ภรรยาที่ถูกลืม

ตอนที่ 13 / 39

ตอนที่ 13 — วิรัชเปิดเผยความจริงที่ซ่อนเร้น

เสียงของวิรัชแหบพร่า ราวกับมีก้อนหินถ่วงอยู่ที่ลำคอ เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับพิมพ์และอรอย่างเต็มตา แววตาที่ฉายประกายเจ็บปวดและอัดอั้นมานาน ค่อยๆ เผยถึงสิ่งที่ซุกซ่อนไว้ภายใต้ความสงบที่ดูเหมือนจะมีมาตลอด “ตอนนั้น... ผมกำลังมีปัญหากับบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งครับ มันเป็นคู่แข่งที่เราพยายามจะแซงหน้ามาตลอด แต่พวกเขาก็ฉลาดแกมโกงกว่าที่เราคิด” วิรัชเริ่มเล่า เขาเดินไปหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะ มือที่สั่นเทาค่อยๆ ยกขึ้นมาประคองแก้ว “พวกนั้นส่งคนเข้ามาสืบความลับของบริษัทเรา พยายามจะขโมยข้อมูลสำคัญ พวกเราก็พยายามป้องกันเต็มที่ แต่ยิ่งสืบก็ยิ่งพบว่า คนที่อยู่เบื้องหลังเป็นคนใกล้ตัวเรามากที่สุด” พิมพ์กับอรถือโอกาสนี้เดินเข้ามานั่งลงบนโซฟา สีหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะรับฟัง ทุกคำพูดของวิรัชคือชิ้นส่วนของปริศนาที่รอการประกอบร่าง “ใครครับ” พิมพ์ถามเสียงเบา เธอรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่หนักอึ้ง ราวกับกำลังจะถูกพายุโหมกระหน่ำเข้ามา “มันคือ... คุณวิวัฒน์ครับ” วิรัชเอ่ยชื่อนั้นออกมาอย่างยากลำบาก “เขาเป็นคนในที่ร่วมงานกับผมมานานหลายปี ไว้ใจกันเหมือนพี่เหมือนน้อง แต่ผมไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะหักหลังผมแบบนี้” วิรัชกำหมัดแน่น “เขาแอบส่งข้อมูลให้คู่แข่งของเราอยู่เรื่อยๆ จนบริษัทของเราเสียเปรียบคู่แข่งไปมาก จนวันหนึ่งผมจับได้คาหนังคาเขา” อรเอื้อมมือไปแตะแขนพิมพ์เบาๆ เพื่อให้กำลังใจ พิมพ์เองก็ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ เธอรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปในเขาวงกตที่มืดมิด และวิรัชคือคนเดียวที่จะพาเธอหาทางออกได้ “ผม... ผมโกรธมาก” วิรัชเล่าต่อ “ผมเผชิญหน้ากับเขาในออฟฟิศตอนดึกๆ มันมีปากเสียงกันรุนแรง แล้วก็เกิดการต่อสู้กันขึ้น... เขาพยายามจะทำร้ายผม แต่ผมก็ป้องกันตัวเองได้” น้ำตาเริ่มคลอหน่วยตาของวิรัช “แต่แล้ว... มันก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น” พิมพ์กับอรถึงกับผงะ “อุบัติเหตุอะไรครับ” พิมพ์ถามอย่างร้อนรน “เขา... เขาพลัดตกจากหน้าต่างออฟฟิศของผมครับ” วิรัชพูดเสียงแผ่วเบา “ผมพยายามจะช่วยเขาแล้วนะ แต่ผมทำอะไรไม่ได้เลย ตอนนั้นผมตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก ผมสับสนไปหมด” “แล้ว... แล้วทำไมคุณวิรัชถึงไม่แจ้งตำรวจครับ” อรถามอย่างไม่เข้าใจ วิรัชเงยหน้าขึ้นมองอร แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ตอนนั้นผมกลัวครับ ผมกลัวว่าตำรวจจะไม่เชื่อผม กลัวว่าพวกเขาจะมองว่าผมเป็นคนฆ่าคุณวิวัฒน์ ทั้งที่มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ” วิรัชถอนหายใจยาว “ผมตัดสินใจ... ตัดสินใจที่จะปกปิดเรื่องนี้ไว้ ผมกลัวว่าถ้าเรื่องนี้แดงขึ้นมา จะกระทบกับครอบครัวของผม จะกระทบกับชื่อเสียงของบริษัท” “แล้วคุณวิวัฒน์เขา... มีครอบครัวไหมครับ” พิมพ์ถาม เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือ “มีครับ... เขามีภรรยาและลูกเล็กๆ” วิรัชตอบ “ผมรู้สึกผิดมากที่ต้องทำแบบนี้ แต่ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ผมคิดว่าถ้าผมปกปิดเรื่องนี้ไว้ได้ ทุกอย่างก็จะจบลง” “แต่... การปกปิดเรื่องนี้มันจะยิ่งทำให้เรื่องมันใหญ่ขึ้นนะครับคุณวิรัช” พิมพ์กล่าว “แล้วเรื่องของคุณพงษ์ชัยล่ะครับ เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร” วิรัชหลับตาลง เขากำลังพยายามรวบรวมสติ “คุณพงษ์ชัย... คือลูกพี่ลูกน้องของคุณวิวัฒน์ครับ เขาเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องราวทั้งหมด” วิรัชเปิดตาขึ้นมาอีกครั้ง “หลังจากที่คุณวิวัฒน์เสียชีวิตไป คุณพงษ์ชัยก็เข้ามาหาผม เขาบอกว่าเขารู้ความจริงทั้งหมด เขารู้ว่าผมไม่ได้ฆ่าพี่ชายของเขา แต่เขาก็... เขาใช้เรื่องนี้แบล็คเมล์ผม” “แบล็คเมล์คุณวิรัช” พิมพ์อุทานออกมาด้วยความตกใจ “ใช่ครับ” วิรัชพยักหน้า “เขาข่มขู่ผมว่า ถ้าผมไม่ทำตามที่เขาต้องการ เขาจะเปิดโปงเรื่องนี้ให้ทุกคนรู้ ผมก็เลยต้องยอมเขา” “แล้วสิ่งที่เขาต้องการคืออะไรครับ” อรถามต่อ “เขาต้องการให้ผม... โอนหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทให้กับเขา” วิรัชพูดเสียงเครือ “และเขาต้องการให้ผม... ถอนฟ้องเรื่องที่บริษัทของเรากำลังมีปัญหากับคู่แข่งอยู่” พิมพ์และอรถึงกับอึ้ง พวกเธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเรื่องราวจะซับซ้อนและอันตรายขนาดนี้ “คุณวิรัชครับ แล้วเรื่องความจำเสื่อมของคุณล่ะครับ มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร” พิมพ์ถาม พยายามเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน วิรัชส่ายหน้า “ผมไม่ได้ความจำเสื่อมครับ” เขาพูดเสียงหนักแน่น “ผมแค่... จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น” “หมายความว่าอย่างไรครับ” อรถาม “ตอนที่ผมเผชิญหน้ากับคุณวิวัฒน์ ผมถูกเขาทำร้ายจนหัวฟาดพื้นครับ” วิรัชอธิบาย “ผมเลย... ความจำเสื่อมชั่วคราว ผมจำอะไรไม่ได้เลยในช่วงเวลาหนึ่ง จนกระทั่งคุณพงษ์ชัยเข้ามา ผมเลยเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้” “แต่คุณบอกว่าคุณเผชิญหน้ากับเขาแล้วเกิดการต่อสู้กัน