หัวใจที่เขาไม่เคยต้องการ

ตอนที่ 24 / 34

ตอนที่ 24 — สัญญาที่มองไม่เห็น

การทำงานร่วมกันของกวินท์และลลิตาหลังจากที่เปิดใจถึงอดีตกันไปแล้วนั้น ดำเนินไปอย่างราบรื่นและเต็มไปด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง กวินท์ไม่เพียงแค่เห็นลลิตาในฐานะหุ้นส่วนธุรกิจอีกต่อไป แต่เขามองเห็นเธอในฐานะคนที่เข้าใจเขาอย่างแท้จริง และลลิตาเองก็เช่นกัน เธอเห็นความเข้มแข็งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเปราะบางของกวินท์ และยิ่งรักเขามากขึ้นไปอีก ข่าวการจัดแสดงผลงานศิลปะที่สวนของพวกเขาก็แพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้คนให้ความสนใจและตั้งตารอชมเป็นอย่างมาก โครงการพัฒนาที่ดินกลายเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ไม่ใช่เพียงเพราะความยิ่งใหญ่ของโครงการ แต่ยังรวมถึงวิสัยทัศน์ที่ผสานศิลปะเข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัว วันหนึ่ง ขณะที่พวกเขากำลังประชุมร่วมกับทีมสถาปนิกและทีมออกแบบภูมิทัศน์ อารยาก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าห้องประชุม "สวัสดีค่ะคุณกวินท์ คุณลลิตา" อารยาเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีความลับซ่อนอยู่ "ดิฉันมีเรื่องสำคัญจะมาแจ้งให้ทราบค่ะ" กวินท์และลลิตามองหน้ากันด้วยความสงสัย "มีอะไรเหรอครับคุณอารยา" กวินท์ถาม "เรื่องเกี่ยวกับ... มรดกของคุณพ่อค่ะ" อารยาตอบ "ท่านได้ทิ้งพินัยกรรมฉบับหนึ่งไว้ ซึ่ง... อาจจะส่งผลกระทบต่อโครงการของเราค่ะ" คำพูดนั้นทำให้ทั้งกวินท์และลลิตาใจหายวูบ พวกเขารู้ดีว่าทรัพย์สินของคุณพ่อกวินท์มีความสำคัญต่อโครงการนี้มากแค่ไหน "พินัยกรรมฉบับนั้น... มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรครับ" ลลิตาถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มมีความกังวล "ท่าน... ต้องการให้แบ่งส่วนหนึ่งของที่ดินให้กับ... มูลนิธิการกุศลแห่งหนึ่งค่ะ" อารยาบอก "และที่สำคัญ... มูลนิธินั้น... เป็นมูลนิธิที่คุณแม่เคยสนับสนุนมาตลอดค่ะ" กวินท์นิ่งอึ้งไป เขาจำได้ว่าคุณแม่เคยพูดถึงมูลนิธิแห่งนี้ แต่เขาก็ไม่เคยใส่ใจมากนัก "มูลนิธินั้น... ชื่ออะไรครับ" เขาถามเสียงแหบพร่า "ชื่อมูลนิธิ 'แสงแห่งหวัง' ค่ะ" อารยาตอบ "และ... ผู้บริหารมูลนิธิคนปัจจุบัน... คือคุณ... อารยาค่ะ" ประโยคนั้นทำเอาทุกคนในห้องถึงกับอึ้ง กวินท์มองอารยาด้วยความไม่เชื่อสายตา เขาไม่เคยรู้เลยว่าอารยาจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธินี้ และที่สำคัญ... การที่เธอจะมาบริหารมูลนิธินี้ อาจหมายถึงการที่เธอจะมีอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ "คุณ... หมายความว่ายังไงครับ" กวินท์ถามเสียงเข้ม "คุณเป็นผู้บริหารมูลนิธิ 'แสงแห่งหวัง' งั้นเหรอครับ" "ใช่ค่ะ" อารยายิ้มอย่างมีเลศนัย "และตามพินัยกรรมของคุณพ่อ... ดิฉันมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจเรื่องการแบ่งสรรที่ดินส่วนนี้ค่ะ" ลลิตาเริ่มเข้าใจสถานการณ์ เธอเห็นความเปลี่ยนแปลงในแววตาของอารยา มันไม่ใช่แค่การแจ้งข่าว แต่เหมือนมีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่ "คุณอารยาคะ" เธอพูดอย่างใจเย็น "ดิฉันเข้าใจว่าคุณมีสิทธิ์ตามพินัยกรรม แต่... คุณก็ทราบดีว่าโครงการนี้มีความสำคัญกับเรามากแค่ไหน" "แน่นอนค่ะคุณลลิตา" อารยาตอบ "แต่ดิฉันก็ต้องทำตามเจตนารมณ์ของคุณพ่อด้วย" เธอเว้นจังหวะ "และดิฉันก็เชื่อว่า... การมอบโอกาสให้กับผู้ที่ด้อยโอกาส ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน" กวินท์รู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุม เขาไม่เคยคิดว่าอารยาจะใช้วิธีการแบบนี้ เขาเคยไว้ใจเธอในระดับหนึ่ง แต่ตอนนี้ ความไว้วางใจนั้นก็เริ่มสั่นคลอน "คุณอารยา" เขากล่าวเสียงหนักแน่น "ผมขอให้คุณทบทวนเรื่องนี้อีกครั้งนะครับ" "ดิฉันทบทวนมาดีแล้วค่ะคุณกวินท์" อารยาตอบ "และดิฉันก็ตัดสินใจแล้ว" บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดขึ้นทันที การมาถึงของพินัยกรรมฉบับนี้ได้สร้างอุปสรรคใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง กวินท์มองลลิตา เธอยังคงสีหน้าสงบ แต่ดวงตาของเธอฉายแววแห่งความมุ่งมั่น "คุณอารยาคะ" ลลิตาเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ดิฉันเข้าใจว่าคุณมีสิทธิ์ แต่... การตัดสินใจของคุณ อาจจะส่งผลกระทบต่อหลายชีวิตนะคะ" "ดิฉันก็หวังว่า... คุณจะเข้าใจเจตนารมณ์ของดิฉันนะคะ" อารยากล่าว "การช่วยเหลือสังคม... เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด" กวินท์กัดฟันกรอด เขารู้สึกโกรธ แต่ก็พยายามควบคุมอารมณ์ "ถ้าอย่างนั้น... เราคงต้องปรึกษาทนายความแล้วครับ" "ตามสบายเลยค่ะ" อารยาตอบอย่างไม่ยี่หระ "ดิฉันมั่นใจในสิ่งที่ดิฉันทำ" หลังจากที่อารยาเดินออกไปจากห้องประชุม ความเงียบก็เข้าปกคลุม กวินท์มองไปที่ลลิตา "คุณลลิตา... ผมเสียใจด้วยนะครับ" เขากล่าว "ผมไม่เคยคิดว่าเรื่องมันจะซับซ้อนขนาดนี้" "ไม่เป็นไรค่ะคุณกวินท์" ลลิตาตอบ "เราจะหาทางออกไปด้วยกันนะคะ" "แต่... คุณอารยาดูเหมือนจะตั้งใจมาก" กวินท์กังวล "ถ้าเธอไม่ยอม... เราอาจจะเสียที่ดินส่วนนั้นไปจริงๆ" "เรายังไม่รู้สิคะ" ลลิตาบอก "เราต้องลองคุยกับทนายความดูก่อนค่ะ" เธอจับมือของกวินท์ "และ... ดิฉันก็เชื่อมั่นในตัวคุณกวินท์นะคะ" กวินท์มองลลิตา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ "ขอบคุณนะครับ คุณลลิตา" เขาพูด "ที่คุณยังอยู่เคียงข้างผม" "แน่นอนค่ะ" ลลิตายิ้ม "เราคือทีมเดียวกันนะคะ" แม้จะมีอุปสรรคเข้ามาขัดขวาง กวินท์และลลิตาก็ยังคงจับมือกันไว้แน่น พวกเขาได้ผ่านพ้นเรื่องราวมากมายมาด้วยกัน และตอนนี้ พวกเขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหม่ สัญญาที่พวกเขามีให้กัน ไม่ใช่แค่สัญญาทางธุรกิจ แต่เป็นสัญญาของหัวใจ ที่จะอยู่เคียงข้างกันในทุกสถานการณ์

4,083 ตัวอักษร