เขามองลลิตาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป สายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่เขากำลังจะเรียนรู้ที่จะยอมรับ
3,649 ตัวอักษร