แล้วคุณวิวัฒน์ก็พลัดตกหน้าต่างไป... แล้วทำไมคุณถึงจำอะไรไม่ได้เลยล่ะครับ” พิมพ์ถามอย่างไม่เข้าใจ “ผมจำไม่ได้ว่าผมทำอะไรไปบ้างในตอนนั้น” วิรัชตอบ “ผมจำได้แค่ว่าผมกำลังทะเลาะกับเขา แล้วก็... รู้สึกเจ็บปวดที่หัว” “แล้วเรื่องที่หมอวินิจฉัยว่าคุณความจำเสื่อมล่ะครับ” อรถาม “ผม... ผมไม่ได้บอกหมอทั้งหมดครับ” วิรัชกล่าว “ผมบอกแค่ว่าผมจำอะไรไม่ได้ ผมไม่ได้บอกว่าผมทะเลาะกับคุณวิวัฒน์ ผมกลัวว่าถ้าหมอรู้เรื่องนี้ หมอจะแจ้งตำรวจ” พิมพ์กับอรถึงกับมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน พวกเธอกำลังได้ยินเรื่องราวที่ยิ่งกว่านิยาย “แล้วคุณพงษ์ชัยเขารู้เรื่องนี้ได้ยังไงครับ” พิมพ์ถาม “เขา... เขาสังเกตเห็นความผิดปกติของผมครับ” วิรัชตอบ “แล้วเขาก็เข้ามาหาผม ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็เลย... เล่าเรื่องที่ผมจำได้ให้เขาฟัง” “แล้วเขาไม่สงสัยเลยเหรอครับว่าคุณอาจจะผลักคุณวิวัฒน์ตกไป” อรถาม “เขา... เขาเชื่อผมครับ” วิรัชกล่าว “แต่เขาใช้โอกาสนี้... เพื่อผลประโยชน์ของเขาเอง” “แล้วคุณวิรัชแน่ใจเหรอครับว่าเขาจะทำตามที่พูด” พิมพ์ถาม “ผมไม่แน่ใจครับ” วิรัชตอบ “แต่ผมก็ไม่มีทางเลือกอื่น ผมต้องยอมทำตามที่เขาบอกไปก่อน” “แล้วตอนนี้เขาทำอะไรอยู่ครับ” อรถาม “เขา... กำลังพยายามฮุบกิจการของผมครับ” วิรัชกล่าว “เขาสั่งให้ผมโอนหุ้นให้เขาเรื่อยๆ ผมพยายามต่อรอง แต่เขาก็ไม่ยอม” “แล้วที่เรามาเจอกันวันนี้...” พิมพ์ถาม “ผมอยากให้คุณพิมพ์ช่วยผมครับ” วิรัชกล่าว “คุณเป็นคนเดียวที่ผมไว้ใจ ผมรู้ว่าคุณฉลาดและมีความสามารถ ผมอยากให้คุณช่วยผมหาหลักฐานที่จะมัดตัวคุณพงษ์ชัย” พิมพ์มองหน้าวิรัช เธอเห็นความสิ้นหวังในแววตาของเขา “แล้วหลักฐานอยู่ที่ไหนครับ” “ผมไม่รู้ครับ” วิรัชตอบ “ผมพยายามหามาตลอด แต่ก็ยังไม่เจอ” “แล้วคุณพงษ์ชัยเขามีแผนการอะไรอีกครับ” อรถาม “ผมไม่แน่ใจครับ” วิรัชกล่าว “แต่ผมได้ยินเขาคุยกับคนอื่นทางโทรศัพท์ เขากำลังวางแผนบางอย่างอยู่ ผมกลัวว่ามันจะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของคุณพิมพ์” พิมพ์กับอรถึงกับตกใจ “ความปลอดภัยของหนู” พิมพ์ทวนคำ “เกี่ยวอย่างไรครับ” “ผมไม่รู้แน่ชัดครับ” วิรัชกล่าว “แต่เขาพูดถึงเรื่อง ‘กำจัด’ บางอย่าง ผมกลัวว่าเขาอาจจะรู้ว่าคุณกำลังสืบเรื่องนี้อยู่” ความเย็นยะเยือกแล่นไปทั่วร่างของพิมพ์ เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการสืบหาความจริงเกี่ยวกับอดีตของสามี จะนำพามาซึ่งอันตรายถึงชีวิต “เราจะทำยังไงดีคะคุณวิรัช” อรถามอย่างกังวล “ผมคิดว่าเราต้องรีบหาหลักฐานให้เจอโดยเร็วที่สุดครับ” วิรัชกล่าว “ก่อนที่มันจะสายเกินไป”

5,631 ตัวอักษร